อดีตคู่หูต่างวัยผิดใจกัน ระแวงอีกฝ่ายขู่จะยิง หนุ่มวัย 40 เลยชิงใช้ท่อนไม้ทุบหัวอดีตสหายวัย 60 ไม่ยั้ง จนไม้หัก 2 ท่อน ดับกลางสายฝนใน จ.นครศรีธรรมราช แล้วรอมอบตัวในที่เกิดเหตุ
วันที่ 20 ต.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (19 ต.ค.) เวลา 17.00น. พ.ต.ท.กำพลพัฒน์ ไพรสณฑ์ สว.(สอบสวน) สภ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งว่ามีเหตุฆ่ากันตาย บนถนนสายหน้าวัดปากเสียว ต.ควนกลาง อ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ขจิตร คงปราบ รอง ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช รรท.ผกก.สภ.พิปูน,พ.ต.ท.เกียรติพงศ์ เสมสุขกรี รอง ผกก.สอบสวน,กำลังตำรวจชุดสืบสวน ,แพทย์เวร รพ.พิปูน และจนท.มูลนิธิใต้เต็กตึ๊งพิปูน ไปที่เกิดเหตุเพื่อร่วมกันสืบสวนสอบสวนและชันสูตรพลิกศพในที่เกิดเหตุ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบร่างผู้เสียชีวิตนอนคว่ำหน้าตายอยู่บนถนนในชุดนุ่งกางเกงวอร์มสีดำตัวเดียว สอบสวนทราบผู้เสียชีวิตชื่อนายธวัช อายุ 60 ปี ชาว อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี นอนเสียชีวิตอยู่บนถนนซอยเข้าวัดปากเสียว สภาพศพมีบาดแผลถูกตีด้วยท่อนไม้เข้าศีรษะจนเละเลือดไหลอาบนองเต็มพื้นถนนหลายแผล ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบท่อนไม้ระแนงความยาวประมาณ 1 เมตร เปื้อนเลือดหัก 2 ท่อน ตกอยู่ในที่เกิดเหตุจึงเก็บไว้เป็นหลักฐานต่อไป
และในที่เกิดเหตุพบผู้ก่อเหตุยืนรอมอบตัวกับตำรวจ ตำรวจจึงคุมตัวไปสอบสวน ทราบชื่อคนก่อเหตุชื่อนายสุรเชษฐ์ หรือ "คิม ปากเสียว" อายุ 40 ปี ชาว อ.พิปูน จ.นครศรีธรรรมราช

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายและผู้ก่อเหตุอดีตเคยเป็นคู่หูสนิทต่างวัยกันมาก่อน และทั้งคู่ก็เป็นคนนามสกุลดังในพื้นที่ แต่ระยะหลังทั้งคู่มีเรื่องทะเลาะขัดใจกันอย่างรุนแรง และก่อนเกิดเหตุ นายธวัช ผู้ตายเคยพูดขู่นายสุรเชษฐ์ว่าจะยิงให้ตาย ทำให้นายสุรเชษฐ์เกิดความระแวง กลัวว่านายธวัชจะมายิงตนจึงระมัดระวังตัวตลอดเวลา
ก่อนเกิดเหตุทั้งคู่ได้โคจรมาเจอกันที่บริเวณริมถนนปากทางเข้าวัดปากเสียว มีการมองหน้ากัน และนายสุรเชษฐ์ ซึ่งมีความระแวงอยู่ตลอดเวลากลัวว่านายธวัชจะมายิง จึงรีบคว้าท่อนไม้ระแนงที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุออกมาฟาดกระหน่ำฟาดตีศีรษะนายธวัชแบบไม่ยั้งนับสิบครั้ง ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนักตลอดเวลา ทำให้นายธวัชเสียชีวิตคาที่ดังกล่าว จากนั้นนายสุรเชษฐ์ได้ยืนรอมอบตัวกับตำรวจ และถูกคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนศพนายธวัช เจ้าหน้าที่ได้นำไปชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้งที่ รพ.พิปูน ก่อนมอบให้กับญาตินำศพไปจัดการตามประเพณีต่อไป

















