มือกีต้าร์วงทศกัณฐ์ เล่านาทีหนีตาย ทิ้งกีต้าร์คลำหาทางออก เผยได้กลิ่นไหม้ก่อนไฟลุก ควันคลุ้งทั่วร้าน
วันที่ 13 ก.ค. 2569 นายตุ๋น มือกีต้าร์วงทศกัณฐ์ นักดนตรีที่เล่นในวันเกิดเหตุ เล่าว่า ในช่วงแรกตนได้กลิ่นไหม้ก่อน และมีควันลอยขึ้นมาเหนือหัว ตอนนั้นเหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมาก ตนแจ้งใครไม่ทัน ได้แต่บอกเพื่อนข้างๆ ว่าไฟไหม้ จากนั้นก็พากันวิ่งออกจากพื้นที่ไม่ถึง 1 นาทีไฟก็ดับลง จากนั้นควันไฟก็เต็มร้าน ซึ่งตนก็วิ่งออกมาแบบเดาทางเพราะไม่รู้ว่าประตูอยู่ไหน ตอนนั้นตนไม่ได้ยินเสียงระเบิด ได้ยินแต่เสียงคนร้องขอความช่วยเหลือ

ตอนนั้นขณะเกิดเหตุการณ์ตนช็อกมาก ถอดกีตาร์ออกได้ก็ทิ้งและวิ่งออกมา ส่วนสมาชิกคนอื่นตนก็ไม่รู้เหมือนกันเพราะตัวใครตัวมัน ไม่รู้ใครวิ่งออกไปทางไหนบ้าง เมื่อออกมาได้ก็คอยสอบถามสมาชิกแต่ละคนว่าเป็นอย่างไร ซึ่งในขณะเกิดเหตุตนไม่ได้ยินเสียงสัญญาณกริ่งเตือนไฟไหม้ และไม่มีน้ำฉีดลงมาเลย ส่วนภายในร้านมีถังดับเพลิงหรือไม่ตนไม่ได้สังเกต ส่วนป้ายทางเข้าออกตนก็ไม่ทราบ เพราะตอนกลางคืนไม่ได้สังเกต
ส่วนประตูบริเวณด้านหลังฝั่งห้องน้ำ ทางร้านจะล็อกลงกลอนเอาไว้นานแล้ว เพราะป้องกันคนเข้าออก หากจะเข้ามาต้องเคาะให้คนข้างในเปิดให้ และที่บริเวณด้านหน้าประตูก็มีคนขายลูกอมที่บริเวณหน้าห้องน้ำ ตนเคยตั้งข้อสังเกตว่า ทางออกฉุกเฉินควรมีโต๊ะมาตั้งกั้นไว้หรือไม่

ตนมาเล่นดนตรีที่ร้านนี้ประมาณ 1 ปี ที่ผ่านมา ก็พบว่าร้านนี้มักจะมีปัญหาไฟดับบ่อย แต่ไฟดับไม่นานไฟก็กลับมา ซึ่งเจ้าของร้านก็รับรู้ปัญหานี้มาโดยตลอด
อย่างไรก็ตาม เวลาตนเข้ามาเล่นดนตรีที่ร้าน มักจะใช้ประตูทางเข้าด้านหลังที่ห้องครัว ประตูนี้จะมีเพียงแค่พนักงานและนักดนตรีเท่านั้นที่รู้
ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตน คือ กีตาร์ไฟฟ้าประมาณ 100,000 บาท ได้รับความเสียหาย
ส่วนเจ้าของร้าน ตนก็รู้จักบ้าง ทราบว่าเป็นคนดี อัธยาศัยดี ยืนยันว่าเมื่อวานนี้เจ้าของร้านก็อยู่ในที่เกิดเหตุด้วย แต่กรณีที่มีการรายงานมาว่าเจ้าของร้านวิ่งออกมาแล้วแต่กลับเข้าไปช่วยเหลือคนภายในร้านนั้น ตนไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร เพราะต่างคนต่างชุลมุน

ส่วนเมื่อคืน ลูกค้ามีประมาณ 100 คน ถือว่าไม่เยอะมาก ส่วนใหญ่จะอยู่กันที่บริเวณตรงกลางร้าน และส่วนใหญ่ก็มักจะมากันในคืนวันศุกร์เสาร์เยอะกว่าวันปกติ
โดยปกติร้านจะเข้มงวดเรื่องการนำไฟเข้ามา โดยเฉพาะการสูบบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า หรือไฟแช็กที่ใช้จุดเทียนวันเกิด ก็ไม่อนุญาตให้นำเข้ามาภายในร้าน
ในฐานะที่ตนเป็นนักดนตรีตนพูดไม่ออกเลย และไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก ไม่รู้จะฝากอะไรไปถึงผู้ประกอบการ เพราะร้านแบบนี้ก็ยังมีอีกเยอะ ซึ่งการตัดสินใจรับงานในอนาคตตนก็ยังไม่รู้ว่าจะยังคงเดินในเส้นทางนี้อยู่อีกหรือไม่

















