จบดรามาอัฐิ "เหน่ง เหม่งจ๋าย" ไอซ์และครอบครัวเหน่ง ตกลงแบ่งคนละครึ่ง ด้าน "ป๋าชู" รับ พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หากถูกดำเนินคดี
วันที่ 3 เม.ย. 2569 จากกรณีดรามาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับอัฐิของ “เหน่ง เหม่งจ๋าย” หลังถูกพบว่านำไปเก็บไว้ภายในห้องเก็บของ ภายในศาลาวัดกลาง คลองสี่ จ.ปทุมธานี โดยไม่ได้นำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อ ภายหลังจากที่ “ไอซ์” ภรรยาของเหน่ง ได้นำอัฐิไปฝากไว้กับทางวัด จึงสร้างความไม่พอใจให้กับคนในวงการตลกและญาติเป็นอย่างมาก พร้อมตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของสถานที่จัดเก็บ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง
ขณะเดียวกัน ทางฝั่งครอบครัว โดยเฉพาะลูกๆ ของเหน่งมีความประสงค์ขอแบ่งอัฐิ เพื่อนำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาภายในครอบครัว โดยต้องการแบ่งคนละครึ่ง

ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้ “ป๋าชู” ได้เดินทางมายังวัดในฐานะตัวแทนครอบครัวและเพื่อนในวงการตลก เพื่อดำเนินการรับอัฐิ หลังจากไอซ์ได้โพสต์ข้อความแสดงความยินยอมให้แบ่งอัฐิคนละครึ่ง โดยทางวัดได้นำอัฐิออกมาเตรียมแบ่ง ป๋าชูให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ทุกอย่างได้ข้อสรุปเรียบร้อยแล้ว โดยได้พูดคุยกับเจ้าอาวาสและไอซ์ จนได้ข้อตกลงร่วมกันว่า จะแบ่งอัฐิออกเป็นสองส่วนเท่าๆ กัน และให้เจ้าหน้าที่ของวัดเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด
ทั้งนี้ ในขั้นตอนการแบ่งอัฐิ ทางวัดจะเป็นผู้ดำเนินการเพียงฝ่ายเดียว โดยไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าไปภายในพื้นที่ แต่จะมีการบันทึกภาพนิ่งและวิดีโอไว้เป็นหลักฐานทุกขั้นตอน เพื่อแสดงความโปร่งใสว่าได้ดำเนินการตามลำดับขั้นอย่างถูกต้อง
สำหรับตัวแทนฝ่ายครอบครัวที่จะเข้ารับอัฐินั้นอาจเป็นป๋าชูหรือบุคคลอื่นขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ขณะที่ไอซ์ยังไม่ได้เดินทางมารับอัฐิด้วยตนเอง เพราะยังคงฝากไว้ที่วัด เนื่องจากเจ้าตัวยังรอฤกษ์ที่สะดวกในการประกอบพิธี

ป๋าชู ระบุเพิ่มเติมว่า ในส่วนของครอบครัว หากได้รับอัฐิแล้วจะนำกลับไปประกอบพิธีทันที โดยได้เตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ไว้ครบถ้วนแล้ว ทั้งโกศและดอกไม้ เพื่อเตรียมทำพิธี และมีแผนจะนำไปลอยอังคารในเร็วๆ นี้
โดยยืนยันว่า ทุกฝ่ายรวมถึงญาติพี่น้อง และบอล เชิญยิ้ม ได้รับทราบและเห็นพ้องกับข้อตกลงดังกล่าวแล้ว โดยทุกคนต้องการให้เรื่องนี้จบลง และไม่ต้องการให้เกิดดราม่าต่อไปอีก
ส่วนกรณีอัฐิในส่วนของไอซ์ ที่ฝากไว้กับวัด จะมีการย้ายหรือเปลี่ยนสถานที่จัดเก็บหรือไม่นั้นป๋าชู ระบุว่า เป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับไอซ์และเจ้าอาวาส เพราะเป็นสิทธิของภรรยาที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งทางครอบครัวจะไม่เข้าไปก้าวก่าย

สำหรับประเด็นข้อพิพาทอื่นๆ ที่อาจยังคงค้างคาป๋าชู ยืนยันว่า ฝั่งครอบครัวไม่ได้ต้องการสิ่งใดเพิ่มเติมอีก หลังจากได้รับอัฐิแล้วถือว่าเรื่องจบ ส่วนเรื่องทรัพย์สินให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยยอมรับว่าไอซ์ก็มีสิทธิ์ตามกฎหมายในส่วนของไอซ์
สำหรับกรณีที่ไอซ์โพสต์ชี้แจงในโซเชียลป๋าชู ระบุว่า ต่างฝ่ายต่างมีมุมมองและข้อมูลของตนเอง ซึ่งประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน พร้อมย้ำว่าไม่ต้องการเข้าไปก้าวก่าย เพราะเกรงจะทำให้เกิดดรามารอบใหม่
และในประเด็นทางกฎหมาย ป๋าชู ยอมรับว่า ตระหนักดีว่าการแสดงความคิดเห็นหรือการกระทำบางอย่างอาจนำไปสู่การถูกดำเนินคดี โดยหากมีส่วนใดที่ตนกระทำผิด ก็พร้อมยอมรับ และเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการขอโทษ การรับโทษตามคำพิพากษาของศาล ไม่ว่าจะเป็นติดคุก หรือเสียค่าปรับ
พร้อมยืนยันว่า สิ่งที่ทำลงไปทั้งหมดมีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือลูกๆ ของเหน่ง ไม่ได้มีเจตนาเพื่อประโยชน์ส่วนตัวแต่อย่างใด และย้ำว่าไม่เคยรับเงินจากฝ่ายใครแม้แต่บาทเดียว ตลอดระยะเวลาที่เข้ามาช่วยจัดการงานศพ ตั้งแต่การทำความสะอาดพื้นที่ จัดเตรียมอุปกรณ์ ไปจนถึงการดำเนินพิธีต่างๆ
อย่างไรก็ตามป๋าชูเปิดเผยว่า ยังไม่ได้มีการพูดคุยโดยตรงกับไอซ์ เนื่องจากไม่สามารถติดต่อได้แม้จะมีผู้ใหญ่พยายามช่วยประสานให้ แต่หากอีกฝ่ายพร้อมพูดคุยก็ยินดีที่จะเจรจาเพื่อยุติปัญหาโดยไม่ต้องถึงขั้นฟ้องร้อง

ท้ายที่สุดป๋าชูยอมรับว่า จุดเริ่มต้นของดรามามาจากการที่มีผู้พบอัฐิถูกเก็บไว้ในลักษณะที่ไม่เหมาะสมจนเกิดความไม่พอใจ โดยยกตัวอย่างว่า หากเป็นครอบครัวของใครก็ตาม เมื่อพบสภาพเช่นนั้นก็ย่อมรู้สึกโกรธเช่นเดียวกัน ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวจึงกลายเป็นชนวนให้เกิดกระแสดราม่าในสังคม
ผู้สื่อข่าวสอบถามป๋าชู ถึงกรณีโพสต์ของไอซ์ ที่ระบุว่า ไม่ทราบมาก่อนว่าทางวัดจะนำอัฐิไปเก็บไว้ในจุดดังกล่าว จนกลายเป็นประเด็นที่ทำให้สังคมตั้งคำถามถึงความเหมาะสม พร้อมถามว่ามีการพูดคุยกับทางวัดหรือไม่ ถึงเหตุผลที่จัดเก็บในลักษณะนั้น เนื่องจากดูเหมือนมีการโยนความรับผิดชอบไปยังทางวัดบางส่วน
ป๋าชู ชี้แจงว่า อันดับแรกต้องให้เกียรติสถานที่และระบบของวัดก่อน โดยอธิบายว่าภายในวัดมีโครงสร้างการทำงานชัดเจน ทั้งเจ้าอาวาสและมัคนายก ซึ่งตนเองก็อยู่ในวัดและมีความรู้เกี่ยวกับพิธีกรรมทั้งหมด ตั้งแต่ขั้นตอนแรกไปจนถึงพิธีสวดต่างๆ พร้อมย้ำว่า คำสั่งของเจ้าอาวาสถือเป็นสิ่งสูงสุดในการดำเนินการต่างๆ ภายในวัด โดยภายหลังการฌาปนกิจศพเมื่อเสร็จสิ้นแล้ว ในวันรุ่งขึ้นจะต้องมีพิธีตามขั้นตอนต่อเนื่อง และหลังจากดำเนินพิธีเรียบร้อยแล้ว จะเป็นขั้นตอนที่เจ้าภาพต้องแจ้งความประสงค์กับทางวัดว่าต้องการดำเนินการกับอัฐิอย่างไร
ในกรณีนี้ป๋าชู ระบุว่า เจ้าภาพได้แจ้งเพียงว่าต้องการฝากอัฐิไว้กับทางวัดก่อน แต่ไม่ได้ระบุรายละเอียดหรือรูปแบบการจัดเก็บที่ชัดเจน ทำให้เจ้าหน้าที่วัดและมัคนายกไม่ทราบแนวทางที่แน่นอน จึงนำอัฐิไปวางไว้ตามที่เห็น

อย่างไรก็ตาม จุดที่กลายเป็นปัญหาคือ ลักษณะของพื้นที่ที่นำไปจัดเก็บนั้น อยู่ในบริเวณที่มีลักษณะคล้ายกองเก็บรวมกับสิ่งของอื่น รวมถึงเป็นห้องเก็บของ ทำให้ภาพที่ออกมาดูไม่เหมาะสม และกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม โดยป๋าชูมองว่า หากมีการนำไปจัดวางในพื้นที่ที่เหมาะสมกว่านี้ เช่น ศาลาหรือจุดที่ดูเป็นสัดส่วน อาจจะไม่เกิดประเด็นดังกล่าวขึ้น
เมื่อถูกถามว่า ปัญหานี้อาจเกิดจากการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนตั้งแต่ต้นหรือไม่ ป๋าชูยอมรับว่า มีความเป็นไปได้ เนื่องจากในขั้นตอนหลังฌาปนกิจ โดยปกติแล้วตนเองมักจะเข้ามาดูแลต่อด้วยตัวเอง โดยเฉพาะเมื่อเป็นคนในวงการตลก
แต่ในกรณีของเหน่ง ตนไม่ได้เข้ามาดำเนินการต่อ เนื่องจากมองว่าหน้าที่ของตนสิ้นสุดลงแล้ว และมีปัจจัยบางอย่างที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ ทำให้การดูแลในขั้นตอนต่อจากนั้นตกเป็นหน้าที่ของไอซ์ ในฐานะภรรยาของผู้เสียชีวิต ซึ่งจะเป็นผู้ตัดสินใจดำเนินการในลำดับขั้นต่างๆ ต่อไป
ต่อมาเวลาประมาณ 16.30 น. วันนี้ ไอซ์ ได้เดินทางมาที่วัดกลาง คลองสี่ แล้ว














