รู้เร็ว ปลอดภัยกว่า! กรมวิชาการเกษตรพัฒนา "ชุดตรวจตะกั่วในขมิ้นชัน" ยกระดับสมุนไพรไทย สร้างความมั่นใจผู้บริโภค

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เดินหน้ายกระดับสินค้าเกษตรและสมุนไพรไทยให้มีคุณภาพ ปลอดภัย และได้มาตรฐาน ส่งเสริมการนำงานวิจัย วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเข้ามาประยุกต์ใช้ตลอดกระบวนการผลิต ตั้งแต่ต้นทางจนถึงผลิตภัณฑ์ เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภค เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างโอกาสทางการตลาดที่นำไปสู่รายได้ที่มั่นคงของเกษตรกร

นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กรมวิชาการเกษตรได้ขานรับแนวทางดังกล่าว ด้วยการนำองค์ความรู้ด้านการวิจัยและเทคโนโลยีมาพัฒนาเครื่องมือสำหรับตรวจสอบความปลอดภัยของผลผลิตทางการเกษตร ตั้งแต่กระบวนการผลิตในแปลงไปจนถึงผลิตภัณฑ์แปรรูป เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อน สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค และเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้กับสินค้าเกษตรและสมุนไพรไทย ซึ่งหนึ่งในพืชสมุนไพรสำคัญคือ “ขมิ้นชัน” ซึ่งอยู่คู่กับวิถีชีวิตของคนไทยมาอย่างยาวนาน ทั้งในฐานะเครื่องเทศ วัตถุดิบเพื่อสุขภาพ และพืชเศรษฐกิจที่สามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการ


อย่างไรก็ตาม คุณภาพของขมิ้นชันไม่ได้พิจารณาเพียงรูปลักษณ์หรือสารสำคัญภายในผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่สิ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้กันคือ “ความปลอดภัยจากการปนเปื้อนโลหะหนัก” โดยเฉพาะ “ตะกั่ว” ซึ่งเป็นสิ่งปนเปื้อนที่ไม่สามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า การมีเครื่องมือสำหรับตรวจคัดกรองความเสี่ยงจึงเป็นอีกกลไกสำคัญที่จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับสินค้าและผู้บริโภค


นางปิยรัตน์ ธรรมกิจวัฒน์ ผู้อำนวยการกองวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ กล่าวว่า กรมวิชาการเกษตรได้พัฒนา “นวัตกรรมชุดตรวจสอบตะกั่วในขมิ้นชันด้วยเทคโนโลยีเคมีไฟฟ้า” เพื่อช่วยลดความซับซ้อนของกระบวนการตรวจคัดกรอง และเพิ่มโอกาสให้เกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ผู้รวบรวมผลผลิต และผู้ประกอบการ สามารถเข้าถึงการตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบได้ง่าย สะดวก และรวดเร็วยิ่งขึ้น นวัตกรรมดังกล่าวจึงไม่ใช่เพียงเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ แต่เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการนำงานวิจัยออกจากห้องปฏิบัติการมาประยุกต์ใช้กับภาคการผลิต เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องสามารถเฝ้าระวังและบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของผลผลิตได้ตั้งแต่ต้นทาง


นางสาวอัจฉราพรรณ ใจเจริญ นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ กล่าวเพิ่มเติมว่า เทคโนโลยีเคมีไฟฟ้าเป็นการประยุกต์หลักการทางไฟฟ้าร่วมกับปฏิกิริยาเคมีเพื่อตรวจวัดสารเป้าหมาย โดยอุปกรณ์จะตรวจจับสัญญาณทางไฟฟ้าที่สัมพันธ์กับตะกั่วในตัวอย่าง ก่อนนำผลที่ได้มาใช้ประเมินความเสี่ยงเบื้องต้น จุดสำคัญของเทคโนโลยีนี้ คือการช่วยให้ผู้ผลิตสามารถ “รู้ความเสี่ยงได้เร็วขึ้น” และนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจจัดการกระบวนการผลิตได้อย่างเหมาะสม เมื่อเกษตรกรสามารถตรวจคัดกรองความเสี่ยงได้ตั้งแต่ต้นทาง จะช่วยให้สามารถย้อนกลับไปตรวจสอบและทบทวนกระบวนการผลิตในแต่ละขั้นตอนได้อย่างตรงจุด ตั้งแต่ การเลือกพื้นที่ปลูก การตรวจสอบดินและแหล่งน้ำ การเก็บเกี่ยว การแปรรูป ไปจนถึงการจัดเก็บผลิตภัณฑ์ ซึ่งทุกขั้นตอนล้วนมีความสำคัญต่อคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์สมุนไพร หากผลการคัดกรองเบื้องต้นพบความเสี่ยง เกษตรกรหรือผู้ประกอบการควรหยุดจำหน่ายผลผลิตในส่วนนั้นเป็นการชั่วคราว พร้อมตรวจสอบแหล่งที่มาที่อาจเกี่ยวข้องกับการปนเปื้อน และส่งตัวอย่างไปตรวจยืนยันกับห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน รวมทั้งสามารถขอรับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตร เพื่อหาแนวทางจัดการและแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสม


ทั้งนี้ การใช้ชุดตรวจให้ได้ผลที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือ ผู้ใช้งานจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการเก็บและเตรียมตัวอย่าง รวมถึงปฏิบัติตามขั้นตอนการใช้ชุดตรวจที่ระบุไว้ในคู่มืออย่างเคร่งครัด โดยชุดตรวจดังกล่าวมีบทบาทสำหรับ “การตรวจคัดกรองความเสี่ยงเบื้องต้น” ขณะที่กรณีพบความเสี่ยงควรมีการตรวจยืนยันด้วยห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐานอีกครั้ง

การพัฒนา “ชุดตรวจสอบตะกั่วในขมิ้นชันด้วยเทคโนโลยีเคมีไฟฟ้า” สะท้อนการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และงานวิจัยของกรมวิชาการเกษตร มาต่อยอดเป็นเครื่องมือที่สามารถสนับสนุนภาคการผลิตได้จริง ช่วยให้เกษตรกรและผู้ประกอบการมีเครื่องมือในการเฝ้าระวังคุณภาพและความปลอดภัยของวัตถุดิบ ลดความเสี่ยงก่อนผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาด และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค และการตรวจสอบคุณภาพตั้งแต่ต้นทางยังช่วยผลักดันให้ผู้ผลิตให้ความสำคัญกับมาตรฐานตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่แหล่งผลิต วัตถุดิบ กระบวนการแปรรูป จนถึงผลิตภัณฑ์ปลายทาง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการเพิ่มมูลค่าและขยายโอกาสทางการตลาดให้กับขมิ้นชันและสมุนไพรไทย


“ตรวจสอบก่อนจำหน่าย ลดความเสี่ยงจากตะกั่ว เพิ่มความมั่นใจให้ผู้บริโภค ร่วมยกระดับขมิ้นชันและสมุนไพรไทยให้ปลอดภัยได้มาตรฐานและเติบโตอย่างยั่งยืน”