"กัน จอมพลัง" แฉยับ พลทหารเหยื่อรุ่นพี่-จ่าทหารซาดิสม์ ไฟลนช่วงล่าง พร้อมเปิดแชตมัดทหารสัญญาบัตรตอนแรกปัด "กองร้อยผมไม่มีกระทำ" สุดท้ายจำนนต่อหลักฐาน หลังเจอคลิปแผล-รอยสักชัดเจน ด้านพลทหารเศร้าเครียดจัดเคยกินน้ำยาล้างห้องน้ำหวังปลิดชีพ เผยห่วงลูก 3 ขวบ เตรียมผ่าตัดหัวใจ

วันนี้ 22 มิถุนายน 69 นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง ได้พาพลทหารภาณุวัฒน์ ทหารเกณฑ์ผู้เสียหาย เดินทางเข้าร้องเรียน และเปิดเผยเรื่องราวต่อสื่อมวลชน กรณีที่พลทหารภาณุวัฒน์ถูกรุ่นพี่ทหารเกณฑ์และผู้บังคับบัญชาบางกลุ่มในค่ายทหารลงโทษอย่างทารุณและซ้อมทรมาน จนได้รับบาดเจ็บทั้งทางร่างกายและกระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง

นายกัณฐัศว์ เปิดเผยว่า การกระทำที่เกิดขึ้นภายในค่ายทหารแห่งนี้ถือเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุและละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง การฝึกหรือการลงโทษทหารเกณฑ์ควรเป็นไปตามระเบียบวินัยของกองทัพ ไม่ใช่การรุมทำร้ายหรือซ้อมทรมานราวกับไม่ใช่คน ตนจึงต้องเข้ามาให้ความช่วยเหลือเพื่อทวงคืนความยุติธรรม และขอเรียกร้องให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุสลดเช่นนี้กับลูกหลานของประชาชนที่เข้ามาเป็นทหารเกณฑ์คนอื่นอีก

นอกจากนี้นายกัณฐัศว์ ยืนยันว่ามีคลิปและภาพบาดแผลชัดเจน (มีรอยสักระบุตัวตนในคลิป) ซึ่งท้ายที่สุดทางนายทหารที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบและยอมรับว่าเป็นเรื่องจริงและขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากว่าหลังจากที่ตนได้เผยแพร่ข้อมูลไปแล้วนั้น มีทหารชั้นสัญญาบัตรติดต่อตนเข้ามา พร้อมกับบอกว่า ตนถูกพลทหารภาณุวัฒน์หลอก และบอกว่าทางพลทหารหนีไปเอง แล้วกลัวทางบ้านด่าจึงแต่งเรื่องขึ้นมา

นายกัณฐัศว์ ได้เปิดเผยแชตหลังจากนั้นว่า ทหารชั้นสัญญาบัตรที่ติดต่อมา ยังคงยืนยันและมั่นใจว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากกองร้อยของตน ทางนายกัณฐัศว์ จึงได้ส่งหลักฐานไปให้เพิ่มเติม แต่ทางทหารชั้นสัญญาบัตรคนนี้ยังยืนกรานว่าไม่ใช่กองร้อยของตนแต่เป็นกองร้อยอื่น แต่ผ่านไปไม่นานก็ได้ส่งข้อความกลับมายอมรับว่าเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นในกองร้อยของตนจริง โดยทางด้านนายกัณฐัศว์ ได้ฝากบอกไปยังทหารสัญญาบัตรคนดังกล่าวว่า อยากให้ตรวจสอบให้ชัดเจนทุกครั้งหลังจากที่มีการร้องเรียนเพราะพลทหารภาณุวัฒน์ที่ออกมาปกป้องตนเองนั้นพูดออกมาและมีหลักฐานขนาดนี้ยังให้การปกป้องผู้กระทำและไม่เชื่อเหยื่ออีก

ด้านพลทหารภาณุวัฒน์ ได้เปิดใจเล่าถึงเหตุการณ์สุดเลวร้ายว่า ตนเองถูกกลุ่มทหารรุ่นพี่และจ่าทหารในค่ายปลุกกลางดึก ให้คลานกับพื้น มือไขว้หลัง และถูกรุ่นพี่ใช้เข็มขัดหวด รวมถึงมีการใช้สเปรย์และไฟแช็กลนร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณช่วงล่าง จนทำให้มีแผลตามร่างกาย แต่ยังถูกบังคับให้ไปทำงานต่อ ทั้งยังมีความเครียดสะสมจนเคยคิดสั้นกินน้ำยาล้างห้องน้ำ เพื่อหนีปัญหาด้วย

พลทหารภาณุวัฒน์ ยังเล่าอีกว่าตนต้องกินยารักษาภาวะเครียด เนื่องจากมีอาการเครียดสะสมจากการถูกกดดันภายในค่ายทหาร อีกทั้งตนมีอาการเครียดอยู่ก่อนแล้วและหมอเคยบอกว่าเข้าข่ายซึมเศร้า นอกจากนี้ยังมีภาวะเครียดจากเรื่องของลูกชายวัยสามขวบที่มีอาการผิดปกติทางหัวใจ และเตรียมเข้าผ่าตัด ซึ่งพลทหารภาณุวัฒน์เล่าให้ทีมเขาฟังว่าตอนนี้ตนเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวเนื่องจากเลิกกับแฟนก่อนเกณฑ์ทหาร แต่เมื่อตนติดทหารแม่ของตนต้องมาเลี้ยงลูกให้เพียงลำพัง ทำให้เกิดความกังวลในการดูแลลูกชายด้วย

หลังจากนี้นายกัณฐัศว์ จะประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของพลทหารภาณุวัฒน์ พร้อมทั้งส่งเรื่องนี้ให้กองทัพตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส และนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมายโดยไม่มีการช่วยเหลือพวกพ้อง เพื่อกู้คืนภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อระบบการเกณฑ์ทหารต่อไป