เปิด GPS แล้วหลง หนุ่มขับเก๋งจอดข้างทางไม่ถึง 5 นาที สาววัย 24 ขี่จักรยานยนต์ชนท้ายดับสลด น้องสาวโทรเข้ามือถือ รู้ข่าวร้องไห้โฮ
วันที่ 22 ตุลาคม 2569 เมื่อเวลา 07.30 น. ร.ต.อ.ปัญญา อามาตย์เสนา รอง สว.สอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถยนต์เก๋ง มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เหตุเกิดบนถนนสายเอเชีย ขาขึ้นนครสวรรค์ บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 23 ตำบลหันตรา อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สมาคมอยุธยารวมใจหน่วยกู้ภัยอยุธยา

ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋ง โตโยต้า วีออส สีดำ จอดอยู่ริมถนน สภาพบริเวณท้ายรถด้านขวามีร่องรอยการชนจนกันชนยุบเสียหาย และกระจกด้านหลังแตก ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า ฟอร์ซ่า สีแดง สภาพพังเสียหายอย่างหนักจากแรงกระแทก โดยพบร่างผู้ขับขี่เป็นหญิงนอนคร่อมอยู่กับรถจักรยานยนต์ สวมใส่ชุดพนักงาน มีบาดแผลบริเวณใบหน้าศีรษะยุบ และมีหมวกกันน็อกแตกเสียหาย 1 ใบ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบว่าผู้ขับขี่เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
จากการตรวจสอบบัตรประจำตัวประชาชน ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ น.ส.ปาณิสรา อายุ 24 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง

สอบถามนายนพดล อายุ 48 ปี คนขับรถยนต์ ให้ข้อมูลว่า ตนเดินทางมาจากจังหวัดนนทบุรีพร้อมญาติ โดยตั้งใจจะขับรถไปเยี่ยมแม่ที่จังหวัดอุบลราชธานี ระหว่างทางได้เปิดระบบนำทาง GPS แต่เกิดหลงเส้นทาง จึงตัดสินใจจอดรถชิดขอบทางด้านซ้าย โดยจอดได้ไม่ถึง 5 นาที ก็มีรถจักรยานยนต์ขับมาชนท้ายรถอย่างแรง หลังเกิดเหตุจึงรีบลงจากรถไปตรวจสอบ พบว่าผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เสียชีวิตแล้ว
ขณะเดียวกัน ระหว่างเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยอยุธยาตรวจสอบที่เกิดเหตุ มีโทรศัพท์ติดต่อเข้ามายังเครื่องของผู้เสียชีวิต โดยผู้ที่โทรมาเป็นน้องสาว เมื่อเจ้าหน้าที่รับสายและแจ้งข่าวว่าพี่สาวเสียชีวิตแล้ว ปลายสายถึงกับร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ สร้างความสะเทือนใจแก่ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์

เบื้องต้น คาดว่าผู้เสียชีวิตน่าจะเพิ่งเลิกงานและกำลังขี่รถจักรยานยนต์เดินทางกลับบ้านพัก แต่ระหว่างทางประสบอุบัติเหตุชนท้ายรถยนต์เก๋งที่จอดอยู่ริมถนน จนเป็นเหตุให้เสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังเป็นเพียงข้อสันนิษฐาน ต้องรอการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานหน่วยกู้ภัยอยุธยารวมใจ นำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ จังหวัดปทุมธานี พร้อมบันทึกภาพและตรวจสอบสภาพรถทั้งสองคัน รวมถึงเชิญคนขับรถยนต์เก๋งไปสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุและข้อเท็จจริงของอุบัติเหตุครั้งนี้ พร้อมกับประสานครอบครัวผู้เสียชีวิตรับร่างกลับไปบำเพ็ญกุศลประเพณีทางศาสนาต่อไป

















