ตำรวจลุยขยายผล! หนุ่มจีนเทา ซุกคลังแสงอาวุธสงคราม-C4 คาบ้าน หลัง EOD เข้าปลดชนวนระทึกกลางเมืองชลบุรี พบพฤติกรรมต้องสงสัยค้นข้อมูลอานุภาพระเบิดผ่าน AI คล้ายเตรียมก่อเหตุรุนแรง แถมมีหลักฐานฝึกใช้อาวุธกับหน่วยรบพิเศษกัมพูชา ขณะที่ตรวจเส้นทางพบเข้า-ออกไทยเขมรหลายสิบครั้ง ใช้วีซ่า Thailand Elite พร้อมถือทั้ง "บัตรชมพู" และพาสปอร์ตโดมินิกา ตำรวจเร่งสาวลึกทุกมิติ หวั่นโยงเครือข่ายภัยความมั่นคงข้ามชาติ

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีนายหมิงเฉิน ซัน อายุ 31 ปี ชาวจีนซุกคลังแสงอาวุธสงคราม-ซีโฟร์คาบ้าน หลังจากหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) สามารถปลดชนวนระเบิดซีโฟร์ (C-4) ได้สำเร็จจนปลอดภัย พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผบช.ภ.2 สั่งการให้ พล.ต.ต.พงษ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.วสุรัชย์ ชัยธีราพัฒน์ รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี และ พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รอง ผบก.ตม.3 ลงพื้นที่เกาะติดคดีและเร่งสืบสวนสอบสวนขยายผลอย่างเร่งด่วน






ทั้งนี้ ตำรวจสามารถยึดของกลางไว้ได้ทั้งหมดดังนี้


- ลูกระเบิดขว้างสังหารบุคคล POMZ2 รัสเซีย จำนวน 4 ลูก
- ลูกระเบิดขว้างสังหาร k75 จำนวน 1 ลูก
- ระเบิดสังหารชนิดกับดัก แบบฝักข้าวโพด จำนวน 4 ลูก
- ลูกระเบิดสังหารบุคคล จำนวน 1 ลูก
- เชื้อปะทุ ของลูกระเบิดสังหาร จำนวน 3 อัน
- ดินระเบิด C4 จำนวน 1 กล่อง น้ำหนัก 2,486.4 กรัม
- ดินระเบิด C4 น้ำหนัก 1,173 กรัม จำนวน 2 แท่ง (รวม 4,832.4 กรัม)
- รีโมตจุดชนวน อาวุธปืนไรเฟิลจู่โจม M4 จำนวน 2 กระบอก
- อาวุธปืนพกสั้น 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนหลากหลายขนาดเป็นจำนวนมาก
- แกลอนบรรจุน้ำมันเบนซินอีกหลายลิตร








จากการตรวจสอบ เครื่องกระสุนปืนไรเฟิลจู่โจม พบว่าส่วนใหญ่เป็นกระสุนของทางการทหารไทย เนื่องจากตัวกระสุนมีลักษณะหัวสีเขียว ส่วนวัตถุระเบิดอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเป็นของประเทศใด ขณะที่บางส่วน โดยเฉพาะระเบิดซีโฟร์ พบว่าผู้ต้องหาเป็นประดิษฐ์ขึ้นมาเอง ซึ่งต่อห้อยกับเสื้อเกราะกันกระสุน โดยจุดชนวนผ่านรีโมต สำหรับอาวุธปืนพกสั้นตรวจสอบเป็นของตำรวจนายหนึ่ง ในพื้นที่นครบาล ซึ่งอยู่ในระหว่างการสอบสวนขยายผล ว่าตำรวจเจ้าของปืนพกสั้นมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่อย่างไร


สำหรับการตรวจเช็กมือถือ ผู้ต้องหา พบว่าเป็นที่น่าตกใจเป็นอย่างมาก เพราะในแอปฯ Chat GPT มีการสอบถาม AI ถึงอานุภาพแรงของซีโฟร์ ว่าถ้าหากระเบิดซีโฟร์ทำงานจะสามารถทำลายล้างอะไรได้บ้าง ซึ่งเหมือนมีแผนลักษณะเตรียมวางคาร์บอม หรือก่อวินาศกรรมอะไรบางอย่าง เนื่องจากพบว่าตัวผู้ต้องหาเอง มีการไปซ้อมยิงปืน ปาระเบิดกับทหารหน่วยรบพิเศษของประเทศกัมพูชา ตามหลักฐานที่พบในโทรศัพท์มือถือ ซึ่งตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบอย่างละเอียด หาความเชื่อมโยงทุกมิติ




นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทยของผู้ต้องหา พบว่าในช่วงปี 2565-2569 ผู้ต้องหามีการเดินทางเข้าออกระหว่างประเทศไทยและประเทศกัมพูชาหลายสิบครั้ง โดยใช้วีซ่า “Thailand Elite” ในการพำนักภายในราชอาณาจักร อีกทั้งยังตรวจพบว่า ผู้ต้องหาครอบครองทั้งบัตรประจำตัวบุคคลไม่มีสัญชาติไทย หรือ “บัตรชมพู” รวมถึงหนังสือเดินทางประเทศโดมินิกาอีกด้วย ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับสถานะบุคคล เส้นทางการเงิน และความเชื่อมโยงระหว่างประเทศเพิ่มเติมอย่างละเอียด เพื่อประกอบการขยายผลด้านความมั่นคงต่อไป




ทางด้าน พล.ต.ต.พงษ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เปิดเผย หลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยระบุว่า ตำรวจได้มีการขยายผลจากกรณีที่รถของผู้ต้องหานั้นเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ และได้มีการตรวจสอบภายในรถยนต์คันที่เกิดเหตุ พบอาวุธปืนและเมกาซีน ตำรวจจึงได้มีการขยายผลมายังบ้านของผู้ต้องหา ก็พบอาวุธสงครามและวัตถุระเบิด รวมถึงน้ำมัน ขณะที่ในทางสืบสวนทาง "บิ๊กต่าย" ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มีการกำชับให้ดูในเรื่องของความมั่นคงและความปลอดภัย




ส่วนคดีที่จะคล้ายกันกับคดีที่ราชประสงค์หรือไม่ เบื้องต้นยังไม่พบความเชื่อมโยง และจากการตรวจสอบเกี่ยวกับพฤติกรรมส่วนตัวหรือโรคประจำตัว ผู้ต้องหาได้แสดงหลักฐานว่ามีโรคประจำตัวภาวะซึมเศร้า แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ ซึ่งจะต้องให้ทางนักจิตเวชดำเนินการตรวจสอบอีกครั้งอย่างละเอียด ส่วนอาวุธปืนที่พบ ผู้ต้องหาได้มีการซื้ออาวุธปืนในพื้นที่ภาคตะวันออกโดยเฉพาะจังหวัดระยอง แต่ในทางสืบสวนตำรวจจะต้องมีการนำอาวุธปืนที่ของกลางไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง






นอกจากนี้ทีมข่าวยังได้มีการพูดคุยกับทางเจ้าหน้าที่ EOD เกี่ยวกับห้องที่พบของกลางอาวุธปืนและวัตถุระเบิด โดยภายในห้องที่เป็นบริเวณกระจกโดยรอบ ผู้ต้องหาได้มีการใช้แผ่นชนวนกันความร้อน ปิดกั้นไม่ให้มีแสงจากภายนอกส่องเข้ามามายังบริเวณพื้นที่ภายในห้อง และเพื่อไม่ให้เกิดอุณภูมิความร้อนขึ้นภายในห้อง


ขณะนี้ นายอนุทิน ชาญวีระกุล นายกรัฐมนตรี ได้รับทราบเรื่องดังกล่าว โดยสั่งการเร่งให้ตำรวจเร่งขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ทั้งหมด เนื่องจากเป็นคดีความมั่นคงของประเทศ