กรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ 15 เดินหน้าเตรียมความพร้อมรับมือฤดูมรสุมในพื้นที่ภาคใต้ ครอบคลุม 5 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี กระบี่ พังงา และภูเก็ต โดยเฉพาะพื้นที่ฝั่งอ่าวไทย ซึ่งมีความเสี่ยงต่อสถานการณ์อุทกภัยในช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคม มุ่งเตรียมพร้อมทั้งบุคลากร เครื่องจักร เครื่องมือ และระบบระบายน้ำ เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดสถานการณ์ การรับมืออุทกภัยไม่ได้เริ่มต้นในวันที่เกิดน้ำท่วม แต่ต้องเตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้า สำนักงานชลประทานที่ 15 จึงวางกำลังและตรวจสอบความพร้อมของเครื่องจักรเครื่องมืออย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับภารกิจบริหารจัดการน้ำ เร่งระบายน้ำ เปิดทางน้ำ และสนับสนุนพื้นที่ประสบภัยตามระดับความเร่งด่วน

นายสุรพงศ์ เจริญการยนต์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 15 เปิดเผยว่า สำนักงานชลประทานที่ 15 มีเครื่องจักรเครื่องมือเตรียมพร้อมปฏิบัติงานจำนวน 155 หน่วย หากสถานการณ์มีความรุนแรงและเครื่องจักรในพื้นที่ไม่เพียงพอ สามารถประสานขอรับการสนับสนุนเพิ่มเติมจากส่วนบริหารเครื่องจักรกลที่ 8 สำนักเครื่องจักรกล เพื่อเสริมกำลังเข้าช่วยเหลือพื้นที่ได้ทันที การเตรียมพร้อมดังกล่าว นอกจากช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำและป้องกันภัยจากน้ำแล้ว ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่า หน่วยงานภาครัฐมีความพร้อมในการเข้าช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบอย่างเต็มกำลัง และอีกหนึ่งภารกิจสำคัญ คือ การกำจัดผักตบชวา วัชพืช และสิ่งกีดขวางทางน้ำ เนื่องจากแม้จะมีเครื่องสูบน้ำหรือเครื่องผลักดันน้ำพร้อมปฏิบัติงาน แต่หากเส้นทางน้ำถูกกีดขวาง ประสิทธิภาพการระบายน้ำย่อมลดลง โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกหนักและมีปริมาณน้ำไหลหลากเข้าสู่พื้นที่

สำนักงานชลประทานที่ 15 จึงเร่งดำเนินการกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ ลุ่มน้ำปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญในการบริหารจัดการน้ำของภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการไหลและการระบายน้ำ รวมถึงลดผลกระทบต่อการส่งน้ำเพื่อการเกษตร คุณภาพน้ำ และระบบนิเวศ

นายสุรพงศ์ เจริญการยนต์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 15 กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัญหาผักตบชวาในลุ่มน้ำปากพนังจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากเป็นพืชที่ขยายพันธุ์และเติบโตอย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องควบคู่กับมาตรการบริหารจัดการในระยะยาว

นอกจากนี้ ในการดำเนินงานจึงต้องบูรณาการทุกภาคส่วน ดูแลสายน้ำร่วมกัน ด้วยปริมาณผักตบชวาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง การแก้ปัญหาจึงไม่สามารถดำเนินการด้วยการกำจัดเพียงครั้งเดียว หรือเป็นภารกิจของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องอาศัยการบูรณาการจากทุกภาคส่วน ทั้งกรมชลประทาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานด้านโยธาธิการ หน่วยทหาร ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ ให้ร่วมกันดูแลลำน้ำและคลองตามขอบเขตความรับผิดชอบ

พร้อมกันนี้ ยังขอความร่วมมือประชาชนร่วมกันรักษาความสะอาดของแม่น้ำลำคลอง ไม่ทิ้งขยะหรือสิ่งกีดขวางลงในทางน้ำ และสร้างจิตสำนึกในการดูแลแหล่งน้ำให้แก่คนรุ่นต่อไป เพื่อให้ลำน้ำสามารถทำหน้าที่ทั้งด้านการระบายน้ำ การส่งน้ำ และเป็นแหล่งน้ำที่มีคุณภาพสำหรับชุมชนอย่างยั่งยืน

การเตรียมรับมือฤดูมรสุมจึงไม่ใช่เพียงการนำเครื่องจักรเข้าสู่พื้นที่เมื่อเกิดน้ำท่วม แต่เริ่มตั้งแต่การติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์ ตรวจสอบความพร้อมของบุคลากรและเครื่องจักร กำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวาง เปิดทางน้ำ ตลอดจนประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทุกกลไกสามารถทำงานได้ทันทีเมื่อสถานการณ์มาถึง

ทั้งหมดนี้คือแนวทางที่สำนักงานชลประทานที่ 15 กรมชลประทาน เดินหน้าดำเนินการก่อนเข้าสู่ช่วงมรสุม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ ลดความเสี่ยงจากอุทกภัย และพร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคใต้อย่างทันท่วงที