ชาวบ้าน อ.บางไทร พ่อหายออกจากบ้านกว่า 3 ปี จู่ๆ เมื่อคืนได้กลิ่นบุหรี่ในบ้านทั้งที่ไม่มีใครสูบ เช้ามาได้ข่าวไฟไหม้ป่ารกร้างกว่า 30 ไร่ พบโครงกระดูกมนุษย์ เชื่อเป็นพ่อที่หายไป รอผลตรวจพิสูจน์
วันที่ 24 เมษายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ช้างใหญ่ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สมาคมอยุธยารวมใจ และหน่วยกู้ภัยอยุธยา เข้าตรวจสอบเหตุพบโครงกระดูกมนุษย์ภายในพื้นที่ป่าลึก หมู่ 2 ตำบลเชียงรากน้อย อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ที่จุดเกิดเหตุพบว่าพื้นที่โดยรอบถูกไฟไหม้เสียหายเป็นวงกว้างกว่า 30 ไร่ สภาพป่าโล่งเตียน เจ้าหน้าที่ต้องเดินเท้าเข้าไปยังจุดเกิดเหตุเป็นระยะทางเกือบ 1 กิโลเมตร โดยลัดเลาะผ่านพื้นที่ป่ารกร้าง เมื่อถึงบริเวณดังกล่าวพบหัวกะโหลกมนุษย์ และชิ้นส่วนกระดูกกระจัดกระจายหลายชิ้น จึงได้กันพื้นที่ไว้เป็นหลักฐาน พร้อมเก็บรวบรวมชิ้นส่วนทั้งหมดส่งตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อหาข้อมูลอัตลักษณ์บุคคลและสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด

นางสาวณิชาภา สัมมาสิทธิ์ อายุ 46 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบหัวกะโหลกมนุษย์ภายในป่าดังกล่าวจึงเข้าตรวจสอบเบื้องต้น ก่อนประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าดำเนินการ ทั้งนี้ ยังไม่สามารถระบุเพศหรือข้อมูลของผู้เสียชีวิตได้ ต้องรอผลตรวจพิสูจน์จากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ
ขณะที่ นายชูศักดิ์ อายุ 65 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เดินทางมาดูจุดเกิดเหตุ พร้อมเปิดเผยว่า บิดาของตนคือ นายเลี้ยม อายุ 84 ปี ได้หายออกจากบ้านไปนานกว่า 3 ปี โดยตลอดเวลาที่ผ่านมาครอบครัวพยายามออกติดตามหาแต่ไม่พบตัว กระทั่งคืนที่ผ่านมา น้องสาวได้กลิ่นบุหรี่ภายในบ้านอย่างผิดปกติ ทั้งที่ไม่มีใครสูบ จึงเกิดความสงสัย

ต่อมา ในช่วงเช้าได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านว่า พบโครงกระดูกมนุษย์ในป่าดังกล่าว ตนจึงรีบเดินทางมาตรวจสอบ และเชื่อว่าอาจเป็นบิดาของตน เนื่องจากจุดที่พบอยู่ห่างจากบ้านประมาณ 1 กิโลเมตร อีกทั้งบริเวณดังกล่าวเป็นป่ารกร้าง บุคคลภายนอกเข้าถึงได้ยาก
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะนำโครงกระดูกทั้งหมดส่งตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อยืนยันตัวบุคคลอย่างเป็นทางการ และตรวจสอบหาสาเหตุการเสียชีวิต พร้อมทั้งเร่งสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทุกด้าน โดยยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ไม่ว่าจะเป็นการเสียชีวิตตามธรรมชาติหรือเหตุอาชญากรรม เพื่อคลี่คลายข้อเท็จจริงของคดีที่ยังคงเป็นปริศนาต่อไป

















