ผอ.ชลประทานราชบุรี มั่นใจ 100% อ่างห้วยไม้เต็งยังแข็งแรง ตรวจน้ำซึมจากเขื่อนดิน เป็นน้ำจากระบบระบาย ยังรับน้ำได้อีก 8 ล้าน ลบ.ม. แต่หากฝนตกเพิ่มอาจล้นสปิลเวย์ใน 5-6 วัน เตือนชาวบ้านท้ายน้ำยกของขึ้นที่สูง

วันที่ 16 ตุลาคม 2569 นายพันธุ์เทพ โกมารกุล ณ นคร ผู้อำนวยการโครงการชลประทานราชบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์น้ำบริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยสำนักไม้เต็ง ตำบลน้ำพุ อำเภอเมือ จังหวัดราชบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชลประทาน หลังมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอและภาพน้ำไหลซึมออกจากบริเวณทำนบดิน สร้างความกังวลให้แก่ประชาชนถึงความมั่นคงแข็งแรงของอ่างเก็บน้ำ

นายพันธุ์เทพ โกมารกุล ณ นคร ผู้อำนวยการโครงการชลประทานราชบุรี ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงสถานการณ์ดังกล่าว โดยแสดงความมั่นใจในความแข็งแรงของเขื่อนดินตามหลักวิศวกรรม ยืนยันว่า จากการประเมินเบื้องต้นยังไม่พบสัญญาณที่ทำให้ต้องจัดสถานการณ์เป็นขั้นวิกฤต อย่างไรก็ตาม ได้ประสานให้ฝ่ายความปลอดภัยเขื่อน สำนักงานชลประทานที่ 13 เข้าตรวจสอบเพิ่มเติม พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า ปริมาณน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นในขณะนี้จะสามารถรองรับสถานการณ์ได้อีกนานเพียงใด ผู้อำนวยการโครงการชลประทานราชบุรีตอบว่า "ตอนนี้เขื่อนไม้เต็ง เรายกสันฝายตัวฝายพับได้ขึ้นอีกประมาณ 1.5 เมตร ตอนนี้น้ำขึ้นมาที่สันฝายประมาณ 35–38 เซนติเมตร ก็ยังรับน้ำได้อีกประมาณ 8 ล้านลูกบาศก์เมตร" สำหรับการคาดการณ์ปริมาณน้ำในระยะต่อไป ผู้อำนวยการโครงการชลประทานราชบุรีอธิบายว่า หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติมในพื้นที่เหนืออ่างเก็บน้ำ คาดว่าปริมาณน้ำที่ไหลเข้ามาอาจอยู่ในระดับที่ระบบสามารถรองรับได้โดยไม่ล้นสันฝาย แต่หากมีฝนตกเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มสูงจนล้นสันฝายได้ภายในระยะเวลาประมาณ 5–6 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณฝนและน้ำที่ไหลเข้าสู่อ่างเก็บน้ำ "ถ้าฝนไม่ตกเหนืออ่าง เราก็คาดว่าอาจจะพอดี ๆ ไม่ล้นสันฝาย แต่ถ้ามีฝนตกเติมเข้ามา คาดว่าไม่เกิน 5–6 วัน ก็น่าจะล้นสันฝายครับ"

อย่างไรก็ตาม ผู้อำนวยการโครงการชลประทานราชบุรี ยืนยันว่า อาคารระบายน้ำล้นหรือสปิลเวย์ (Spillway) ยังคงสามารถทำหน้าที่รองรับและระบายน้ำได้ตามการประเมินในขณะนี้

สำหรับประเด็นข้อเท็จจริงของคลิปน้ำไหลซึมจากเขื่อนดิน เป็นประเด็นสำคัญที่ประชาชนให้ความสนใจ จนเกิดข้อสงสัยว่าอาจเป็นรอยรั่วของเขื่อน และจะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนท้ายอ่างหรือไม่นั้น นายพันธุ์เทพอธิบายว่า อ่างเก็บน้ำห้วยสำนักไม้เต็งเป็นเขื่อนดิน ซึ่งโครงสร้างภายในประกอบด้วยแกนดินเหนียวและระบบระบายน้ำซึมที่ได้รับการออกแบบตามหลักวิศวกรรม

โดยคาดว่าน้ำที่พบอาจไหลผ่านระบบระบายน้ำซึมแนวดิ่งภายในเขื่อน หรือ Chimney Drain (ชิมนี่เดน) ก่อนจะไหลมารวมกันที่ระบบระบายน้ำบริเวณฐานเขื่อนด้านท้ายน้ำ หรือ Toe Drain (โทเดน) ซึ่งเป็นระบบที่ทำหน้าที่รวบรวมและระบายน้ำซึมออกจากตัวเขื่อน จากนั้นน้ำจะไหลตามแนวฐานเขื่อนไปยังจุดต่ำ ก่อนระบายออกสู่รางระบายน้ำริมถนน ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า รางดังกล่าวยังสามารถรองรับปริมาณน้ำที่ไหลออกมาได้ "คาดว่าน้ำน่าจะมาจากตัวแกนระบาย Chimney Drain แล้วมารวมกันที่ Toe Drain ซึ่งวางตัวตามแนวด้านล่างของเขื่อน แล้วไหลลงไปที่จุดต่ำสุดตรงกลาง ก่อนออกมาที่รางระบายน้ำริมถนน"

ผู้อำนวยการโครงการชลประทานราชบุรี ยังอธิบายต่อว่า จากการสังเกตเบื้องต้น น้ำที่ไหลออกมามีลักษณะใส ไม่มีตะกอนดินปะปน ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญอย่างหนึ่งในการประเมินสภาพเขื่อนดิน "ในเบื้องต้นดูจากลักษณะน้ำ น้ำยังเป็นน้ำใสอยู่ ไม่มีอนุภาคดินอะไรเจือปนออกมา ก็แปลว่าเขื่อนเราก็อยู่ในสภาพที่ปลอดภัย พร้อมใช้งานครับ”

ทั้งนี้ ลักษณะของน้ำซึมเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งที่ใช้ประกอบการประเมินความปลอดภัยของเขื่อนดิน โดยการยืนยันสภาพความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างจำเป็นต้องพิจารณาร่วมกับปริมาณน้ำซึม ความดันน้ำ สภาพทำนบดิน และผลการตรวจสอบทางวิศวกรรมเพิ่มเติม ยืนยันไม่เข้าขั้นวิกฤต เคยพบลักษณะนี้ช่วงปี 2564–2565 ซึ่งกรมชลประทานได้ให้เจ้าหน้าที่ติดตามและเฝ้าระวังมาโดยตลอด

แม้การตรวจสอบเบื้องต้นในครั้งนี้จะยังไม่พบสัญญาณความผิดปกติจากลักษณะน้ำที่ไหลออกมา แต่ทางโครงการชลประทานราชบุรีไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้ดำเนินการประสานหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบเพิ่มเติม โดยทำหนังสือถึงสำนักงานชลประทานที่ 13 ขอผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา พร้อมมีการเสนอให้ฝ่ายจัดการความปลอดภัยเขื่อนและอาคารชลประทาน สำนักงานชลประทานที่ 13 เข้าตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าวเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานราชบุรี ยืนยันว่า ทางโครงการได้ทำหนังสือประสานไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านความปลอดภัยเขื่อนแล้ว เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบลักษณะการไหลซึมของน้ำอย่างละเอียด

นอกจากนี้ เมื่อสถานการณ์ฝนและน้ำผ่านพ้นไปแล้ว ยังมีแผนให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าประเมินความเหมาะสมของการจัดสร้างอาคารรับน้ำหรือปรับปรุงระบบรวบรวมน้ำบริเวณดังกล่าว เพื่อระบายน้ำออกสู่ลำน้ำธรรมชาติอย่างเป็นระบบต่อไป

ขณะเดียวกัน ทางชลประทานราชบุรี ได้ประสาน ปภ. ผู้ว่าฯ และท้องถิ่น แจ้งเตือนประชาชนท้ายอ่างแล้ว โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อยู่ตามแนวลำน้ำด้านท้ายอ่างเก็บน้ำ ครอบคลุมบริเวณห้วยอ่างทอง เพื่อให้ทุกหน่วยงานรับทราบสถานการณ์และเตรียมพร้อมรับมือ พร้อมส่งข้อมูลผ่านช่องทางไลน์กับผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อให้มีการสื่อสารแจ้งเตือนล่วงหน้าอย่างรวดเร็ว

"เฝ้าระวัง ยกของขึ้นที่สูงครับ พวกอุปกรณ์ เครื่องสูบน้ำ ท่อสูบน้ำ หรือรถต่าง ๆ เพื่อเป็นการป้องกัน ถ้าหากว่ามีน้ำล้น หรือมีฝนตกหนักบริเวณเหนืออ่าง แล้วน้ำเข้าอ่าง น้ำยกตัวอย่างรวดเร็ว เราก็มีการแจ้งเตือนไว้ก่อนครับ" โดยโครงการชลประทานราชบุรี ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณท้ายอ่างเก็บน้ำห้วยสำนักไม้เต็ง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและชุมชนริมลำน้ำห้วยอ่างทอง ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด แนะนำให้ประชาชนยกเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องสูบน้ำ อุปกรณ์การเกษตร ท่อส่งน้ำ และสิ่งของมีค่าขึ้นที่สูง รวมถึงนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไปจอดในพื้นที่ปลอดภัยไว้ก่อน แม้สถานการณ์ปัจจุบันยังไม่ถูกประเมินว่าเป็นภาวะวิกฤต แต่หากมีฝนตกหนักเหนืออ่างอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้ปริมาณน้ำไหลเข้าสู่อ่างเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีน้ำไหลผ่านทางระบายน้ำล้นลงสู่พื้นที่ท้ายน้ำได้

นอกจากสถานการณ์อ่างเก็บน้ำห้วยสำนักไม้เต็งแล้ว ผู้อำนวยการโครงการชลประทานราชบุรียังกล่าวถึงสถานการณ์แม่น้ำแม่กลอง โดยระบุว่า ในช่วงที่ให้สัมภาษณ์ เขื่อนแม่กลองยังคงมีการระบายน้ำท้ายเขื่อนอยู่ในช่วงประมาณ 1,000–1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวแม่น้ำแม่กลอง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและบริเวณริมตลิ่ง ยังคงเฝ้าระวังระดับน้ำและติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด "ในพื้นที่ลุ่มต่ำก็ยังต้องระมัดระวังนะครับ อย่าเพิ่งขนของลงจากที่สูง ที่เรายกไว้ก็ยังต้องคงยกไว้อยู่ เพื่อความปลอดภัย แล้วก็ป้องกันความเสียหายของทรัพย์สินครับ" ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมชลประทาน สำนักงานชลประทานที่ 13 โครงการชลประทานราชบุรี และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดราชบุรี เพื่อรับทราบสถานการณ์และปฏิบัติตามคำแนะนำได้อย่างทันท่วงที

ในช่วงท้ายของการสัมภาษณ์ นายพันธุ์เทพได้กล่าวให้กำลังใจพี่น้องประชาชนที่กำลังเผชิญสถานการณ์น้ำท่วมและฝนตกหนัก โดยมองว่าสถานการณ์กำลังเข้าสู่ช่วงปลายฤดูฝน และเริ่มมีมวลอากาศเย็นแผ่ลงมา ซึ่งอาจช่วยให้สถานการณ์ฝนคลี่คลายในระยะต่อไป พร้อมฝากให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานราชการอย่างต่อเนื่อง และเตรียมพร้อมป้องกันความเสียหายของทรัพย์สินไว้ก่อน เป็นกำลังใจให้กับพ่อแม่พี่น้องทุกท่านครับ ขอให้ผ่านพ้นวิกฤตตรงนี้ให้ได้