นายยอดชาย พึ่งพร สส.ชลบุรี พรรคประชาชน เผยคุยนายกฯ แล้ว จ่อทบทวนสีเสื้อวินกลับมาใช้สีส้ม-เยียวยาคนจ่าย 550 บาท ชี้โครงการเปลี่ยนสีเสื้อวินเป็นแนวคิดที่เริ่มต้นมาตั้งแต่สมัยนายอำเภอบางละมุงคนก่อน โดยมีการหารือร่วมกันระหว่างตัวแทนภาคประชาชนและหน่วยงานภาครัฐ เพื่อแก้ปัญหาเรื่องวินเถื่อน
วันที่ 22 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีการจัดระเบียบรถจักรยานยนต์รับจ้างในพื้นที่เมืองพัทยาและอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยปรับเปลี่ยนเสื้อกั๊กจากสีส้มเป็นสีน้ำเงิน เพื่อสร้างอัตลักษณ์ใหม่ให้กับเมืองท่องเที่ยว จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะประเด็นความปลอดภัยในการมองเห็นช่วงกลางคืน ความคุ้นเคยของนักท่องเที่ยว และภาระค่าใช้จ่ายในการจัดหาเสื้อกั๊กใหม่ ตามที่มีข่าวเสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้รับข้อมูลจากทางอำเภอบางละมุง ถึงที่มาของการเปลี่ยนสีเสื้อวินมอเตอร์ไซค์ว่า เรื่องดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นในช่วงเดือนเมษายน–พฤษภาคม 2568 สมัยนายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ ดำรงตำแหน่งนายอำเภอบางละมุง หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ประกอบอาชีพรถจักรยานยนต์รับจ้างเกี่ยวกับปัญหาวินเถื่อนและพฤติกรรมของผู้ขับขี่ที่ไม่ได้อยู่ในระบบ จึงมีการหารือนอกรอบกับกลุ่มหัวหน้าวินมอเตอร์ไซค์ เพื่อหาแนวทางจัดระเบียบและสร้างความแตกต่างระหว่างผู้ขับขี่ที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องกับผู้ให้บริการนอกระบบ
ในการหารือครั้งนั้น มีการเสนอให้เปลี่ยนเสื้อกั๊กเป็นสีฟ้าน้ำทะเล เพื่อสะท้อนอัตลักษณ์ของเมืองพัทยาซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวชายทะเล แต่ตัวแทนหัวหน้าวินบางส่วนให้ความเห็นว่าสีฟ้าอ่อนอาจซีดจางได้ง่าย จึงเสนอให้ปรับเป็นสีที่เข้มขึ้น
ต่อมาวันที่ 25 มิถุนายน 2568 ได้มีการประชุมคณะอนุกรรมการประจำท้องที่ครั้งแรก เพื่อพิจารณาประเด็นที่เคยหารือกันนอกรอบ โดยมีมติเห็นชอบให้ใช้เสื้อกั๊กสีฟ้าเข้ม และมีการประชุมครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2568 เพื่อตรวจสอบรายละเอียดและความถูกต้องของรูปแบบเสื้อ สำหรับเสนอให้คณะกรรมการระดับจังหวัดชลบุรีพิจารณา
กระทั่งวันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 คณะกรรมการระดับจังหวัดชลบุรี ได้มีหนังสือกำหนดให้ใช้เสื้อกั๊กหรือเสื้อคลุมสีฟ้าเข้ม โดยทางอำเภอบางละมุงได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์เรื่องการเปลี่ยนสีเสื้อ และจัดกิจกรรมเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจและมีเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบอาชีพตามมา
สำหรับแนวทางหลังจากนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับข้อมูลว่า มีความเป็นไปได้ที่จะทบทวนหรือยกเลิกการใช้เสื้อกั๊กสีน้ำเงิน โดยขณะนี้เสื้อกั๊กสีส้มแบบเดิมยังไม่ได้ถูกยืนยันว่าเป็นการแต่งกายที่ผิดกฎหมาย ขณะที่ผู้บังคับบัญชากำลังพิจารณาแนวทางช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ได้รับผลกระทบจากการซื้อเสื้อกั๊กสีน้ำเงินไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอข้อสรุปและคำสั่งอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่มีอำนาจ

ด้านนายยอดชาย พึ่งพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคประชาชน เปิดเผยว่า โครงการเปลี่ยนสีเสื้อวินมอเตอร์ไซค์ เป็นแนวคิดที่เริ่มต้นมาตั้งแต่สมัยนายอำเภอบางละมุงคนก่อน โดยมีการหารือร่วมกันระหว่างตัวแทนภาคประชาชนและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเดิมมีแนวคิดใช้เสื้อสีฟ้าน้ำทะเลที่มีความสว่าง พร้อมแถบสะท้อนแสง และติดตั้งคิวอาร์โค้ดสำหรับตรวจสอบข้อมูลผู้ขับขี่ สถานที่ตั้งวิน รวมถึงระบบชำระเงิน
นายยอดชาย กล่าวว่า โดยหลักการแล้วเห็นด้วยกับการยกระดับมาตรฐานรถจักรยานยนต์สาธารณะ เพราะมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาภาพลักษณ์และการให้บริการ แต่เมื่อมีการนำมาใช้จริง กลับพบว่าสีเสื้อที่ปรากฏเป็นสีน้ำเงินเข้ม แตกต่างจากแนวคิดสีฟ้าที่เคยหารือกันไว้ แม้รายละเอียดอื่น เช่น ตำแหน่งแถบสะท้อนแสงและคิวอาร์โค้ดจะยังคงเป็นไปตามรูปแบบเดิมก็ตาม โดยระบบคิวอาร์โค้ดสำหรับตรวจสอบข้อมูลวินและประวัติผู้ขับขี่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ
นายยอดชาย ระบุว่า จากการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็น พบว่าทั้งประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ขับขี่บางส่วนมีข้อกังวลเกี่ยวกับการมองเห็นเสื้อสีน้ำเงินเข้มในเวลากลางคืน โดยเฉพาะผู้โดยสารที่นั่งซ้อนท้าย ซึ่งเกรงว่าผู้ขับขี่รถคันอื่นอาจสังเกตเห็นได้ยากและเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ
นายยอดชาย ยังเปิดเผยว่า ได้มีโอกาสพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีที่รัฐสภาเมื่อช่วงเย็นวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยได้นำเรียนถึงปัญหาและเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบอาชีพวินมอเตอร์ไซค์พัทยา ซึ่งนายยอดชายระบุว่า นายกรัฐมนตรีเห็นด้วยกับการกลับมาใช้เสื้อสีส้ม เนื่องจากมีความโดดเด่นในการมองเห็น และรับว่าจะดำเนินการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าว
นอกจากนี้ ยังได้แจ้งให้นายกรัฐมนตรีทราบถึงภาระค่าใช้จ่ายของผู้ขับขี่ที่ต้องซื้อเสื้อกั๊กใหม่ในราคาตัวละ 550 บาท โดยนายยอดชายกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีแสดงความประหลาดใจเมื่อทราบว่าผู้ขับขี่ต้องออกค่าใช้จ่ายเอง พร้อมรับเรื่องไปหารือเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ
อย่างไรก็ตาม นายยอดชายย้ำว่า การตัดสินใจว่าจะยกเลิกหรือกลับไปใช้สีส้มเหมือนเดิมหรือไม่ ยังต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับจังหวัดและอำเภอ เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าว
พร้อมเสนอว่า ในอนาคตหากจะมีการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบอาชีพจำนวนมาก ควรเปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่ทุกกลุ่มเข้ามามีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างทั่วถึง ไม่ใช่เพียงการหารือกับตัวแทนหรือหัวหน้าวินบางส่วน เพราะอาจทำให้ได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วนและเกิดปัญหาเมื่อนำนโยบายไปปฏิบัติจริง
ขณะที่ บรรยากาศการให้บริการรถจักรยานยนต์รับจ้างในพื้นที่เมืองพัทยาวันนี้ ผู้สื่อข่าวยังพบว่าผู้ขับขี่ออกมาให้บริการตามปกติ โดยมีทั้งผู้ที่สวมเสื้อกั๊กสีส้มแบบเดิมและผู้ที่เปลี่ยนมาใช้เสื้อสีน้ำเงินแล้ว

ด้านนางสาววลัยพร ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างในเมืองพัทยา เปิดเผยว่า เสื้อสีน้ำเงินเข้มทำให้รู้สึกไม่มั่นใจในการขับขี่ช่วงกลางคืน เพราะเกรงว่าผู้ใช้รถใช้ถนนคันอื่นจะมองเห็นได้ไม่ชัดเจน หากเกิดอุบัติเหตุขึ้น ผู้ขับขี่ก็ต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งต่อตนเองและผู้โดยสาร
ส่วนกรณีที่อาจมีการกลับมาใช้เสื้อสีส้มเหมือนเดิม นางสาววลัยพร กล่าวว่า ส่วนตัวรู้สึกมั่นใจเรื่องความปลอดภัยมากกว่า แต่ก็ต้องการทราบว่าใครจะรับผิดชอบค่าเสื้อสีน้ำเงินที่ซื้อไปแล้วในราคา 550 บาท เนื่องจากเป็นค่าใช้จ่ายที่ผู้ขับขี่ต้องแบกรับเอง
ทั้งนี้ นางสาววลัยพรเรียกร้องให้ภาครัฐรับฟังความคิดเห็นของผู้ประกอบอาชีพอย่างจริงจัง ก่อนกำหนดมาตรการที่ส่งผลกระทบต่อการทำมาหากิน โดยเห็นว่าควรให้ผู้ขับขี่มีส่วนร่วมตัดสินใจในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอาชีพของตนเอง และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและปัญหารายได้มากกว่าการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์เพียงอย่างเดียว
สำหรับประเด็นการเปลี่ยนสีเสื้อวินมอเตอร์ไซค์พัทยา ขณะนี้ยังต้องติดตามข้อสรุปจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป โดยเฉพาะการทบทวนสีเสื้อและแนวทางช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ซื้อเสื้อใหม่ไปแล้ว เพื่อให้การจัดระเบียบรถจักรยานยนต์รับจ้างเป็นไปตามวัตถุประสงค์ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและผลกระทบต่อผู้ประกอบอาชีพควบคู่กันไป














