“เขื่อนเจ้าพระยา” จังหวัดชัยนาท ทำหน้าที่เป็นหัวใจสำคัญของระบบชลประทานในลุ่มน้ำภาคกลาง โดยยกระดับน้ำและแบ่งสรรน้ำเข้าสู่ระบบคลองส่งน้ำทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก สำนักงานชลประทานที่ 12 ติดตามปริมาณน้ำที่ไหลมาจากพื้นที่ตอนบนอย่างต่อเนื่อง พร้อมควบคุมการรับน้ำเข้าระบบชลประทาน และการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ทุกการปรับเพิ่มหรือลดการระบายน้ำ ต้องพิจารณาข้อมูลหลายด้าน ทั้งปริมาณฝน น้ำท่า ระดับน้ำเหนือเขื่อนและท้ายเขื่อน การพยากรณ์อากาศ ความสามารถในการรับน้ำของลำน้ำ ตลอดจนผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน

นายสงกรานต์ ชลอศรีทอง ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 เปิดเผยว่า ขณะนี้ประเทศไทยยังอยู่ในช่วงฤดูฝน ยังได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และแนวร่องมรสุมยังมีแนวพาดผ่านในพื้นที่ตอนบนของประเทศไทย จึงส่งผลให้ในบางพื้นที่ยังมีฝนตก และฝนตกมากบางแห่ง ทางกรมชลประทานและสำนักงานชลประทานที่ 12 จึงให้ความสำคัญกับการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะปริมาณฝน ปริมาณน้ำท่า ระดับน้ำของแม่น้ำสายหลักต่าง ๆ รวมถึงสถานการณ์ของพื้นที่ลุ่มต่ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีการเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด เป็นรายวัน เป็นรายชั่วโมง

“หลักสำคัญของเรา คือเราไม่รอให้เกิดสถานการณ์แล้วจึงวางแผนบริหารจัดการ เรามีการประเมินสถานการณ์ เพื่อวางแผนการบริหารจัดการน้ำล่วงหน้า เพื่อให้เกิดผลกระทบกับพี่น้องประชาชนให้น้อยที่สุด” ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 กล่าว

ทั้งนี้ ความท้าทายของการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา คือความแตกต่างของสถานการณ์ระหว่างฤดูฝนกับฤดูแล้ง ซึ่งในฤดูฝนปริมาณน้ำจากลุ่มน้ำตอนบน ทั้งแม่น้ำปิง วัง ยม และน่าน จะไหลมารวมกัน ก่อนเข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยาที่จังหวัดนครสวรรค์ และเคลื่อนตัวลงสู่พื้นที่ตอนล่าง หากมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ปริมาณน้ำจำนวนมากอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่การเกษตร และชุมชนริมฝั่งแม่น้ำ ขณะที่ในฤดูแล้ง ปริมาณน้ำต้นทุนมีอยู่อย่างจำกัด แต่ความต้องการใช้น้ำยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ทั้งเพื่อการอุปโภคบริโภค การรักษาระบบนิเวศ การเกษตร และกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การบริหารน้ำจึงไม่ใช่เพียงการระบายน้ำให้ผ่านไป แต่คือการวางแผนว่าจะรับน้ำ ควบคุมน้ำ กระจายน้ำ และเก็บน้ำไว้อย่างไร ให้เหมาะสมกับทุกพื้นที่และทุกช่วงเวลา

สำนักงานชลประทานที่ 12 กรมชลประทาน จึงมุ่งมั่นบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยาอย่างเป็นระบบ สมดุล และทั่วถึง เพื่อให้สายน้ำสายนี้ยังคงหล่อเลี้ยงการเกษตร เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน