ฉาว! ครูชายสอนอังกฤษ รร.มัธยมฯ ที่บุรีรัมย์ ขืนใจ นร.ชายตั้งแต่ ม.5 จนถึงมหาวิทยาลัย ไม่ได้ดั่งใจก็ชกต่อยตบตี ทำเหยื่อซึมเศร้า ผ่าน 6 เดือน โรงเรียนบอกยังสอบข้อเท็จจริง

วันที่ 2 เม.ย. 2569 น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 35 ปี ได้พานายเอ็ม (นามสมมติ) อายุ 20 ปี น้องชาย เข้าร้องขอความเป็นธรรมกับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ หลังได้แจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 กรณีที่นายเอ็มถูกครูผู้ชายสอนภาษาอังกฤษ อายุ 48 ปี โรงเรียนมัธยมชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์ ขืนใจบังคับทำออรัลเซ็กส์ตั้งแต่เรียนอยู่ชั้น ม.5 จนถึงมหาวิทยาลัย หากวันไหนทำอะไรไม่ถูกใจก็จะชกต่อย ตบตี จนนายเอ็มเกิดอาการซึมเศร้า เคยกินยาล้างห้องน้ำหวังจบชีวิต และทำร้ายตัวเอง

หลังแจ้งความทุกข์ผ่านมากว่า 6 เดือนก็ยังไม่มีความคืบหน้า จึงเกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งทางกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ก็ได้รับเรื่องไว้และรับปากจะเร่งรัดดำเนินการและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

นอกจากนี้ ยังได้เดินทางไปติดตามความคืบหน้ายังโรงเรียนต้นสังกัด หลังจากได้ทำหนังสือร้องเรียนเอาผิดทางวินัยกับครูที่ก่อเหตุ ซึ่งทางโรงเรียนต้นสังกัดชี้แจงว่า ตอนนี้อยู่ระหว่างการตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงตามกระบวนการขั้นตอน

จากการสอบถาม นายเอ็ม ผู้เสียหาย เล่าว่า ตอนที่เรียนเทอม 2 ชั้น ม.5 ที่โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ก็ได้เรียนพิเศษภาษาอังกฤษกับครูคนดังกล่าว จู่ๆ ครูก็เริ่มแสดงพฤติกรรมเหมือนเป็นห่วงเกินความเป็นครูกับลูกศิษย์ มีการขอหอมและกอดบ้าง จนเกินเลยถึงขั้นกระทำชำเราบังคับทำออรัลเซ็กส์มาต่อเนื่อง หากวันไหนขัดใจ ไม่ได้ดังใจ ก็จะลงไม้ลงมือชกต่อยตบตี จึงไม่กล้าขัด ประกอบกับครูก็หลอกล่อด้วยการให้เงินใช้ จ่ายค่าห้องพักให้ จึงจำยอมมาตลอดจนถึงมหาลัย แต่ด้วยความที่ครูมีอารมณ์รุนแรงก็จะมีพฤติกรรมใช้กำลังมาเรื่อยๆ เพราะบางครั้งชกต่อยอย่างรุนแรง จนถึงขั้นมีภาวะซึมเศร้าเคยกินยาล้างห้องน้ำหวังจบชีวิต และกรีดแขนทำร้ายตัวเอง จนต้องเข้ารับการรักษาทั้งทางร่างกายและจิตใจ จึงตัดสินใจเล่าให้คนในครอบครัวฟัง และนำหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์ ส่วนตัวอยากให้เอาผิดกับครูคนดังกล่าวทั้งตามกฎหมายถึงที่สุด และเอาผิดทางวินัย ไม่อยากให้เป็นครูอีกต่อไป เพราะอาจจะไปกระทำแบบนี้กับลูกศิษย์คนอื่นอีก

ด้าน น.ส.บี พี่สาวผู้เสียหาย บอกว่า หลังจากที่ครอบครัวทราบเรื่องก็รับไม่ได้กับพฤติกรรมของครูคนดังกล่าว จึงได้พาน้องชายเข้าแจ้งความตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 แต่จนถึงขณะนี้ผ่านไปกว่า 6 เดือนแล้วคดีก็ยังไม่คืบหน้า จึงเกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงได้มาร้องเรียนกับผู้การฯ ตำรวจบุรีรัมย์ และติดตามความคืบหน้ากับโรงเรียนต้นสังกัด แต่ทางโรงเรียนก็ให้คำตอบแค่ว่าอยู่ระหว่างการสืบข้อเท็จจริง จึงไม่ทราบว่าจะมีการช่วยเหลือกันหรือไม่อย่างไร ซึ่งก็จะได้นำหลักฐานไปร้อง สพม.ต่อไป ยืนยันว่าจะเดินหน้าร้องเรียนเอาผิดทั้งทางวินัย และกฎหมายกับครูคนดังกล่าวถึงที่สุด