หนุ่มซิ่ง จยย. หนีตำรวจ ถูกไล่ตามจวนตัวโดดลงคลอง ซ่อนกอผักตบกว่า 4 ชั่วโมง ต้องใช้โดรนตรวจจับความร้อนช่วยหาตัวจนจับได้ เจ้าตัวเผยเพิ่งว่ายน้ำได้เป็นครั้งแรก หนีตำรวจเพราะเสพยามาก่อน
วันที่ 23 มิ.ย. 2569 เกิดเหตุชายต้องสงสัยอายุประมาณ 40 ปี ขี่รถจักรยานยนต์มาคนเดียว บริเวณถนนคลองลากค้อน ม.7 ต. ราชนิยม อ. ไทรน้อย แล้วถูกตำรวจสายตรวจเรียกตรวจ เหตุเกิดเมื่อช่วง 22.00 น. วานนี้ (22 มิ.ย.) แต่ชายคนดังกล่าวได้ขี่รถหนี ไปบริเวณริมคลองลากค้อน แล้วกระโดดหนีลงไปในคลอง ไม่ยอมให้จับกุม โดยทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยป่อเต็กตึ๊งและเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยกันออกติดตาม ใช้รถดับเพลิงฉีดน้ำและนำประทัดจุดโยนลงไปในผักตบชวา เพื่อที่จะหาตำแหน่งของผู้ต้องสงสัยรายนี้ แต่ก็ยังไม่เป็นผล หลังจากผ่าน 2 ชั่วโมงยังไม่พบตัว

สอบถาม ร.ต.ท.สิงห์ไกร แก้วเสริม รอง สวป.สภ.ไทรน้อย กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุ ตนได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจออกตรวจเส้นทางที่ถนนเลียบคลองลากค้อน พบผู้ต้องสงสัยขี่รถจักรยานยนต์ กำลังจะเรียกเพื่อที่จะตรวจสอบ ปรากฏว่า ผู้ต้องสงสัยกลับรถ แล้วขี่รถหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจ มาจอดไว้ที่บริเวณคันคลองก่อนที่จะโดดลงน้ำและว่ายไปมาไม่ยอมขึ้นมา อีกทั้งมุดเข้าไปในผักตบชวาที่ลอยอยู่เต็มคลอง หลบหนีซุกซ่อนตัวอยู่นานกว่า 2 ชั่วโมง ยังไม่พบ โดยมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยและชาวบ้านช่วยกันสังเกต ขณะเดียวกันจากการตรวจสอบรถจักรยานยนต์ในตะกร้า พบแบตเตอรี่รถจักรยานยนต์หนึ่งก้อน และหัวเสียบชาร์จโทรศัพท์เท่านั้น


ต่อมา เวลา 02.00 น. เจ้าหน้าที่ได้ประสานโดรนตรวจจับความร้อนจากสมาคมตอบโต้ภัยพิบัติ ประเทศไทย เดินทางมาที่เกิดเหตุ เพื่อคนหาโดยใช้เวลา 20 นาที สามารถรู้ตำแหน่งผู้ต้องสงสัยที่หลบซ่อนและจับกุมไว้ได้ในเวลา 02:40 น. ในสภาพเปลือยกาย ไม่สวมใส่เสื้อผ้า เหตุการณ์นี้ใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมง


ทราบชื่อคือ นายธนพล อายุ 35 ปี กล่าวว่า ตนเองบ้านอยู่ อ.ลาดบัวหลวง จ. พระนครศรีอยุธยา ก่อนเกิดเหตุได้เสพยาบ้ามาแล้วจำนวน 2-3 เม็ด กระทั่งขี่รถมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตรวจ ก็เลยเกิดความกลัวจึงขี่รถหนี เมื่อเห็นจวนตัวก็เลยทิ้งรถโดดลงไปในคลอง ขณะที่เจ้าหน้าที่ถามนายธนพลว่า ทำไมว่ายน้ำเก่งจังเป็นนักกีฬาว่ายน้ำหรือเปล่า นายธนพล ตอบว่า ไม่ได้เป็นนักกีฬา เพิ่งว่ายน้ำเป็นครั้งแรก ไม่รู้ว่าทำได้ยังไง ทางเจ้าหน้าที่แจ้งนำตัวมาสอบสวนที่ สภ.ไทรน้อย และแจ้งข้อหามีสารเสพติดในร่างกาย ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี


ด้านนายสุพิศ ทองจันทร์ ชุดปฏิบัติการสำนักงานใหญ่สมาคมตอบโต้ภัยพิบัติ กล่าวว่า กล้องตัวนี้สามารถตรวจจับภาคกลางคืนได้ และซูมระยะไกลได้ และสามารถทำภาพ 3D ภาพ 3 มิติสามารถทำแผนที่ได้ทั้งหมด โดยกล้องตัวนี้สามารถจับความร้อนของสิ่งมีชีวิตและให้โดรนสแกนดูจนทราบว่า ผู้หลบหนีนอนอยู่ในผักตบชวาจริง จึงให้เจ้าหน้าที่ผู้ใหญ่บ้านลงไปตรวจสอบ ทำให้ผู้หลบซ่อนจวนตัวได้หนีออกมา และมาโผล่ด้านนอกของกอผักตบชวาจนสามารถจับกุมตัวได้



















