แพทย์ มช. แถลงความสำเร็จ "หนึ่งครรภ์ สี่หัวใจ" ใช้สหวิชาชีพเกือบ 30 คน วางแผนดูแลหญิงตั้งครรภ์แฝด 4 แท้ จากไข่ใบเดียว ใช้รกเดียวกัน และเกิดขึ้นตามธรรมชาติ ตั้งแต่ระยะตั้งครรภ์ จนถึงหลังคลอด ปัจจุบัน เด็กหญิงทั้ง 4 คือ น้องไอเดีย น้องไอวา น้องไอด้า และน้องไอร่า อยู่ในความดูแลของพ่อแม่ ตายาย และญาติ สุขภาพแข็งแรง

วันที่ 14 ตุลาคม 2569 น้องไอเดีย น้องไอวา น้องไอด้า และน้องไอร่า เด็กหญิงวัย 8 เดือน อยู่ในความดูแลของพ่อแม่ ตายาย และญาติ เดินทางมาร่วมแถลงข่าว “หนึ่งครรภ์ สี่หัวใจ” ที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดขึ้นในวันนี้ โดยเด็กน้อยทั้ง 4 คนเป็นแฝดสี่แท้จากไข่ใบเดียว ใช้รกเดียวกัน และเกิดขึ้นตามธรรมชาติ นับเป็นภาวะการตั้งครรภ์ที่พบได้น้อยมากและมีความเสี่ยงสูง ประมาณ 1 ใน 700,000 ราย นับเป็นความสำเร็จ ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ร่วมกันวางแผนดูแลอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ระยะตั้งครรภ์ การเตรียมพร้อมก่อนคลอด การผ่าตัดคลอด ตลอดจนการดูแลทารกแรกเกิดในหอผู้ป่วยวิกฤตทารกแรกเกิด จนมารดาและทารกทั้ง 4 คน ผ่านพ้นระยะวิกฤตได้อย่างปลอดภัย การผ่าตัดคลอดครั้งนี้ใช้บุคลากรสหสาขาวิชาชีพ รวมเกือบ 30 คน ประกอบด้วย ทีมสูติแพทย์ 4 คน ทีมกุมารแพทย์ 10-12 คน ทีมวิสัญญีแพทย์และพยาบาล 5 คน และทีมพยาบาลห้องผ่าตัด 5 คน

รศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช. เปิดเผยว่า นาง ฐิติกานต์ สินิรักษาทรัพย์ อายุ 33 ปี มารดาของเด็กแฝด 4 ชาวปกาเกอะญอ ถูกส่งตัวจากโรงพยาบาลแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน มายังโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เมื่ออายุครรภ์ 23 สัปดาห์ หลังตรวจเบื้องต้นแล้วพบว่า เป็นการตั้งครรภ์แฝด 3 ก่อนที่ทีมสูติแพทย์เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ จะตรวจอัลตราซาวด์ซ้ำอย่างละเอียดจนพบว่า เป็นการตั้งครรภ์แฝด 4 และทารกทั้ง 4 คนอยู่ในถุงน้ำคร่ำแยกกัน 4 ถุง แต่ใช้รกร่วมกัน 1 รก ถือเป็นครรภ์ที่มีความเสี่ยงสูง มีภาวะความซับซ้อนมาก โดยเฉพาะการคลอดก่อนกำหนด ภาวะแทรกซ้อนจากการใช้รกร่วมกัน เช่น การถ่ายเทเลือดระหว่างครรภ์แฝด การเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ผิดปกติ และการเสียชีวิตของทารกในครรภ์ จำเป็นต้องได้รับการตรวจอัลตราซาวด์อย่างละเอียดและติดตามสุขภาพทารกอย่างใกล้ชิดทุก 1-2 สัปดาห์ เพราะมีโอกาสที่จะคลอดก่อนกำหนดส่วนใหญ่อายุครรภ์ประมาณ 29-30 สัปดาห์

รศ.พญ.เฟื่องลดา ทองประเสริฐ หัวหน้าหน่วยเวชศาสตร์มารดาและทารก ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มช. และหัวหน้าศูนย์ทารกในครรภ์ กล่าวว่า สิ่งท้าทายในการดูแลครรภ์แฝด 4 คือการเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนและการยืดอายุครรภ์ให้ได้นานที่สุด เพื่อให้ทารกมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ลดปัญหาจากการคลอดก่อนกำหนด รวมทั้งต้องคำนึงถึงการเดินทางของมารดาจากอำเภอแม่สะเรียง จึงประสานงานกับสูติแพทย์โรงพยาบาลแม่สะเรียงเพื่อร่วมกันวางแผนการดูแลให้เหมาะสมและปลอดภัยที่สุด และต้องดูแลเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนของการตั้งครรภ์แฝดในมารดา ทั้ง ครรภ์เป็นพิษ เบาหวานขณะตั้งครรภ์ การได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ จึงมีการให้ยาเพื่อป้องกันครรภ์เป็นพิษ ตรวจคัดกรองภาวะแทรกซ้อน และปรึกษานักโภชนาการเพื่อให้มารดาได้รับสารอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุอย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ สูติแพทย์เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ ได้ให้มารดาเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ตั้งแต่อายุครรภ์ 27 สัปดาห์ เพื่อฉีดยากระตุ้นปอดทารก และเตรียมพร้อมสำหรับการคลอดก่อนกำหนด โดยได้วางแผนผ่าตัดคลอดเนื่องจากทารกทั้ง 4 คนอยู่ในท่าก้นหรือท่าขวาง กระทั่งเมื่ออายุครรภ์ 29 สัปดาห์ 5 วัน หลังเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลมากกว่า 2 สัปดาห์ มารดาเริ่มมีอาการมดลูกหดรัดตัว ทีมแพทย์ประเมินว่าเข้าสู่ภาวะคลอดก่อนกำหนด จึงให้ยายับยั้งการหดรัดตัวของมดลูก พร้อมเตรียมทีมสหสาขาวิชาชีพเข้าดำเนินการตามแผนที่ซักซ้อมไว้ การผ่าตัดคลอดใช้เวลาประมาณ 1ชั่วโมง ไม่พบภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด

ขณะที่ทารกทั้ง 4 คนได้รับการดูแลต่อในหอผู้ป่วยวิกฤตทารกแรกเกิด โดยกุมารแพทย์ทารกแรกเกิด ส่วนมารดาได้รับการดูแลต่อที่หอผู้ป่วยสูติกรรม ทารกทั้ง 4 คนคลอดเมื่ออายุครรภ์ 29 สัปดาห์ 5 วัน มีน้ำหนักแรกเกิด 1,110 กรัม 1,295 กรัม1,115 กรัม และ 800 กรัม ตามลำดับ ซึ่งทารกทั้ง 4 คนคลอดก่อนกำหนดจึงจำเป็นต้องติดตามและเฝ้าระวังการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ที่ยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจ การควบคุมอุณหภูมิ ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และระบบทางเดินอาหาร

ด้าน อ.พญ.นวินดา เรืองอำนาจ อาจารย์ประจำภาควิชากุมารเวชศาสตร์ สาขาวิชาทารกแรกเกิด คณะแพทยศาสตร์ มช. กล่าวว่า หลังคลอดทารกทั้ง 4 คนได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดในหอผู้ป่วยวิกฤตทารกแรกเกิด เนื่องจากมีภาวะหายใจลำบากจากปอดที่ยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจตามความรุนแรงของแต่ละคน บางรายได้รับสารลดแรงตึงผิวในปอดเพื่อช่วยให้การทำงานของปอดดีขึ้น โดยทารกเริ่มได้รับนมตั้งแต่วันที่ 2 หลังคลอด มีการใช้นมมารดาร่วมกับนมบริจาคจากธนาคารนมแม่ของ มช. พร้อมติดตามการเจริญเติบโต การติดเชื้อ ภาวะตัวเหลือง และภาวะแทรกซ้อนของทารกคลอดก่อนกำหนด จนสามารถหายใจได้ด้วยตนเอง

สูติแพทย์เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ มีความเชี่ยวชาญในการดูแลครรภ์แฝดและครรภ์เสี่ยงสูงอย่างครบวงจร ตั้งแต่การวินิจฉัยก่อนคลอด การป้องกันภาวะแทรกซ้อน และการดูแลรักษามารดาและทารกในครรภ์ โดยได้รับการสนับสนุนจากทีมสหสาขาวิชาชีพ สถานที่ นับเป็นความสำเร็จของคณะแพทย์ศาสตร์ มช. และโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ที่ใช้ศักยภาพและความเชี่ยวชาญที่มีดูแลการตั้งครรภ์ซึ่งมีความเสี่ยงสูงและหาได้ยากนี้จนสำเร็จและปลอดภัย

นาง ฐิติกานต์ แม่เด็กแฝดสี่ กล่าวว่า ตอนรู้ว่าตั้งท้องแฝดสี่ก็กลัวว่าลูกจะคลอดมาไม่สมบูรณ์ แต่หลังคลอดที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ลูกๆออกมาแข็งแรงก็ดีใจที่แพทย์ช่วยดูแลอย่างดี ยอมรับว่าเลี้ยงลูกแฝดสี่ลำบากมาก เพราะตนเองมีลูกชายคนแรกอายุประมาณ 2 ปีอยู๋แล้ว 1 คนและฐานะทางบ้านก็ไม่ดี โชคดีมีญาติและเพื่อนบ้านมาช่วยเลี้ยง ทุกวันนี้เลี้ยงลูกด้วยนมชงผสมนมแม่แต่นมแม่ไม่พอ โชคดีมีคนใจบุญช่วยบริจาคช่วยเหลือ เพราะค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงลูกต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นบาท แต่ยืนยันว่าจะไม่ยกลูกให้ใครแน่นอน