เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 26 ม.ค. พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป.นำกำลังเจ้าหน้าที่ บก.ปปป. สนธิกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. และ ป.ป.ช. นำโดย พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ผอ.ปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 2 นำหมายค้นเข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายจำนวน 3 จุด ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี เพื่อจับกุมตัวผู้ต้องหาขบวนการนักเคลื่อนไหวหรือนักร้องเรียนข่มขู่เรียกเงินเจ้าหน้าที่รัฐแลกกับการไม่ร้องเรียนหรือกลั่นแกล้งให้ถูกตรวจสอบ

 

สำหรับปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว ว่าได้ถูกนายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน หรือ นักเคลื่อนไหวชื่อดัง พร้อมด้วยนายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก ประธานกลุ่มรวมใจรักชาติ และเป็นหนึ่งในคณะทำงานเขตราชการที่ 11 ที่ได้รับการแต่งตั้งจากนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี พร้อม น.ส.พิมณัฏฐา จิระพุทธิภาคย์ อดีตผู้สมัคร สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ ร่วมกันข่มขู่เรียกเงินจำนวน 3 ล้านบาท ก่อนจะมีการเจรจาต่อรองเหลือเพียง 1.5 ล้านบาท เพื่อแลกกับการยุติเรื่องร้องเรียนโครงการสนับสนุนลดต้นทุนการผลิตด้านการปลูกข้าว และโครงการปรับปรุงการผลิตสำหรับผู้ปลูกข้าว โดยอ้างว่าพบข้อพิรุธที่ส่อไปในทางทุจริต

 

แต่ด้วยความที่ นายณัฏฐกิตติ์ มั่นใจว่าที่ผ่านมาตนเองนั้นบริหารงานหรือปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต ไม่ได้เป็นไปอย่างที่ถูกผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย กล่าวอ้างเพื่อข่มขู่ จึงมองว่าการถูกกระทำเช่นนี้ไม่เป็นธรรมแก่ตนเอง แต่ด้วยความที่เกรงว่าหากถูกร้องเรียนโจมตีบ่อยครั้งเข้าจะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง จึงยอมจ่ายเงินให้ครั้งแรกก่อนเป็นจำนวน 1.4 แสนบาท ก่อนแอบถ่ายคลิปวิดีโอตอนส่งมอบเงินเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นจึงนำมามอบให้กับพนักงานสอบสวน บก.ปปป. ก่อนมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงจนเชื่อว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 รายมีพฤติกรรมดังกล่าวจริง จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลางออกหมายจับ นายศรีสุวรรณ และ น.ส.พิมณัฏฐา ในข้อความผิดฐาน สนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐกระทำความผิด พร้อมออกหมายจับนายยศวริศ ในความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์ และ เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ก่อนวางแผนให้ผู้เสียหายทำการนัดหมายส่งมอบเงินงวดต่อมาอีก 5 แสนบาท ไปส่งมอบให้ในวันนี้เพื่อซ้อนแผนเข้าจับกุม

 

โดยเป้าหมายสำคัญจุดแรกเป็นบ้านพักของ นายศรีสุวรรณ หลังจากผู้เสียหายส่งคนนำเงิน 5 แสนบาท ไปส่งมอบให้กับภรรยาของนายศรีสุวรรณ กระทั่งเมื่อเห็นว่ามีการหยิบซองเงินเข้าไปภายในบ้านจริง จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นจับกุม ระหว่างนั้นนายศรีสุวรรณเกิดไหวตัวพยายามวิ่งนำซองเงินไปโยนทิ้งบริเวณข้างบ้าน เจ้าหน้าที่จึงวิ่งไล่ติดตามไปตรวจยึดกลับคืนมาได้ ก่อนแสดงหมายจับให้เจ้าตัวรับทราบจากนั้นจึงทำการควบคุมตัวพร้อมพาตรวจค้นภายในบ้านพัก เพื่อค้นหาพยานหลักฐานต่างๆเพิ่มเติมทางคดี นอกจากนี้ยังได้เตรียมเชิญตัวภรรยาของ นายศรีสุวรรณ ไปทำการสอบปากคำเพื่อตรวจสอบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดด้วยหรือไม่

 

ทนายดนุเดช ศิริวงษ์ตระกุล ที่ปรึกษากฎหมายอธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่านำเรื่องนี้ไปปรึกษากับรองผู้การปราบปราม เพราะผู้เสียหายทนไม่ไหว เลยมีการนำเงิน 5 แสนบาทไปล่อ เพื่อซ้อนแผนเข้าจับกุม

 

ต่อมาตำรวจสอบสวนกลางได้ควบคุมตัว นายศรีสุวรรณ ที่ถูกจับกุมมาที่กองบัญชาการสอบสวนกลางเพื่อมาสอบปากคำเพิ่มเติม พร้อมกันนี้ยังมี ภรรยา ของ นายศรีสุวรรณ ได้เดินทางมาด้วย ซึ่งระหว่างที่ตำรวจคุมตัวนายศรีสุวรรณ ขึ้นไปยังด้านบนผู้สื่อข่าวและพยามสอบถามได้ศรีสุวรรณระบุว่า “ตนเองถูกกลั่นแกล้งขอให้เชื่อใจตัวศรีสุวรรณ” ซึ่งมีหน้าตาที่ยิ้มแย้มพร้อมกับยก 2 นิ้ว และไม่ได้มีหน้าตาที่เคร่งเครียดแต่อย่างใด

 

รวบ "เจ๋งดอกจิก"คาทำเนียบตำรวจสอบสวนกลางซุ่ม ก่อนรวบ เจ้าตัวยันชี้แจงได้ อ้างเป็นแค่ผู้ประสานให้ศรีสุวรรณ

จากกรณีที่ตำรวจ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ปปป. เข้าจับกุมนายศรีสุวรรณ จรรยา กรณีข่มขู่เรียกรับเงิน เจ้าหน้าที่รัฐแลกกับการไม่ ร้องเรียนหรือกลั่นแกล้งไม่ถูกตรวจสอบ ตามข้อร้องเรียนของ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว รวมถึง ฝ่ายการเมือง โดยมีรายงานว่ามีชื่อ นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋งดอกจิก สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย

 

ล่าสุดเมื่อเวลา 16.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล และสนดุสิต ได้เข้ามาพูดคุยและเชิญ นายยศวริศ ขึ้นรถ เพื่อไปที่สนดุสิตทำการสอบสวนตามขั้นตอนและกระบวนการต่อไป

 

นายยศวริศ ระบุว่า ยังไม่ทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนไม่รู้เรื่องอะไร เพิ่งรู้เรื่องจากตำรวจ ตนมีหน้าที่ประสานให้นายศรีสุวรรณ เฉยๆ ซึ่งเรื่องนี้ต้องคุยกันไม่เป็นไร ยืนยันว่าชี้แจงได้ ขอย้ำว่าชี้แจงได้ไม่มีปัญหา

 

ขณะที่บรรยากาศทำเนียบรัฐบาลเจ้าหน้าที่สอบสวนกลาง ได้มาเตรียมพร้อมบริเวณห้องปฏิบัติการสื่อมวลชน 1 และด้านหน้าตึกบัญชาการ 1 ตั้งแต่ช่วงเที่ยง

 

ซึ่งมีรายการว่านายยศวริศได้เดินทางเข้ามาที่ตึกบัญชาการ 1 ตั้งแต่สายๆ เพื่อพบกับนายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

 

ด้านพิมณัฎฐา จิระพุทธิภาคย์ อดีตผู้สมัคร รทสช. เพิ่งโพสต์คำสั่ง นั่งคณะทำงาน ‘พีระพันธุ์’ 1 ชม. ก่อนเจอข้อหาร่วมทีมศรีสุวรรณ

 

หนุ่มบุกตบศีสุวรรณสะใจ โดนจับลั่นสมควรแล้ว

จากกรณีเมื่อช่วงบ่ายในวันนี้ (26 ม.ค. 67) เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม เข้าจับกุมนายศรีสุวรรณ จรรยา ที่บ้านพักย่านปทุมธานี ในกรณีที่ไปรีดเงินอธิบดีกรมการข้าว ทีมข่าวช่อง8จึงได้เดินทาง มาที่สนามมวยรังสิต เพื่อพบกับ นายทศพล อายุ 68 ปี ผู้อำนวยการจัดการแข่งขัดมวไทย4ภาค ซึ่งเป็นคู่กรณีกับนายศรีสุวรรณ จรรยา ในเรื่องการทำร้ายร่างกายมาก่อน โดยนายทศพลได้เปิดใจกับทีมข่าวว่า

 

“ตอนนั้นเคยเป็นคู่กรณีกับนายศรีสุวรรณ จรรยา ในเรื่องที่เคยเข้าไปตบหน้านายศรีสุวรรณมาก่อน เพราะไม่ชอบที่เขาไปร้องเรื่องเกี่ยวกับให้ยุบพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย ซึ่งมันจะถึงวันเลือกตั้งอยู่แล้ว

 

ซึ่งในวันนี้ที่ทราบข่าวว่านายศรีสุวรรณถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบเข้าจับกลุ่มนั้น ตนก็สมน้ำหน้า และคิดว่าสมควรแล้ว เพราะการที่เขาไปร้องในเรื่องแต่ละเรื่องนั้น เพราะเขาต้องการที่จะตบซับกับผู้ที่ถูกร้อง ซึ่งตนเองนั้นในเรื่องที่ไปทำร้ายร่างกายก็ถูกตบทรัพย์กว่าหนึ่งล้านบาท ซึ่งในตอนนี้คดีได้จบไปแล้ว แต่ในเรื่องคดีแพ่งนั้นตนได้บอกให้ไปฟ้องแพ่งเอา

 

โดยหลังจากนี้ตนก็คิดว่าไม่ควรให้ประกันตัวนายศรีสุวรรณ จรรยา เพราะกลัวว่านายศรีสุวรรณจะหนีออกนอกประเทศ และอยากบอกนายศรีสุวรรณว่า กรรมใดใครก่อไว้ก็ต้องชดใช้กรรมนั้น

 

พีระพันธุ์แจงไม่เกี่ยวเรียกตำรวจ รวบเจ๋ง ดอกจิก

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังตำรวจนอกเครื่องแบบรวบตัว นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋งดอกจิก สมาชิกพรรค รทสช. ภายในทำเนียบรัฐบาล กรณีมีการกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการข่มขู่เรียกเงินอธิบดีกรมการข้าว 3 ล้านบาท ว่า นายยศวริศ เป็นสมาชิกพรรค รทสช. ต้องไปดูก่อนหากเขามีความผิดต้องให้เขาออก เราไม่เอาอยู่แล้วถ้ามีพฤติการณ์ลักษณะที่ทำให้เสื่อมเสีย เรามีสิทธิ์ให้เขาออก หรือเขาอาจจะมาลาออกก็ได้เป็นสิทธิ์ของเขา และต้องดูผลการตรวจสอบของตำรวจเป็นอย่างไร ถ้าดูแล้วไม่เหมาะสมก็คงต้องให้ออก แต่อะไรก็แล้วแต่ไม่เกี่ยวกับตน ไม่เกี่ยวกับพรรค และเขาไม่ได้เป็นคณะทำงานเขตตรวจราชการที่ 11 แล้ว ตนปรับเปลี่ยนไปตั้งแต่เดือนธ.ค.66 แล้ว แต่วันเดียวกันนี้ตนมีการประชุมมอบนโยบายเขตตรวจราชการที่ 4 ,9 และ 11 ที่ทำเนียบฯ เขารู้ก็แวะเวียนมา

 

นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนตัวของเขา เขาไปทำอะไร และทำจริงแค่ไหนเราไม่ทราบ เขาไปเกี่ยวกับ นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติรักแผ่นดิน ตนไม่รู้เลย ก็ต้องให้เขาไปว่ากันเอง แต่ตนไม่รู้เรื่อง ไปลงข่าวว่าตนประสานตำรวจเข้ามาจับกุมนายยศวริศ ที่ทำเนียบฯ ตนไม่รู้เรื่องเอาข่าวที่ไหนมา ตนไม่รู้จักตำรวจ ให้ไปถามตำรวจว่าใครติดต่อมา

 

ผู้สื่อข่าวถามว่ากรรมการบริหารพรรคจะมีการพูดคุยกันเรื่องนี้หรือไม่ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ถ้ามีคนเสนอเรื่องในที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค และข้อมูลข้อเท็จจริงเข้าลักษณะที่เป็นไปตามข้อบังคับพรรคก็คงต้องให้ออก ก็อาจต้องให้เขามาชี้แจงในที่ประชุม ทั้งนี้เราให้ความเป็นธรรมกับทุกคน เรายังไม่รู้ข้อเท็จจริงเลยว่าเป็นอย่างไร เมื่อถามว่า ส่วนตัวได้คุยกับ นายยศวริศหรือไม่ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ไม่ได้คุย เขามาหรือใครมาตนก็มีห้องให้นั่งต่างหาก ตนก็เพิ่งรู้เรื่องดังกล่าว

ตำรวจเปิดปฏิบัติการหยุดเถอะครับ แฉจับศรีสุวรรณเรียกเงิน

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก.พร้อม นายนิวัติชัย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ร่วมกันแถลงการจับกุมนายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน หลังร่วมกับ นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และ น.ส.พิมณัฏฐา จิระพุทธิภาคย์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรค รทสช.ข่มขู่อธิบดีกรมการข้าวโดยเรียกเงิน 3 ล้านบาท ก่อนเจรจาต่อรองเหลือ 1.5 ล้านบาท แลกกับการยุติเรื่องร้องเรียนโครงการสนับสนุนลดต้นทุนการผลิตด้านการปลูกข้าว และโครงการปรับปรุงการผลิตสำหรับผู้ปลูกข้าว โดยอ้างว่าพบข้อพิรุธที่ส่อไปในทางทุจริต

 

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เปิดเผยว่าคดีนี้เกิดขึ้นจากอธิบดีกรมแห่งหนึ่ง และภรรยาร้องเรียนตำรวจ ป.ป.ป. จากนั้นมีการส่งเรื่องไปที่ ป.ป.ช. พิจารณา โดยร้องเรียนมาตั้งแต่ต้นเดือนมกราคมที่มากเริ่มต้นจากการร้องนายเจ๋ง ดอกจิก จากนั้นไปพบว่าได้ร่วมกับนายศรีสุวรรณ และพวกรวม 3 คน

 

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า เรื่องนี้เกี่ยวกับข้าราชการที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งจะต้องต่อสู้เพื่อเกียรติและศักดิ์ศรี โดยอธิบดีคนดังกล่าว ยืนยันในข้อเท็จจริงว่า ตัวเองไม่ได้กระทำผิดจากนั้นมีการไปคุยเจรจานอกรอบ โดยทางฝั่งของผู้ต้องหา “ขอให้ดูแล 3 โล” (3 ล้าน) จนมีการต่อรองกันเหลือ “1.5 โล” (1.5 ล้าน) โดยตัวอธิบดีได้ เก็บรวบรวมหลักฐานด้วยตัวเองเนื่องจากไม่ยินยอม เจ้าหน้าที่เองมีการรวบรวมพยานหลักฐานพบว่ามีน้ำหนัก ใช้เวลา 1 เดือนเต็ม รวมทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ส 4 เดือนเต็ม

 

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า อธิบดีกรมการข้าวกับภรรยามาร้องเรียนว่าถูกกลุ่มผู้ต้องหารีดไถเงิน จึงรวบรวมหลักฐานพร้อมประสาน ป.ป.ท.และ ป.ป.ช.เปิดปฏิบัติการจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด โดยคดีนี้อธิบดีฯ ยืนยันว่าเรื่องที่ถูกกล่าวหานั้นไม่เป็นความจริง มีความพยายามเจรจาและเรียกรับเงิน จึงต่อรองเงินเหลือครึ่งเดียวจาก 3 ล้านบาทเหลือ 1.5 ล้านบาท ขณะนี้จ่ายไปแล้ว 6.6 แสนบาท พร้อมเก็บหลักฐานทางแชตไลน์ วิดีโอและหลักฐานต่างๆ จนมีความชัดเจน ก่อนมาแจ้งความกับตำรวจ บก.ปปป.เมื่อตรวจสอบหลักฐานแล้วมีความน่าเชื่อว่ากลุ่มผู้ต้องหาร่วมกันกระทำผิดจริง ประกอบกับหลักฐานที่ได้รับก็มีน้ำหนัก ซึ่งได้ใช้เวลารวบรวมหลักฐานมานานกว่า 4 เดือน จึงนำมาสู่การจับกุมครั้งนี้ หลังจากนี้จะเรียกสอบปากคำบุคคลเพิ่มเติมอีก 1 ราย

 

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวอีกว่า การสืบสวนขณะนี้ยังไม่พบว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้อง แต่พบว่ามีบัญชีม้า ซึ่งจะไล่ตรวจสอบเพิ่มเติม เชื่อว่ามีคนช่วยเหลือในการรับเงิน และผู้ต้องหายังอ้างไปถึงผู้หลักผู้ใหญ่ และจากการสอบปากคำ นายศรีสุวรรณ ปฏิเสธข้อกล่าวหา อ้างว่ามีคนนำเงินมาให้ แต่ตนเองไม่ได้เป็นผู้เรียกรับ อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์การทำงานของตนยังพบว่า ขบวนการหาเงินเช่นนี้ มีทั้งคนร้องเรียน คนเคลียร์ บัญชีม้าและคนรับเงิน

 

ส่วนแผนการจับกุม หลังผู้เสียหายส่งมอบเงินด้วยการแขวนถุงใส่เงิน 5 แสนบาทไว้หน้าบ้าน ตำรวจยังเฝ้าคอยนานกว่า 1 ชั่วโมง ก่อนนำหมายค้นเข้าบ้าน แต่พบว่ามีคนวิ่งหลบหนีไปที่หลังบ้าน เมื่อรีบไปจับกุม ก็พบนายศรีสุวรรณในบ้าน พอถามว่าเงินอยู่ที่ใด เจ้าตัวก็พาเจ้าหน้าที่ไปหยิบเงินเอง ส่วนถุงใส่เงินไปพบว่าถูกทิ้งอยู่ข้างบ้าน ยืนยันว่าที่บ้านนายศรีสุวรรณ มีกล้องวงจรปิดทั้งหลัง เจ้าตัวเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด

 

เมื่อถามว่า รองนายกรัฐมนตรีได้ติดต่อมาให้การช่วยเหลือผู้ต้องหารายใดหรือไม่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยืนยันว่า ไม่มีใครโทรศัพท์เข้ามาเคลียร์ แต่รองนายกฯ ได้ประสานขอความร่วมมือ เพราะเจ้าหน้าที่ได้ติดตามกลุ่มผู้ต้องหาไปหลายสถานที่ ยืนยันว่ารองนายกฯ ไม่มีส่วนให้การช่วยเหลือผู้ต้องหา

 

เมื่อถามว่าจะคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาหรือไม่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ตอบว่า ส่วนตัวไม่อยากให้ประกันตัว แต่งานนี้บอกเลยว่า ศรีเหนื่อย

 

เมื่อถามว่านายศรีสุวรรณ อ้างว่าถูกกลั่นแกล้ง สิ่งที่ทำแล้วมีประโยชน์กับประเทศชาติก็น่าชื่นชม แต่พฤติกรรมที่เกิดขึ้นถือว่ามีความชัดเจนที่เจ้าหน้าที่จะเอาผิดได้

 

นายนิวัติชัย กล่าวว่า คดีนี้เกิดเมื่อต้นเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ผู้เสียหายร้องเรียนว่า เจ๋งดอกจิก เป็นผู้ประสานงานกับนายศรีสุวรรณ และภรรยาเพื่อเรียกรับเงิน 3 ล้านบาท โดยกล่าวหาว่าตนเองทุจริตโครงการในกรมการข้าวหลายโครงการ ซึ่งมีงบประมาณหลักพันล้านบาท ก่อนที่ผู้เสียหายจะต่อรองจนเหลือ 1.5 ล้านบาท แต่ผู้เสียหายมั่นใจว่าตนเองไม่ได้ทำอะไรผิด จึงแจ้งความกับ บก.ปปป.จนมีการรวบรวมหลักฐานออกหมายจับและวางแผนจับกุมที่บ้านพักนายศรีสุวรรณ ที่ จ.ปทุมธานี ได้ในวันนี้ โดยพบหลักฐานว่าเจ้าตัวได้ถือเงินและยังมีหลักฐานการติดต่อทางโทรศัพท์ก่อนหน้านี้

 

อย่างไรก็ตาม สำหรับเจ๋งดอกจิกนั้นถือเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ แม้จะไม่ใช่ผู้มีตำแหน่งทางการเมือง แต่สามารถดำเนินคดีได้ และหากศาลสั่งฟ้องก็ต้องพักการปฏิบัติหน้าที่ไปก่อน

 

คุมตัว “เจ๋งดอกจิก” สอบที่ชั้น 15 สอบสวนกลาง - ศรีสุวรรณนั่งให้การหน้าเครียด

ล่าสุด เมื่อ 20:20 น. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง ได้มีการคุมตัว เจ๋ง ดอกจิก มาจากสน. ดุสิต มาทำการสอบสวนเพิ่มเติมที่สอบสวนกลาง

 

ระหว่างที่มีการ คุมตัวขึ้นมาที่ห้องสอบสวนชั้น 15 เจ้าตัวเผยว่า ส่วนตัวเดินทางมาเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ซึ่งทุกอย่างก็เตรียมหลักฐานและรวมถึงเตรียมทนายไว้แล้ว ส่วนตัวไม่ได้เกี่ยวข้องและไม่ได้รู้เห็น ขณะที่เรื่องของนายศรีสุวรรณก็เป็นเรื่องของเขาไม่เกี่ยวกับตนเอง ในประเด็นเรื่องของการโยนเงินหรือเงินของกลางจำนวน 500,000 บาทนั้นตนเองก็ไม่ได้รู้เห็นอะไรด้วย ตนเองก็ทราบจากข่าวเหมือนกัน และการที่ตัวเองไปทำเนียบรัฐบาลวันนี้ก็ไปร่วมประชุมแต่ถูกจับ ส่วนพิมณัฏฐา ตนเองก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเกี่ยวข้องมากน้อยแค่ไหน ดังนั้นยืนยันว่าการเดินทางมาในวันนี้ก็เพื่อที่จะแสดงความบริสุทธิ์ใจ

 

ขณะเดียวกันภายในห้องสอบสวน พนักงานสอบสวนของตำรวจสอบสวนทาง ได้มีการสอบปากคำเพิ่มเติมนายศรีสุวรรณ จรรยา หลังจากที่ถูกคุมตัวมาเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ซึ่งสังเกตว่า มีสีหน้าค่อนข้างเคร่งเครียด และนั่งอยู่ข้างกับทนายความ เพื่อให้การกับพนักงานสอบ

 

เมื่อเวลา 20.40 น. ตำรวจสอบสวนกลาง ได้มีการพาตัวนายศรีสุวรรณ เช็นชื่อ พร้อมกับ มีการพิมพ์ลายนิ้วมือ ซึ่งก่อนถูกพิมพ์ลายนิ้วมือ เจ้าตัวหันมาชู 2 นิ้ว และยิ้มให้กับผู้สื่อข่าวที่ถ่ายอยู่นอกห้องสอบสวน ก่อนจะชู1นิ้วชี้1นิ้ว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของนายศรีสุวรรณ เวลาที่มีการเดินหน้าร้องเรียน มักจะมีท่าประจำคือชูนิ้วชี้

 

และภายในห้องสอบสวนจะสังเกตว่า มีภรรยาของนายศรีสุวรรณ ซึ่งนั่งให้การเพิ่มเติมในฐานะพยาน และคนที่อาศัยอยู่ในบ้าน ที่อาจรู้เห็นเกี่ยวกับเรื่องของถุงเงินหลังบ้าน โดยถูกตรวจสอบเพื่อถูกบันทึกเอาไว้ในสำนวนคดี

 

พิมณัฏฐา ถึงสอบสวนกลางถูกคุมตัวพิมพ์ลายนิ้วมือ

ภายหลังพิมณัฏฐาการเดินทางเข้าไปที่สน.ดุสิต เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจหลังถูกกล่าวหา ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องและเอี่ยวกับการเรียกรับเงินนั้น

 

เมื่อ 21:20 น. ที่ผ่านมา เจ้าตัวได้เดินทางมาถึงที่ตำรวจสอบสวนกลาง ทันทีที่เดินทางมาถึงได้มีการพาตัวเข้าไปภายในห้องพิมพ์ลายนิ้วมือ พร้อมกับให้มีการเซ็นรับทราบข้อกล่าวหา ก่อนที่จะมีการสอบสวนเพิ่มเติมและประเด็นประเด็นอื่นเพื่อขยายขยายถึงเครือข่ายและความเชื่อมโยง โดยสังเกตว่าเจ้าตัวมีท่าทางลุกลี้ลุกลน พยายามหันมามองกล้องของผู้สื่อข่าวที่กำลังจับภาพอยู่

 

ต่อมา เจ๋งดอกจิก ได้พูดคุยกับผู้สื่อข่าวขณะออกจาก สน.ดุสิต และกำลังเดินทางไปสอบสวนกลางว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว ผมบริสุทธิ์แน่นอน

 

ไทม์ไลน์ เรียกรับเงิน อธิบดีกรมการข้าว

 

จบเกม "ศรีสุวรรณ" อ้างบิ๊กเนมไถ 3 ล้าน ตร.ล่า 3 เดือนส่งซิก 3 โล ฟัน 3 เกลอ