ผู้รอดชีวิต เข้าแจ้งความ สน.พหลโยธิน ยืนยันระบบความปลอดภัยอาคารบกพร่อง สุดสลดมาเที่ยวครั้งแรกกลับเสียเพื่อนสนิท 1 ราย ขณะที่ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 เร่งประชุมความคืบหน้าคดี เตรียมสอบพยานเพิ่มหลังกู้ไฟล์วงจรปิด 16 ตัว พบภาพจังหวะไฟลุกไหม้บนเพดานชัดเจน
วันที่ 15 ก.ค. 2569 ความคืบหน้าคดีเพลิงไหม้โรงเบียร์ ย่านลาดพร้าว ล่าสุด นายนัฏฐพงศ์ หนึ่งในผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน

นายนัฏฐพงศ์ เล่าว่า คืนเกิดเหตุเดินทางมาถึงสถานบันเทิงเวลาประมาณ 22.30 น. และนั่งบริเวณโต๊ะหน้าเวทีฝั่งประตูทางเข้า ช่วงแรกไม่มีอะไรผิดปกติ แต่ช่วงใกล้เที่ยงคืน ตนเองได้สังเกตเห็นกลุ่มควันสีขาวพุ่งออกมา จากเพดานหน้าเวทีฝั่งประตูทางเข้า แต่ไม่ได้เอะใจ เพราะคิดว่าเป็นเอฟเฟกต์ประกอบการแสดง เนื่องจากเป็นจังหวะที่เพลงกำลังเริ่มขึ้นพอดี
หลังจากนั้นไม่นานตนกลับเห็นประกายไฟและได้กลิ่นไหม้ จึงรีบวิ่งหนีออกทางประตูด้านหลังฝั่งลานจอดรถ ระหว่างหลบหนีมีนักท่องเที่ยวแตกตื่น ตกใจ จนตนเองถูกดึงขา แต่สามารถสลัดและวิ่งออกมาถึงพื้นที่ปลอดภัยได้

ผู้เสียหาย ยืนยันว่า ไม่เคยได้ยินสัญญาณเตือนไฟไหม้ แต่ได้ยินเสียงคนในร้าน ตะโกนบอกว่า “ไฟไหม้” และไม่เห็นระบบสปริงเกอร์ทำงานภายในอาคาร ผู้เสียหาย ระบุอีกว่า ระหว่างหลบหนีพบการ์ดรักษาความปลอดภัย 2 คน ถือไฟฉายคอยชี้นำผู้คนไปยังประตูทางออกด้านหลังที่ตนออกมา ก่อนจะพบทั้ง 2 คนอีกครั้งบริเวณลานจอดรถ ซึ่งเป็นจุดปลอดภัย
นายนัฏฐพงศ์ ระบุว่า วันเกิดเหตุเป็นการมาใช้บริการที่นี่เป็นครั้งแรก จึงไม่ได้สังเกตตำแหน่งทางหนีไฟ โดยเดินทางมาพร้อมเพื่อนทั้งหมด 4 คน แต่มี 1 คน คือ "นายสิทธิพงษ์ ไชโย" เสียชีวิตภายในที่เกิดเหตุ ทำให้รู้สึกเสียใจอย่างมาก
พร้อมได้ให้คลิปเหตุการณ์ ก่อนเกิดเหตุประมาณครึ่งชั่วโมง ซึ่งในคลิปยังไม่มีกลุ่มควันไฟหรือสิ่งผิดปกติใดๆ

ส่วนตัวได้รับบาดเจ็บบริเวณหน้าผากและหูทั้งสองข้าง ก่อนเข้ารับการรักษาโดยใช้สิทธิประกันสังคม ที่ รพ.เพชรเวช และเข้าแจ้งความในวันนี้เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมประกอบการดำเนินคดีของพนักงานสอบสวน
ขณะที่ ช่วงเช้าวันนี้ มีการประชุมติดตามความคืบหน้าทางคดีเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก โดยมีพลตำรวจตรีเกียรติกุล สนธิเณร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 (ผบก.น.2) เป็นประธานการประชุม ร่วมกับคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังเมื่อวานนี้สอบปากคำไปแล้ว 52 ปาก แบ่งเป็น กลุ่มผู้ประกอบการ 1 ราย พนักงานภายในร้าน 16 ราย กลุ่มญาติและผู้ได้รับบาดเจ็บ 33 ราย และเจ้าหน้าที่ผู้ร่วมตรวจที่เกิดเหตุอีก 2 ราย

และวันนี้ หลังการประชุมจะมีการจัดชุดพนักงานสอบสวน แยกย้ายไปสอบปากคำพยานกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบอาคารและระบบไฟฟ้าและไปสอบปากคำผู้บาดเจ็บที่ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล
นอกจากนี้จะมีการเร่งวิเคราะห์ภาพเหตุการณ์จากภาพกลัองวงจรปิด 16 ตัวภายในร้าน ช่วงก่อนและขณะเกิดเหตุอย่างละเอียด หลังได้รับเซฟเวอร์ที่กู้ไฟล์ภาพได้แล้วมาจากกองพิสูจน์หลักฐาน
โดยมีรายงานเบื้องต้น ว่า ภาพวงจรปิดภายในร้านเห็นภาพจังหวะที่ไฟลุกขึ้นบริเวณบนเพดาน ตรงเวที ประมาณ 20 วินาที ก่อนที่ไฟจะลุกลามไปจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก














