สตง. แจงความคืบหน้าคดีตึกถล่ม! ฟ้องอัยการแล้ว พร้อมเลิกสัญญา 3 ฝ่าย พร้อมขึ้นบัญชีทิ้งงาน ยันไม่สร้างตึกใหม่ เตรียมคืนที่ให้การรถไฟฯ ปี 70

วันที่ 14 ต.ค. 2569 นายสุทธิพงษ์ บุญนิธิ รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และโฆษกสำนักงานชี้แจงความคืบหน้าในการดำเนินคดีและจัดการผลกระทบจากเหตุการณ์อาคารสตง.ถล่ม เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ซึ่งสร้างความเสียหายและมีผู้เสียชีวิต โดยยืนยันว่า สตง. ได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องไม่ได้ช้า พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อพิสูจน์ความจริง โดยทุกวันนี้คดีอยู่ในชั้นศาล พนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ สรุปสำนวนส่งให้อัยการสั่งฟ้องภายในระยะเวลา 90 วัน ขณะนี้ อัยการได้สั่งฟ้องต่อศาลเรียบร้อยแล้ว และศาลรับเรื่องไว้อยู่ในขั้นสืบพยาน ขณะที่กลุ่มผู้ถูกดำเนินคดีอาญา ได้แก่ เอกชนผู้รับจ้างทั้งหมด ทั้ง ผู้ออกแบบ ผู้ควบคุมงาน และผู้ก่อสร้าง เจ้าหน้าที่ สตง. เข้าร่วมกระบวนการสอบในฐานะ "พยานฝ่ายโจทก์"

ขณะที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI): เข้ามาตรวจสอบในเรื่อง การเสนอราคาไม่เป็นธรรม (ฮั้วประมูล) และปัญหานอมินี ส่วนการร้องเรียนเจ้าหน้าที่มีการส่งเรื่องร้องเรียนเจ้าหน้าที่ สตง. ที่อาจมีส่วนกระทำผิดอาญาต่อการปฏิบัติหน้าที่ รวม 10 คณะ ผู้ถูกร้องเรียนราว 70 คน รวมถึงกรณีที่ผู้สื่อข่าวไปร้องเรียนอดีตผู้ว่าฯ สตง. เรื่องทั้งหมดอยู่ในอำนาจของ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งปัจจุบัน ป.ป.ช. ได้รับเรื่องไว้ไต่สวนแล้ว โดยทาง สตง. ได้ส่งมอบเอกสารหลักฐานที่ขอมาให้อย่างครบถ้วน

นายสุทธิพงษ์ ยืนยันว่าเราตรวจเงินแผ่นดินเราไม่ยอมให้เงินแผ่นดินสูญหาย เราตรวจชาวบ้านเขาอย่างไร เราทำงานหนักกว่าเป็นสองเท่า เรารู้ว่าตึกเราพัง เราก็รู้ว่าทำไมถึงพัง เราก็ยึดถึงคณะกรรมการที่ตั้งโดยรัฐ ว่าพังเพราะเหตุใดเพราะฉะนั้นตอนนี้ทางเรื่องสัญญา สตง.มีการบอกเลิกสัญญากับคู่สัญญาทั้ง 3 ฝ่าย ผู้ออกแบบ ผู้ควบคุมงาน และผู้ก่อสร้าง ไปหมดแล้วพร้อมทั้งการขึ้นบัญชีผู้ทิ้งงาน ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนรับคำอุทธรณ์จากผู้รับจ้างเพื่อพิจารณา ก่อนส่งเรื่องต่อไปยัง กระทรวงการคลังและกรมบัญชีกลาง เพื่อประกาศเป็น "ผู้ทิ้งงาน" ต่อไป


โดยมีการสรุปตัวเลขทางการเงิน งบประมาณโครงการทั้งหมด 2,136 ล้านบาทมีการจ่ายค่างวดไปแล้ว 22 งวด รวมเป็นเงิน 966 ล้านบาท ทางสตง. ได้ ดึงเงินล่วงหน้า (ประมาณ 320 กว่าล้านบาท) และเงินประกันสัญญา (100 กว่าล้านบาท) กลับคืนมาได้ครบแล้ว เมื่อหักลบกันแล้ว ยอดเงินสุทธิที่จ่ายจริงอยู่ที่ประมาณ 500 กว่าล้านบาท ส่วนแนวทางฟ้องร้อง คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายกำลังประเมินมูลค่าความเสียหาย หากผู้รับจ้างไม่ยินยอมชำระตามยอดที่เรียกร้อง สตง. จะดำเนินการ ยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อเรียกเงินคืนทั้งหมด

ส่วนเรื่องการเยียวยาผู้เสียชีวิตและได้รับผลกระทบนั้น ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการเยียวยาเสร็จสิ้นไปแล้วตั้งแต่ช่วงแรก

นอกจากนี้ ยังชี้แจงว่าเนื่องจากสัญญาเช่ามีระยะเวลา 15 ปี ตราบใดที่สัญญายังไม่ถูกยกเลิกตามกฎหมาย สตง. จำเป็นต้องตั้งงบประมาณไว้ตามระเบียบ ขณะที่แผนการคืนพื้นที่ โฆษกสำนัก สตง. ระบุว่า กระบวนการเช่าจะยุติลงภายในปี 2570 เนื่องจากเมื่อบอกเลิกสัญญาแล้ว สตง. จะทำการคืนพื้นที่ โดยการรถไฟฯ พร้อมจะโอนสิทธิ์การเช่าดังกล่าวให้หน่วยงานอื่นเข้ามาใช้งานต่อไป

ตอนนี้สตง. ยกเลิกการสร้างตึกโดยจะมีการปรับปรุงพื้นที่เดิม และอาจจะมีการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานแบบที่ไหนก็ได้ เนื่องจากมีการเปลี่ยนองค์กรเป็นองค์กรดิจิทัล โดยจะมีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาทำงานจะมีทั้งคนทำงานอยู่ในสำนักงานและทำงานจากที่บ้านโดยจะไม่มีการสร้างตึกเพิ่มและเช่าที่ต่อทั้งสิ้น