ญาติเผากองฟอน 4 ศพเหตุรถตู้ข้ามเลนไปชนกระบะตาย 25 ศพที่จ.ชลบุรีช่วงเทศกาลปีใหม่ บรรยากาศญาติเป็นไปด้วยความโศกเศร้า
บรรยากาศพิธีฌาปณกิจศพที่วัดบ้านหว้า ต.กู่ อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ ญาติผู้เสียชีวิตต่างร้องไห้ด้วยความโศกเศร้าตลอดพิธีสงฆ์ 4 ชีวิต ครอบครัวหาญเสมอ จากอุบัติเหตุรถตู้พุ่งข้ามเลนมาชนกับรถบะ ที่บริเวณถนนสาย344 อ.บ้านบึง จ.ชลบุรีเมื่อวันที่ 2 มกราคมที่ผ่านมา โดยได้เผาแบบกองฟอนพร้อมกัน 4 ศพ ตามแบบประเพณีชาวกูย หรือ ชาวส่วยโบราณ เนื่องจากว่าเมรุเผาศพไม่เพียงพอและต้องเผาศพ ที่ตายเพราะอุบัติเหตุพร้อมกัน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมส่งดวงวิญญาณผู้เสียชีวิตจำนวนมาก โดยมีตัวแทนประกันชีวิตนำเงินมามอบช่วยเหลือครอบครัวรวม 1 ล้าน 5 แสนบาท
'วิษณุ'ชงกฎเหล็กล็อกความเร็วงดใบอนุญาตรถตู้โดยสารก่อนใช้ม.44
ส่วนการแก้ไขปัญหารถตู้โดยสารสาธารณะซึ่งมักเกิดขึ้นทำให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้หารือร่วมกับ กรมขนส่งทางบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมยกอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมีผู้เสียชีวิต 25 ศพ แสดงให้เห็นถึงความบกพร่องทั้งในเรื่องสภาพรถ ความเร็ว คุณภาพผู้ขับขี่ วินัยจราจร และบทลงโทษ จึงได้สั่งการให้แต่ละหน่วยงานไปพิจารณาว่ามีเรื่องใดเร่งด่วน ให้เสนอครม.มาภายใน 7 วัน ก่อนจะออกมาตรา 44
ส่วนรถตู้ที่มีลักษณะเดียวกับคันที่เกิดเหตุ พบว่า ใช้จำนวนมากในไทย และมีสภาพไม่เหมาะสมนำมาเป็นรถขนส่งสาธารณะ เพราะมีประตู ขึ้น-ลงประตูเดียว หน้าต่างเปิดไม่ได้ และบรรทุกถังแก๊สถึง 3 ถัง และประตูหลังเปิดไม่ได้เนื่องจากสลักอยู่ที่ ซึ่งการแก้ปัญหารถตู้มีมาตรการอยู่แล้วที่จะให้รถตู้หมดไปภายในปี 2562 แต่เมื่อเกิดเหตุดังกล่าวตำรวจจึงได้เสนอให้งดการออกใบอนุญาต รถตู้เป็นรถขนส่งสาธารณะตั้งแต่บัดนี้ เพื่อไม่เพิ่มจำนวนรถตู้ในท้องถนน
นายวิษณุ กล่าวต่ออีกว่า นอกจากนี้ จะใช้มาตรา 44 ให้อำนาจตำรวจสามารถตรวจสมุดบันทึกประจำรถ นอกเหนือจากการตรวจของเจ้าหน้าที่ทางหลวงและเจ้าหน้าที่กรมขนส่ง ซึ่งหากรถตู้ไม่พกสมุดบันทึกติดรถ และไม่กรอกข้อมูล หรือกรอกเป็นเท็จก็ถือว่ามีความผิด ขณะเดียวกันจะล็อกความเร็วของการขับขี่ที่ปกติกำหนดไว้ที่ 90 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง แต่ให้เพิ่มอัตราความเร็วเพื่อเร่งแซงได้ที่ 100-110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งตัวเลขดังกล่าวยังไม่ตายตัว ต้องตำรวจไปหารือกับกรมขนส่งอีกครั้ง
ขนส่งกรุงเก่าเข้มตรวจรถตู้โดยสาร ล้อมคอกเกิดอุบัติเหตุซ้ำ
ด้านเจ้าหน้าสำนักงานขนส่ง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เข้าตรวจสอบและประชุมร่วมคนขับรถตู้โดยสารบริเวณถนนนเรศวร เพื่อชี้แจงข้อตกลงในการเดินรถ พร้อมตรวจสอบอุปกรณ์ส่วนควบ ทั้ง สมุดคู่มือเดินรถ อุปกรณ์ดับเพลิง และทุบกระจก เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้โดยสาร พร้อมตรวจวัดแอลกอฮอร์ผู้ขับให้ปราศจากแอลกอฮอร์ ป้องกันเหตุซ้ำรอยอุบัติเหตุรถตู้ทำให้มีคนเสียชีวิต 25 ศพที่ชลบุรี สำหรับรถตู้โดยสารของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีอยู่ถึง 300 คันขึ้นทะเบียนเป็นรถโดยสารกับกรมการขนส่งเพียงร้อยละ 3 เท่านั้นที่ติดตั้งระบบGPSของกรมการขนส่ง ทางจังหวัดจะประชาสัมพันธ์ ให้เจ้าของรถตู้นำรถไปติดตั้งก่อนวันที่30มีนาคม หากไม่ดำเนินจะถูกดำเนินคดี

















