"รองผู้การ ภ.1" เผย "ผอ.สำนักสืบ ป.ป.ช" รับแต่แรกว่าเป็นคนขับชนไรเดอร์ ยันพยานหลักฐานครบ ด้าน "พฐ." พบ "ขวดเหล้า" ในรถคันเกิดเหตุ
วันที่ 29 พ.ค. 2569 มีรายงานว่า พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 หลังประชุมติดตามคดีความคืบหน้าคดีที่ นายจรงค์ (สงวนนามสกุล) ผู้อำนวยสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขับรถกระบะชนไรเดอร์เสียชีวิตบนทางต่างระดับบางรักน้อย อ.เมือง จ.นนทบุรี
พล.ต.ต.อรรถพล เปิดเผยว่า วันนี้พนักงานสอบสวนได้เชิญพยานที่เกี่ยวข้องในที่เกิดเหตุมาสอบปากคำแล้วประมาณ 5 ปาก เป็นพยานตั้งแต่งช่วงก่อนเกิดเหตุ พยานขณะเกิดเหตุ รวมถึงมีการเก็บข้อมูลกล้องวงจรปิดและพยานทางนิติวิทยาศาสตร์ทุกอย่างเข้ามารวบรวมไว้ในสำนวนแล้ว เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหานายจรงค์เพียงคนเดียว ในข้อหา “ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนผู้อื่นจนทำให้มีผู้เสียชีวิต, ข้อหาขับรถในขณะเมาสุรา, พฤติการณ์ไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือ” ซึ่งอยู่ในสำนวนแล้ว
จากการสอบปากคำผู้ถูกกล่าวหา ยืนยันตั้งแต่แรกและไม่เคยปฏิเสธว่าตนเองไม่ใช่คนขับรถ แต่ในชั้นนี้ผู้ถูกกล่าวหาขอตรวจดูข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของตำรวจก่อนว่า ที่กล่าวหาว่าตนเองประมาทข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร โดยในชั้นนี้มีการรับสารภาพบางส่วน ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ให้เป็นไปตามสิทธิ์ของผู้ต้องหา
สำหรับเรื่อง “กล้องวงจรปิดบนสะพานที่เกิดเหตุ” ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนไปหาเพิ่มเติมแล้ว ซึ่งพยานหลักฐานที่มีตอนนี้เพียงพอต่อการพิสูจน์ข้อเท็จจริง นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจร่องรอยพยานหลักฐานในรถซ้ำอีกครั้งในวันนี้ เพื่อตรวจหา DNA และลายนิ้วมือแฝง เพื่อยืนยันว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นคนขับเพียงคนเดียว ไม่มีคนอื่น
ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวที่ว่ามี “ชายเสื้อดำ” ที่มาสมอ้างตัวว่าเป็นคนขับรถในวันเกิดเหตุ ซึ่งตรวจพบปริมาณแอลกอฮอล์ 115 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ นั้น พล.ต.ต.อรรถพล ระบุว่า เรื่องดังกล่าวเป็นข้อมูลเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนเพราะผู้ถูกกล่าวหาได้ยอมรับตั้งแต่แรกแล้วว่าเป็นผู้ขับขี่เอง ซึ่งชายเสื้อดำคนดังกล่าวไม่ได้มาในรถคันเดียวกันแต่นั่งแท็กซี่ตามมาทีหลัง
ผู้สื่อข่าวจึงถามย้ำว่าในวันเกิดเหตุมีผู้อ้างตัวว่าเป็นผู้ขับขี่ 2 คนจะมีการแจ้งข้อหาแจ้งความเท็จกับชายเสื้อดำหรือไม่นั้น พล.ต.ต.อรรถพล ระบุว่า จะต้องมีการวบรวมพยานหลักฐานก่อนว่ามีการกระทำที่เข้าข่ายการกระทำความผิดหรือไม่
ส่วนที่สังคมตั้งคำถามว่าเหตุใดในวันเกิดเหตุ เมื่อผลเป่าแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดแล้ว ตำรวจจึง “ปล่อยตัว” กลับโดยไม่คุมขัง พล.ต.ต. อรรถพล ชี้แจงว่า ขณะนั้นพนักงานสอบสวนเห็นว่าข้อเท็จจริงบางประการยังไม่แน่ชัด จึงไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมก่อน เมื่อพยานหลักฐานแน่ชัดแล้วจึงนัดหมายและเรียกตัวผู้ถูกกล่าวหาให้มาเข้าพบเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้ ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาก็เดินทางมาตามนัด
ขณะเดียวกัน ผู้ถูกกล่าวหาได้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ซึ่งพนักงานสอบสวนได้รวบรวมหลักฐานอย่างละเอียดครบถ้วนเพื่อพิสูจน์ทั้งความผิดและความบริสุทธิ์ เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่คู่กรณีทั้งสองฝ่าย
ส่วนการชดเชยเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้ถูกกล่าวหาได้แจ้งความประสงค์กับพนักงานสอบสวนว่ายินดีที่จะพูดคุยเจรจากับทางญาติผู้เสียชีวิต ซึ่งในขณะนี้ฝั่งผู้เสียหายเองก็มีความประสงค์จะเจรจา และได้รับทราบว่ามีการพูดคุยกันไปบ้างบางส่วนแล้ว และปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการติดต่อกับทางบริษัทประกันภัยเพื่อดูวงเงินในการช่วยเหลือเยียวยา
ส่วนข้อกังวลของประชาชนที่ว่า ผู้ถูกกล่าวหาเป็นถึงข้าราชการระดับสูงของ ป.ป.ช. จะทำให้คดีนี้ไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือมีผลต่อการส่งสำนวนให้อัยการหรือไม่ พล.ต.ต. อรรถพล ยืนยันหนักแน่นว่าไม่มีผลและไม่มีความกดดันใด ๆ ตำรวจจะทำคดีนี้อย่างตรงไปตรงมาทุกพฤติการณ์ รวมถึงประเด็นที่ว่าทำไมรถของผู้ถูกกล่าวหาไปจอดห่างจากที่เกิดเหตุถึง 1 กิโลเมตร ซึ่งพนักงานสอบสวนได้เก็บหลักฐานและสอบปากคำพยานที่ติดตามไปทั้งหมดแล้ว โดยขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในการทำงานของตำรวจ
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากการที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เบื้องต้นพลว่าในรถผู้ถูกกล่าวหามีขวดสุรา 1 แบน

















