ยุติร้าวฉาน! อ.สกล จับมือ ผอ.รร.พุทธิรังสีพิบูล ศธ.เป็นกาวใจ ร่าง MOU ใหม่ทดลองใช้ 6 เดือน อ.สกล ลั่นรอดูจะพาเด็กคว้าแชมป์บอล 7 สีหรือไม่

วันที่ 20 ต.ค. 2569 จากปมความขัดแย้งเกี่ยวกับบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) และการบริหารจัดการทีมฟุตบอลระหว่างอาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ โค้ชฟุตบอลนักเรียนชื่อดังแห่งทีมแตงโม ยูไนเต็ด กับ นายปิยราช สืบเชื้อวงค์ ผู้อำนวยการโรงเรียนพุทธิรังสีพิบูล ที่เคยมีกระแสข่าวแยกทาง และประโยคเด็ด “คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก” จนกระทรวงศึกษาธิการต้องยื่นมือเข้ามาช่วยประสานไกล่เกลี่ย

นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยถึงผลการหารือและแนวทางการจัดทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ฉบับใหม่ ร่วมกับสถานศึกษาและผู้เกี่ยวข้อง โดยระบุว่า เป็นนิมิตหมายอันดีที่ทุกฝ่ายมีเป้าหมายร่วมกันในการช่วยเหลือเด็ก เพื่อให้เด็กไม่เกิดปัญหา มีที่เรียน และมีสถานที่เล่นกีฬาที่ชื่นชอบ ภายใต้กรอบกฎระเบียบของกระทรวงและโรงเรียน

สำหรับการดำเนินงานในระยะต่อไป ได้มอบหมายให้อาจารย์สกลและทางประธานกลับไปศึกษาและอ่านรายละเอียดในร่าง MOU ฉบับใหม่ ภายในเวลา 2 วันในช่วงวันศุกร์และเสาร์นี้ โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มลงนามในสัญญาได้ภายในสัปดาห์หน้า นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดระยะเวลาทดลองใช้ MOU เป็นเวลา 6 เดือน ซึ่งทางกระทรวงศึกษาธิการจะส่งทีมนิติกรและทีมที่ปรึกษาเข้าไปเป็นตัวกลางร่วมขับเคลื่อนและประสานงานระหว่างโรงเรียนพุทธิรังสีพิบูล และอาจารย์สกลอย่างต่อเนื่อง 

เมื่อครบกำหนด 6 เดือน จะมีการนำผลการปฏิบัติงานมาวัดผลร่วมกัน เพื่อดูว่าแนวทางที่ทำมาประสบความสำเร็จหรือไม่ และร่วมกันแก้ไขปัญหาหากพบจุดที่ต้องปรับปรุง นายอัครนันท์ กล่าวทิ้งท้ายว่า บรรยากาศในการพูดคุยเป็นไปด้วยความเข้าใจอันดี มีสปิริตและน้ำใจนักกีฬา เนื่องจากทุกฝ่ายอยู่ในวงการกีฬาเช่นเดียวกัน โดยกระทรวงศึกษาธิการพร้อมทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการประสานงานระยะยาว เพื่อให้การทำงานร่วมกันเป็นไปอย่างราบรื่นและลดปัญหาความขัดแย้งในอนาคต

ด้านอาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ กล่าวว่า ในฐานะนักกีฬาต้องรู้จักคำว่าแพ้ ชนะ และการให้อภัย ซึ่งสุดท้ายแล้วการร่วมมือกันครั้งนี้จะจบลงด้วยความสุข โดยตนนับจากนี้จะไม่มองกลับไปพูดถึงเรื่องในอดีต แต่จะมองไปข้างหน้า สิ่งใดที่ดีก็จะนำมาปรับใช้ ซึ่ง MOU ฉบับนี้ได้มีการพูดคุยกับทางรัฐมนตรีแล้วว่า หากนำมาใช้แล้วเกิดผลดี จะผลักดันให้นำไปใช้เป็นโมเดลต้นแบบทั่วประเทศ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องอะคาเดมี่ อาคารสถานที่ หรือความร่วมมือระหว่างชมรมกับโรงเรียนอย่างถูกต้อง 

"อยากให้โรงเรียนพุทธิรังสีพิบูลเป็นโรงเรียนต้นแบบในการนำ MOU ฉบับนี้ไปใช้ ดีหรือไม่ดีอย่างไร ผมจะเป็นคนนำไปปฏิบัติ แล้วจะนำผลลัพธ์กลับมารีวิวให้กระทรวงได้รับทราบอีกครั้ง ต้องขอขอบคุณทางกระทรวงศึกษาธิการที่ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือประสานงาน จากนี้เราไม่พูดถึงอดีตแล้ว แต่จะพูดถึงอนาคต รอดูว่าพุทธิรังสีพิบูลจะไปถึงแชมป์ฟุตบอล 7 สี ได้หรือไม่" อาจารย์สกล กล่าว 

ขณะที่ นายปิยราช สืบเชื้อวงค์ ผู้อำนวยการโรงเรียนพุทธิรังสีพิบูล ได้กล่าวแสดงความขอบคุณทางผู้ใหญ่จากกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งรัฐมนตรีช่วย ปลัดกระทรวง รองเลขาธิการ ตลอดจนทุกฝ่ายที่ให้ความห่วงใย พร้อมย้ำชัดว่าเป้าหมายสูงสุดคือประโยชน์ของนักเรียนทุกคน 

"ผมเน้นย้ำถึงประโยชน์ส่วนรวมของนักเรียนทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นกับโรงเรียน เราจะไม่พูดถึงสิ่งที่จะสร้างความแตกแยก โรงเรียนพุทธิรังสีพิบูลเป็นโรงเรียนหนึ่งในจังหวัดที่เราต้องดูแล ผลประโยชน์ทั้งหมดขอให้เด็กๆ ทั้ง 940 คนได้เรียนและซ้อมกีฬาอย่างมีความสุขและมีความปลอดภัยครับ" ผอ.ปิยราช กล่าวทิ้งท้าย 

ภายหลังจากการให้สัมภาษณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ร่วมกันถ่ายภาพจับมือ ให้เห็นถึงข้อตกลงที่ยุติกันได้ เมื่อถ่ายภาพรวมเสร็จผู้สื่อข่าวได้ขอให้อาจารย์สกล และ ผอ.ปิยราช ร่วมกันถ่ายภาพคู่จับมืออีกครั้ง แต่พบว่าทั้งคู่ยังมีการยึกยัก แต่สุดท้ายก็จับมือแสดงความสันติกันก่อนจะแยกย้าย