ยายวัย 71 จ.ชัยนาท เดินเหินไม่สะดวก แต่ไม่ต้องลุยน้ำท่วม ลูกชายทำสะพานจากบ้านชั้น 2 มาถึงถนนไว้ให้ เสียดายลูกชายไม่ได้เห็น เพราะเสียชีวิตไปเมื่อปีก่อน

วันที่ 7 ต.ค. 2569 นายสงกรานต์ ชะลอศรีทอง ผอ.ชป.12 เผยว่า เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างเหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำฝน-น้ำท่า ปัจจุบันวันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. ปริมาณน้ำไหลผ่านสถานี C.2 นครสวรรค์ที่อัตรา 1,915 ลบ.ม./วิ สมทบกับปริมาณน้ำไหลผ่านแม่น้ำสะแกกรัง Ct.19 อุทัยธานี 52 ลบ.ม./วิ ระบายผ่านเขื่อนเจ้าพระยาที่อัตรา 2,500 ลบ.ม./วิ ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ +16.38 ม.รทก. ระดับน้ำลดลงต่อเนื่องจึงทำการปรับลดการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา โดยเริ่มเวลา 08.00 น. ทยอยจากอัตรา 2,500 ลบ.ม./วิ เหลืออัตรา 2,400 ลบ.ม./วิ เวลา 13.00 น. ชั่วโมงละ 20 ลบ.ม./วิ โดยประมาณ และคงอัตราดังกล่าวต่อเนื่อง ระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาจะลดลงประมาณ 20- 40 ซม.

ขณะที่ ชาวบ้านในพื้นที่ อ.สรรพยา ยังคงต้องอพยพมานอนริมถนนสายคันคลองมหาราชเป็นแนวยาวหลายกิโลเมตร พื้นที่ได้รับผลกระทบรวม 6 ตำบล 35 หมู่บ้าน 4,537 ครัวเรือนถูกน้ำท่วมตั้งแต่ 50 – 180 ซม. แล้วแต่พื้นที่ชาวบ้านยังคงต้องใช้เรือในการสัญจรเข้าออกจากบ้านมายังที่พักชั่วคราว

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พบบ้านของนางมาลัย อายุ 71 ปี ต.โพนางดำออก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท เป็นครึ่งไม้ครึ่งปูน ชั้นล่างเป็นปูนถูกน้ำท่วมสูงสุดถึงคอ บางพื้นที่มิดหัว แต่ตัวคุณยายนั้นไม่เปียกแม้แต่น้อยเพราะสร้างเป็นสะพานจากชั้น 2 มาถึงถนนสายคันคลองมหาราช เดินแบบสบายๆ มาถนนได้อย่างไร้กังวลแม้น้ำท่วมสูง

นางมาลัย เผยว่า ลูกชายทำงานที่เขื่อนเจ้าพระยา ตอนนั้นก็ตั้งเสาปูนไว้เพื่อทำสะพานเพราะน้ำท่วมทุกปี แล้วตัวป้าก็เดินเหินไม่สะดวกแล้วด้วยอายุขนาดนี้ ลูกชายจึงสร้างเป็นสะพานจากชั้น 2 ลงมาถึงถนนได้เลยเผื่อไว้สำหรับเผชิญน้ำท่วม จนตอนนี้ลูกชายเสียไปก่อนที่จะได้ใช้เมื่อปีก่อน พอท่วมก็ไม่รื้อเพราะเดี๋ยวก็อาจจะท่วมอีก ฟ้าฝนเอาแน่เอานอนไม่ได้