ไม่รอด! หัวขโมยใช้ผ้าขนหนูกำบังกาย เห็นหน้าโผล่แค่เสี้ยว ก็รู้ว่าเป็นฝีมือลูกจ้างบุกลักทรัพย์บ้านนายจ้าง รวมมูลค่าหลายล้าน ตรวจเจอฉี่ม่วง

วันที่ 24 มี.ค. 2569 เมื่อเวลา 08.00 น. พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยการจับกุมผู้ต้องหาก่อเหตุลักทรัพย์นายจ้าง ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งถนนเลี่ยงเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ได้ทรัพย์สินไปหลายรายการมูลค่าหลายล้านบาท ซึ่งทางตำรวจชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.ขจรศักดิ์ ดาระภา รอง ผกก.สส.สภ.เมืองขอนแก่น นำกำลังเข้าจับกุม นายหทัยกาล อายุ 34 ปี ชาวอำเภอเมืองขอนแก่น เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (23 มี.ค.) พร้อมด้วยของกลาง ประกอบด้วย แหวนเพชร 4 วง จี้เพชรรูปหัวใจ 1 ชิ้น และเหรียญหลวงพ่อโสธรซึ่งถูกแกะเลี่ยมทองออก 1 องค์

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 14.00 น. ชุดสืบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายว่า เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 ว่าเวลาประมาณ 09.00 น. ได้มีคนร้ายไม่ทราบว่าเป็นผู้ใดลักเอาทรัพย์สินไปจากบ้านพัก ได้แก่ เงินสดจำนวน 300,000 บาท แหวนเพชร 5 วง แหวนทองคำหนักสองสลึง 1 วง กำไลข้อมือทองคำ 2 เส้น จี้เพชรรูปหัวใจ 1 อัน และพระหลวงพ่อโสธรเลี่ยมทอง 1 องค์ รวมทรัพย์สินทั้งหมด 6 รายการ ก่อนหลบหนีไป

ภายหลังรับแจ้งเหตุ ชุดสืบสวนได้ร่วมกับพนักงานสอบสวนเข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่า ผู้ก่อเหตุพยายามเอาผ้ามาคลุมปิดบังเอาไว้ โดยมีดวงตาโผล่ออกมาบางส่วน ซึ่งทางตำรวจได้รวบรวมไว้เป็นหลักฐาน พร้อมสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง จนพบข้อมูลและบุคคลต้องสงสัยที่สำคัญ จึงเร่งรวบรวมพยานหลักฐานในทุกมิติ เพื่อติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็ว

จากการสืบสวนพบว่า นายหทัยกาล ซึ่งเป็นลูกจ้างของผู้เสียหาย มีพฤติการณ์พิรุธต้องสงสัย อีกทั้งยอมรับว่าเคยเสพยาบ้ามาก่อน เมื่อตรวจหาสารเสพติดพบผลเป็นบวก เจ้าหน้าที่จึงสอบปากคำอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายชั่วโมง กระทั่งผู้ต้องหายอมเปิดปากรับสารภาพว่า มีปัญหาทางการเงินจึงก่อเหตุลักทรัพย์ดังกล่าว พร้อมได้สมัครใจนำเจ้าหน้าที่ไปตรวจค้นรถกระบะของผู้เสียหายซึ่งใช้ในการทำงาน โดยพบของกลางซุกซ่อนอยู่ภายในถุงผ้าสีเขียวภายในรถ ประกอบด้วยแหวนเพชร 4 วง จี้เพชรรูปหัวใจ 1 อัน และเหรียญหลวงพ่อโสธร 1 องค์ ซึ่งผู้ต้องหาแกะเลี่ยมทองออกไปขาย ส่วนเงินสดทรัพย์สินอื่นๆ ผู้ต้องหาสารภาพว่าใช้และนำทองไปจำนำหมด ซึ่งทางตำรวจจะได้ขยายผลติดตามนำทรัพย์ที่เหลือมาคืนผู้เสียหายต่อไป

นอกจากนี้ ผู้ต้องหายังสมัครใจนำเจ้าหน้าที่ไปชี้จุดเกิดเหตุภายในบ้าน เพื่อถ่ายภาพประกอบคำรับสารภาพ ยืนยันพฤติการณ์แห่งคดี ก่อนถูกแจ้งข้อหา “ลักทรัพย์ในเคหสถาน หรือรับของโจร และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนกฎหมาย” และควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป