ตม.สงขลา ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยว สันติบาล และ ตชด. รวบอดีตแอร์สาวจีน ลาออกมาเรียนที่ไทย ผันตัวเป็นนายหน้าลอบขนต่างด้าว ขยายผลรวบผู้ร่วมขบวนการและต่างด้าวลอบเข้าเมือง รวม 5 คน ในจำนวนนี้มีหนุ่มไทยเอี่ยว 1 คน
วันที่ 15 ตุลาคม 2569 ตามนโยบายของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. สั่งการผ่าน พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. , พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรมาศ รอง ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ รอง ผบช.สตม. ให้ตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศสกัดกั้นขบวนการนำพาคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองรวมไปถึงขยายผลการจับกุมผู้ให้การช่วยเหลือคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองดังกล่าว โดย เจ้าหน้าที่ ตม.จว.สงขลา บูรณาการกำลังกับตำรวจท่องเที่ยว บก.ทท.3 ตำรวจสันติบาล กก.5 บก.สส.1 และ ตชด.43 จับกุมนางสาวแพน ยู่ต๋ง (นามสมมติ) อายุ 34 ปี นายหน้าสัญชาติจีนตัวสำคัญในการนำพาคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองลักลอบเข้า-ออกประเทศมาเลเซีย

พ.ต.อ.เจริญพงษ์ ขันติโล โฆษก บก.ตม.6 เปิดเผยว่า ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม. 6, พ.ต.อ.ศุภโชค หยงสตาร์ รอง ผบก.ตม.6 ,พ.ต.อ.ณัฐวุฒิ แสงเดือน รอง ผบก.ตม.6 ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.สรธรรศจ์ เอี่ยมละออ ผกก.ตม.จว.สงขลา นำชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข่าว หลังสืบทราบว่า มีคนต่างด้าวสัญชาติจีนลักลอบมาจากประเทศมาเลเซีย มาพัก ณ โรงแรมแห่งหนึ่งใจกลางเมืองหาดใหญ่ เตรียมตัวเข้าพื้นที่ชั้นใน โดยมีนายหน้าจากกรุงเทพฯ เดินทางมารับด้วยตนเอง
ต่อมา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสังเกตเห็น นายหวง กวงกาง (นามสมมติ) และ นายฮวาง ฟู่ เอี๊ย (นามสมมติ) เดินลงมาจากห้องพัก หยุดรอที่ลานจอดรถของโรงแรม ไม่นานนักก็มีนางสาวแพน ยู่ต๋ง (นามสมมติ) อายุ 34 ปี สัญชาติจีน เดินทางมากับรถรับจ้างถึงโรงแรมข้างต้นเพื่อรับทั้งสองคนขึ้นรถ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอตรวจหนังสือเดินทาง ผลการตรวจสอบชายสัญชาติจีนทั้งสองคน รับสารภาพว่า ลักลอบเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติชายแดนไทย-มาเลเซีย ด้านจังหวัดนราธิวาส ส่วนนางสาวแพน ยู่ต๋ง ได้รับคำสั่งให้ลงมารับทั้งสองคน พร้อมหาหนังสือเดินทางให้ถือเตรียมพาเดินทางขึ้นไปกรุงเทพฯ

หลังจากนั้น ชุดจับกุมได้ขยายผลพบว่า ก่อนหน้านี้ นางสาวแพนได้นำพานางสาวมิลา (นามสมมติ) อายุ 25 ปี คนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองสัญชาติวานูอาตู มาที่สนามบินหาดใหญ่ เพื่อส่งให้นายหน้าในพื้นที่เตรียมลักลอบไปประเทศมาเลเซียเช่นกัน จึงติดตามรถที่มารับอย่างใกล้ชิด จนพบว่า รถคันดังกล่าวมาถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองปาดังเบซาร์จึงแจ้งเจ้าหน้าที่สกัดจับได้ในคราวเดียวกัน จากการตรวจสอบพบว่า มีนายอิสราฯ (นามสมมติ) อายุ 39 ปี สัญชาติไทย (นามสมมติ) เป็นผู้ขับขี่รถคันดังกล่าว โดยซุกซ่อนนางสาวมิลา (นามสมมติ) ไว้เบาะหลัง เอาเสื้อผ้าปิดบังไว้อย่างมิดชิด แม้ว่า ครั้งแรกนางสาวมิลา (นามสมมติ) จะพยายามปฏิเสธเสียงแข็ง โดยนำภาพเอกสารของเพื่อนที่หน้าตาคล้ายกันมาแสดงว่าเข้าเมืองถูกต้อง แต่ไม่สามารถหลอกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองได้ ต้องยอมจำนนด้วยหลักฐานและยอมให้ถูกจับกุม
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาแก่นางสาวแพน ยู่ต๋ง (นามสมมติ) และนายอิสราฯ (นามสมมติ) ว่ากระทำความผิดข้อหา ให้การช่วยเหลือ ให้ที่พักพิงคนต่างด้าวที่เดินทางเข้ามาผิดกฎหมายเพื่อให้พ้นจากการจับกุมของพนักงานเจ้าหน้าที่ ส่วนคนต่างด้าวทั้ง 3 คน แจ้งข้อกล่าวหา เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตหลังจากนั้นควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

โฆษก บก.ตม.6 ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า สรุปผลการปฏิบัติจับกุมในครั้งนี้ สามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้งสิ้น 5 คน ภายในวันเดียว ประกอบด้วย ผู้ต้องหาสัญชาติจีน จำนวน 3 คน ผู้ต้องหาสัญชาติไทย จำนวน 1 คน และสัญชาติวานูอาตู จำนวน 1 คน โดยจากการสัมภาษณ์พบว่า นางสาวแพน ยู่ต๋ง (นามสมมติ) เคยทำงานเป็นพนักงานต้อนรับของสายการบินแห่งหนึ่งในประเทศจีน แต่ลาออกเพื่อมาศึกษาต่อที่ประเทศไทย และในขณะเดียวกัน ทำหน้าที่ประสานงานให้กลุ่มคนจีนที่ต้องการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทยทั้งแบบถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่า ขบวนการนี้อาจมีความเกี่ยวข้องกับขบวนการซื้อขายสัญชาติอีกด้วย เนื่องจากนายฮวาง ฟู่ เอี๊ย (นามสมมติ) เจ้าหน้าที่ตรวจพบว่า หนังสือเดินทางเม็กซิโกอีกเล่มหนึ่ง และนางสาวมิลา (นามสมมติ) ผู้ต้องหาสัญชาติวานูอาตู ก็พบว่าแท้จริงเป็นคนสัญชาติจีน ประกอบกับในโทรศัพท์ของนางสาวแพน ยู่ต๋ง (นามสมมติ) ก็พบภาพหนังสือเดินทางวานูอาตูที่ถือโดยคนจีนอีกหลายเล่ม ซึ่ง พล.ต.ต.ชูธเรศฯ ผบก.ตม.6 ได้สั่งการให้ขยายผลการจับกุมผู้กระทำความผิดเพิ่มเติมแล้ว ทั้งนี้หากประชาชนพบเบาะแสหรือต้องการแจ้งเรื่องร้องเรียนคนต่างด้าวกระทำผิดกฎหมาย สามารถแจ้งสายด่วน สตม. 1178

















