พ่อ 2 เหยื่อ "ติ๊ก ชิโร่" ไม่สบายใจแต่ยอมรับคำพิพากษาศาลหลังสั่งจำคุก 2 ปี ชี้โทษค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับการสูญเสียชีวิตลูก 2 คน ส่วนเงินเยียวยายินดีไกล่เกลี่ย แม้ "ติ๊ก" จะไม่ติดต่อมานานถึง 2 ปี

วันที่ 24 มิถุนายน 2569 บรรยากาศภายในห้องพิจารณาคดี 301 ศาลอาญามีนบุรี พิพากษาคดีที่นายมนัสวิน หรือ “ติ๊ก ชิโร่” นักร้องชื่อดัง จำเลยในคดีขับรถขณะเมาสุราชนผู้อื่นเสียชีวิต 2 ศพ บนสะพานข้ามแยกถนนเทพรักษ์ เมื่อคืนวันที่ 10 ตุลาคม 2567 โดยศาลมีคำพิพากษา จำคุกจำเลย 4 ปีในคดีขับรถขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต แต่จำเลยให้การรับสารภาพ คงเหลือจำคุก 2 ปี นั้น


โดยทั้งสองฝ่ายไม่ได้มีการทักทายกัน นั่งอยู่คนละฝั่งของบัลลังก์ หลังศาลอ่านคำพิพากษาแล้ว พนักงานราชทัณฑ์ได้มีการเชิญตัว “ติ๊ก ชิโร่” ไปยังใต้ถุนบัลลังก์เพื่อทำเรื่องขอประกันตัว




หลังจากฟังคำพิพากษา นายจีรวัฒน์ บิดาของผู้เสียชีวิต เปิดเผยภายหลังฟังคำพิพากษาว่า แม้จะน้อมรับคำตัดสินของศาล แต่ยังรู้สึกไม่สบายใจ เนื่องจากมองว่าบทลงโทษจำคุก 2 ปี เป็นโทษที่ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับการสูญเสียชีวิตของคนถึง 2 คน อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะหารือกับทนายความเพื่อพิจารณาแนวทางทางกฎหมาย และศึกษารายละเอียดว่ามีประเด็นใดที่สามารถยื่นอุทธรณ์ได้บ้าง


ส่วนกรณีเรื่องเงินเยียวยา ยืนยันว่าที่ผ่านมาระยะเวลาเกือบ 2 ปี ติ๊ก ชิโร่ ไม่เคยติดต่อมา แต่ยอมรับว่ามีการเยียวยาค่าปลงศพและค่ารักษาพยาบาลจริง แต่เป็นจำนวนเงิน 250,000 บาท ซึ่งรวมกับเงิน พ.ร.บ.รถ และเงินที่ได้จากการเล่นคอนเสิร์ต

สำหรับเงินจำนวน 500,000 บาท ที่นำมาวางต่อศาลในวันนี้ หากรวมกับเงินที่เคยจ่ายก่อนหน้านี้ จะทำให้ยอดเงินช่วยเหลือทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 3 ล้านบาท ไม่ใช่ 3.5 ล้านบาทตามที่มีการกล่าวอ้าง




ขณะที่ประเด็นการฟ้องร้องทางแพ่ง นายจีรวัฒน์ ระบุว่า ตัวเลขค่าเสียหาย 24 ล้านบาทที่ปรากฏตามข่าวนั้นไม่ใช่ยอดเรียกร้องที่แท้จริง แต่เป็นเพียงการคำนวณมูลค่าความเสียหายตามหลักกฎหมาย โดยขณะนี้ทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถตกลงกันได้ แม้คดีจะอยู่ในชั้นพิจารณาของศาลแพ่งแล้วก็ตาม แต่ส่วนตัวก็ยินดีจะเจรจา โดยจะต้องหารือกับทนายความถึงตัวเลขที่เหมาะสมอีกครั้ง


นอกจากนี้ ยังติดใจเรื่องของปริมาณเปอร์เซ็นต์แอลกอฮอล์ไม่ได้ตรวจทันทีในตอนที่เกิดเหตุ แต่เป็นการตรวจย้อนหลังไป 7 ชั่วโมง ทำให้ปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่ 106 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งตนไม่รู้ว่า จะมีผลตามข้อกฎหมายหรือไม่เพราะตัวเลขห่างกันเยอะ หากมีการตรวจแอลกอฮอล์ณที่เกิดเหตุทันที อาจจะสูงกว่า 200 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์