คนขับแกร็บ ยันไม่ได้ข่มขู่ผู้โดยสารหญิงตามที่พี่ชายโพสต์ในกลุ่ม "คนขับ Grap" ส่งคลิปเสียงให้บริษัทตรวจสอบแล้ว พร้อมแจ้งความกลับ "หมิ่นประมาท-พ.ร.บ.คอม"

วันที่ 22 ต.ค. 2569 จากกรณีมีผู้โพสต์ข้อความในสื่อโซเชียล ระบุ "ตามหา และแจ้งเตือนคนขับแกร๊ปคนนี้ วันนี้น้องสาวผม มีนั่งรถ Car lady ยี่ห้อรถ byd atto จากพระราม2 เพื่อไปส่งที่สุขุมวิท ซึ่งตอนนั้นเวลาเกิน 3 ทุ่ม และทางด่วนพระราม 2 ปิดเลยบอกคนขับให้ไปขึ้นด่วนสุขสวัสดิ์ ด้วยการต่างคนต่างไม่รู้ทางสุดท้ายมีการเถียงกัน และคนขับหงุดหงิดและตะคอกตลอดทางจนถึง ระหว่างทางมีขู่ทำร้ายประโยคว่า “พี่เป็นคนขับพี่จะพาหนูไปทำร้ายที่ไหนก็ได้ นี่หนูไม่รู้ตัวเลยใช่มั้ยว่าหนูกำลังตกอยู่ในอันตราย” สุดท้ายส่งถึงคอนโด จะขอจ่ายตังก็ยังตะคอกจนน้องผมกลัวจนตัวสั่น ก็ยังตะคอกไม่หยุดจนน้องกลัวหนีลงรถเพราะเห็นยามมาแถวรถพอดี ตอนนี้ไม่มีเลขทะเบียนคนขับจะไปขอจากทางนิติพรุ่งนี้ และจะไปแจ้งความลงบันทึกประจำวัน จะให้ตำรวจตามตัวอยากคุยด้วยสักครั้ง ยังไงระวังกันไว้ด้วยนะครับ สำหรับคนขับคนนี้ถ้าเลื่อนมาเจอโพสต์นี้รู้ไว้เลยว่าผมไม่ปล่อยผ่านนะครับ"

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวสอบถามคุณเอ (นามสมมติ) อายุ 41 ปี คนขับรถแกร็บ ระบุว่า ตนรับลูกค้ามาตั้งแต่บริเวณแถวท่าข้าม พระราม 2 ต้องไปส่งที่สุขุมวิท 50 ซึ่งระหว่างทางลูกค้าก็คุยโทรศัพท์ไปด้วยแล้วบอกทางไปด้วย จากนั้นขับมาถึงถนนพระราม 2 ลูกค้าบอกว่า ให้ไปทางสุขสวัสดิ์ ซึ่งตนก็สอบถามว่าจะให้ขึ้นทางด่วนดาวคะนองใช่หรือไม่ หรือจะให้ไปขึ้นทางด่วนข้ามสะพานภูมิพล ซึ่งลูกค้าก็ตอบว่าไม่รู้เหมือนกันว่ามันคือถนนอะไร แต่ให้ตนเลี้ยวขวาไปทางถนนสุขสวัสดิ์ ในระหว่างนั้นลูกค้าก็คุยโทรศัพท์ไปด้วย คาดว่าคนในสายได้บอก ลูกค้าจึงหันมาบอกเราว่าให้ขึ้นทางด่วนภูมิพล แต่ในใจตนก็คิดว่ามันอ้อม แต่ตนก็ไม่ได้อยากมีปากเสียงเพราะมันตอนกลางคืน รวมถึงรถไม่ได้ติดแล้วก็เลยตัดสินใจไปทางนั้น

จากนั้น ขับตามทางมาเรื่อยๆ จนถึงบริเวณปู่เจ้าสมิงพราย และทางขวาเลี้ยวขึ้นทางด่วน แต่แผนที่ในแกร็บแนะนำให้เลี้ยวไปทางปู่เจ้าสมิงพราย ตนจึงชะลอตรงทางแยกและสอบถามลูกค้าว่าจะให้ไปทางไหน ซึ่งลูกค้าก็ตอบกลับมาว่า “ถ้ามาทางนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันเพราะไม่เคยมีใครพามาทางนี้ จะขึ้นทางด่วนอะไรก็แล้วแต่” ซึ่งตอนนั้นตนมองว่าเป็นคำพูดที่พูดด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยดี ตอนนั้นระหว่างชะลอรถอยู่ก็รถคันหลังบีบแตร ตนจึงตัดสินใจขึ้นทางด่วน และมาลงตรงเส้นสุขุมวิท แต่ในระหว่างทางก็มีการโต้เถียงเรื่องเส้นทางมาโดยตลอด และพูดจาไม่ค่อยดี

ส่วนการใช้คำพูดข่มขู่ ตนยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนาที่จะข่มขู่ แต่พูดในทำนองนั้นจริง โดยบอกว่า น้องเริ่มอันตรายกับพี่แล้ว ซึ่งเจตนาของตนหมายความว่า หลังจบเรื่องนี้ลูกค้าต้องร้องเรียนแน่ และมองว่าตัวเองจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงแนะนำให้ไปคุยกันที่สถานีตำรวจ

ความหมายที่ตนจะสื่อคือ ลูกค้าเป็นอันตรายสำหรับตน คือการร้องเรียน แต่ตนอยากมีหลักฐานให้แกร็บดู จึงอยากให้ไป สน. ส่วนคำพูดที่ระบุว่า "อยู่กันแค่สองคนในรถในเวลาแบบนี้พี่เป็นคนขับพี่อาจพาไปทำอะไรไม่ดีก็ได้ หากโต้เถียงกันแบบนี้" มันไม่ใช่เจตนาของการจะพาไปทำร้าย แต่ตนพยายามอธิบายให้ฟังว่า ทำไมเราควรต้องไปเคลียร์กันที่ สน. เพราะมองว่าต่างฝ่ายก็ต่างอันตรายต่อกัน เพราะการที่โต้เถียงกันในพื้นที่แค่นี้ อยู่กันสองคนในรถมันอันตราย

ส่วนการที่คู่กรณีระบุว่า ตนตะคอก ยืนยันว่า แค่ใช้เสียงดัง แต่ไม่เคยหันไปตะคอกใส่

ในส่วนหลักฐานตอนนี้ ตนได้นำคลิปเสียงที่เป็นระบบของแอปพลิเคชั่นแกร็บ ที่จะกดอัดเสียงทันทีตอนที่ผู้โดยสารขึ้นมาบนรถ ตอนนี้ทางบริษัทอยู่ในระหว่างการตรวจสอบเสียงดังกล่าว โดยคาดว่าน่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 7 วันในการตรวจสอบ

ส่วนเรื่องการดำเนินคดี ในส่วนของคู่กรณี หากจะดำเนินคดีกับตนเรื่องข่มขู่ เหตุการณ์บนรถก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง หากมองว่าตนผิดก็ให้เข้าสู่กระบวนการกฎหมาย แต่ตนก็ได้แจ้งความเอาไว้แล้วในข้อหาหมิ่นประมาท การนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ เพราะคนที่โพสต์ไม่ได้เป็นคนที่อยู่ในเหตุการณ์ และผู้โดยสารก็ไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวตามที่โพสต์เลย

ส่วนกรณีที่บอกว่า ลูกค้าต้องเข้าไปหลบในห้องน้ำเพราะเกิดอาการหวาดกลัวและตกใจ ตนมองว่าไปส่งแล้ว และอยู่ในที่ของลูกค้าแล้ว เราไม่สามารถเดินไปเอาเรื่องเขาได้อยู่แล้ว

นอกจากนี้ ลูกค้าก็ไม่ได้ร้องเรียนผ่านแอปพลิเคชัน แต่กลับมีการนำข้อมูลมาโพสต์ประจาน ทำให้ตอนนี้ตนได้รับความเสียหาย และเป็นห่วงในเรื่องของความปลอดภัย เนื่องจากมีหลายคนทักข้อความส่วนตัวมาต่อว่ามากมาย

ขณะที่ ผู้สื่อข่าวติดต่อสอบถามไปยังผู้โพสต์เรื่องราวดังกล่าว ซึ่งเป็นพี่ชายของหญิงที่เป็นผู้โดยสารในกรณีนี้ ได้รับคำตอบสั้นๆ เบื้องต้นว่า "ขอปรึกษากันก่อน"