พ่อเปิดใจทั้งน้ำตา ร้องสายไหมต้องรอด ช่วยทวงความเป็นธรรม หลังลูกวัย 1 ขวบ ถูกผู้ช่วยพยาบาลตัดนิ้วขาด ด้าน "สายไหมต้องรอด" ประสาน สธ. จี้เยียวยา ม.41
ครอบครัวของเด็กชายวัย 1 ขวบ เขาร้องเรียนกับเพจสายไหมต้องรอดหลังหลานชายเข้ารับการรักษาอาการไข้หวัดที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง โดยมีการเจาะเข็มน้ำเกลือที่มือข้างขวาพร้อมกับพันผ้าก๊อซล็อกไว้ แต่ขณะที่จะถอดออกผ้าก๊อซออก ผู้ช่วยพยาบาลชายใช้กรรไกรตัดผ้าก๊อซ แต่พลาดไปถูกปลายนิ้วชี้ของเด็ก จนทำให้นิ้วขาดตั้งแต่ปลายนิ้วถึงโคนเล็บ ต้องส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลในจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งอยู่ห่างออกไปกว่า 100 กิโลเมตร เพื่อผ่าตัดต่อนิ้ว
โดยนายทองสวย (น้าชาย) และนางสาวอมรรัตน์ (ลูกพี่ลูกน้อง) ของเด็ก เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุจนถึงขณะนี้ยังรู้สึกเสียใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยังทำใจไม่ได้ และจนถึงขนาดนี้ยังไม่ได้รับคำขอโทษจากผู้ช่วยพยาบาลคนดังกล่าวหรือจากทาง รพ.เลย / โดยขณะเกิดเหตุเป็นวันที่น้องรักษาอาการไข้หวัดเสร็จและกำลังออกจากโรงพยาบาล พ่อของน้องกำลังเก็บของไปไว้ที่รถ และแม่อยู่กับน้องขณะที่ผู้ช่วยพยาบาลกำลังจะใช้กรรไกรตัดผ้าก๊อซ ซึ่งในขณะนั้นผู้ช่วยพยาบาลใช้กรรไกรพยายามตัดหลายครั้งแต่ถ้าก๊อซไม่ขาด แต่กลับเห็นนิ้ว ของน้องหลุดออกมา แม่จึงโทรหาพ่อของน้องให้ขึ้นมาดู จากนั้นทางโรงพยาบาลได้มีการกันผู้ช่วยพยาบาลคนดังกล่าวออกจากพื้นที่และมีพยาบาลคนอื่นเข้ามาให้ความช่วยเหลือ โดยได้มีการส่งเอกซเรย์ 2 รอบ และมีการห้ามเลือด 2 รอบ โดยนิ้วที่ขาดได้มีการใส่ไว้ในกระติกน้ำแข็ง ก่อนที่จะส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลในจังหวัดอุบลราชธานี
สำหรับการรักษา แพทย์ได้ผ่าตัดทั้งหมด 2 รอบ โดยการผ่าตัดครั้งแรกไม่สามารถต่อนิ้วได้ ก่อนจะประสบความสำเร็จในการผ่าตัดครั้งที่ 2 อย่างไรก็ตาม แพทย์ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่านิ้วจะกลับมาใช้งานได้เหมือนเดิมหรือไม่ เนื่องจากต่อนิ้วติดเพียงประมาณ 20-30 เปอร์เซ็นต์ และนิ้วของน้องยังมีขนาดเล็ก ทำให้เส้นเลือดยังไม่สมานกัน ขณะนี้น้องยังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลในจังหวัดอุบลราชธานี และมีอาการเจ็บในลำคอจากการผ่าตัดจนยังไม่สามารถรับประทานอาหารได้
พ่อของน้อง เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ขณะนี้อาการของลูกดีขึ้นและเริ่มกลับมาร่าเริงแล้ว โดยเมื่อวานนี้มีบุคลากรจากโรงพยาบาลแห่งแรกเดินทางมาเยี่ยม พร้อมนำกระเช้าดอกไม้และเงินจำนวน 4,000 บาทมาให้ โดยระบุว่าเป็นค่าน้ำมันในการเดินทางและค่าเช่าโรงแรมสำหรับญาติ เนื่องจากโรงพยาบาลไม่สามารถให้ญาติเฝ้าได้ แต่พ่อของน้องไม่ได้รับเงินจำนวนดังกล่าวไว้ โดยเงินและกระเช้ายังคงวางอยู่ที่โต๊ะข้างหัวเตียงของน้อง ตอนนี้อยากเรียกร้องให้น้องได้รับสิทธิ์ทุกอย่างที่ควรจะได้รับ และเบื้องต้นได้ไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.เลิงนกทา ไว้แล้ว แต่ทางตำรวจบอกให้ไปเจรจากับโรงพยาบาลก่อน ซึ่งก็ยังไม่ได้มีการพูดคุยอะไรกันคาดว่าพออาการของน้องดีขึ้นจะมาตามเรื่องนี้อีกที
โดยทางครอบครัวต้องการเรียกร้องให้น้องได้รับสิทธิและการเยียวยาที่ควรได้รับ โดยเบื้องต้นได้ลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.เลิงนกทา แล้ว แต่ตำรวจแนะนำให้ไปเจรจากับทางโรงพยาบาลก่อน ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุยกันอย่างเป็นทางการ และคาดว่าจะติดตามเรื่องอีกครั้งหลังน้องมีอาการดีขึ้น
นอกจากนี้ทางญาติยังเล่าให้ฟังเพิ่มเติมว่า ยังมีผู้ป่วยได้รับผลกระทบจากการรักษาที่ผิดพลาดอีกหลายราย บางรายถึงขั้นเสียชีวิตแต่ได้เงินเยียวยามาแค่ 10,000 บาทก็มี ซึ่งไม่คิดว่าจะมาเกิดกับคนในครอบครัวตัวเอง ซึ่งทางโรงพยาบาลควรมีมาตรการที่ดีกว่านี้
นายนิรันดร์ เกแง้ว ระบุว่า ทางสายไหมต้องรอดจะเข้าไปประสานกับทางกระทรวงสาธารณสุขเพื่อให้ครอบครัวได้รับการเยียวยาตามมาตรา 41 ที่พูดได้รับผลกระทบจากการรักษาจะต้องได้รับ และขอให้ดูในเรื่องเนื้อหาของคดีว่าจะดำเนินการยังไงต่อไป

















