ผู้ป่วยเนอร์สซิ่งโฮมแห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี ตะโกนขอความช่วยเหลือกับผู้สื่อข่าว บอกถูกซ้อม ล่ามโซ่ อยากกลับบ้าน
วันที่ 8 ต.ค. 2569 กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ลงพื้นที่ตรวจสอบเนอร์สซิ่งโฮม แห่งหนึ่งในซอยเรวดี จ.นนทบุรี หลังพบว่า ใบขออนุญาตที่ขอประกอบกิจการไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ และมีผู้ป่วยจิตเวชมากกว่า 81 ราย โดยที่ขอยื่นแจ้งเป็นศูนย์พักพิงดูแลผู้สูงวัย แต่กลับไม่มีแพทย์ ไม่มีเจ้าหน้าที่เฉพาะทาง

โดยระหว่างรอเจ้าหน้าที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เข้าตรวจสอบภายในศูนย์ฯ ดังกล่าว ปรากฏว่า ผู้ป่วยที่พักอยู่ภายในบ้านได้ส่งสัญญาณมือขอความช่วยเหลือจากชั้น 3 ของอาคารที่อยู่ติดริมถนน ในลักษณะเปิดหน้าต่างแล้วยื่นมือออกมาขอความช่วยเหลือกับผู้สื่อข่าว
ผู้สื่อข่าวจึงตะโกนสอบถามรายละเอียด ผู้ป่วยรายนี้ บอกว่า อยู่ที่นี่มาได้ 1 เดือน ซึ่งพ่อแม่ส่งมาบำบัด เนื่องจากตนเองเป็นคนอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ และอ้างว่า ตนเองเข้ามาที่นี่วันแรกตนเองก็ถูกล็อกและถูกล่ามโซ่ แต่ยังไม่เคยถูกทำร้ายร่างกาย ซึ่งเหตุผลที่พ่อแม่ส่งมาเพราะต้องการอยากให้บำบัด ที่ผ่านมาก็กินยาผู้ป่วยจิตเวช แต่เป็นของส่วนตัวไม่ใช่ของสถานที่จัดให้

นอกจากนี้ ยังมีผู้ป่วยตะโกนขอความช่วยเหลือจากชั้น 2 ในลักษณะของการเปิดหน้าต่างมาพูดคุยกับผู้สื่อข่าวที่มารอทำข่าว ผู้ป่วยที่อยู่ชั้น 2 ห้องริมสุดติดถนน บอกกับนักข่าวว่า ตนเองเข้ามาอยู่บ้านตั้งแต่ปี 2566 และที่ขอความช่วยเหลือกับนักข่าว เพราะอยากให้ติดต่อพ่อแม่ให้มาดูแลหน่อย บ้านของพ่อแม่อยู่ที่ จ.อ่างทอง

โดยผู้ป่วยรายนี้ อ้างว่า อยู่ที่นี่ เขาล่ามโซ่ ตนเองป่วยเป็นเบาหวาน เวลาอาการเบาหวานกำเริบก็ไม่มียาให้กิน แล้วก็ซ้อมตนเอง ซึ่งยาที่กินเป็นยาที่พ่อแม่ส่งมาให้ ที่นี่มียาให้กิน แต่มีข้าวให้กินวันละ 3 มื้อ พร้อมอ้างว่า ตนเองเคยโดนทำร้ายร่างกาย ทั้งเตะเบ้าตา ยังมีรอยแผลเป็นอยู่เลย เพราะเจ้าหน้าที่ไม่ให้ใครออกไปนอกพื้นที่ โดยระบุว่า เจ้าหน้าที่ข้างในมีประมาณ 5-6 คน ก็บอกตนเองมาว่าไม่ให้ไปคุยกับนักข่าว และระหว่างนี้ก็มีเพื่อนผู้ป่วยจากห้องอื่นตะโกนออกมาอีกว่า "โดนทุกคน"
หลังจากนั้น ก็ปิดหน้าต่างกันไปทันที โดยผู้สื่อข่าวสังเกตเห็นว่า ผู้ป่วยที่พูดคุยกับนักข่าวบริเวณชั้น 2 ลักษณะตายังมีรอยช้ำอยู่














