นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 90 วันแรกของการปฏิบัติหน้าที่ ได้เร่งขับเคลื่อนการ พลิกระบบบริหารการส่งออกทุเรียนไทย สู่การบริหารจัดการคุณภาพทุเรียน ทั้งห่วงโซ่อุปทานอย่างเป็นระบบ ลดขั้นตอนกระบวนการตรวจสอบ และเพิ่มระยะเวลาอำนวยความสะดวกทางการค้าจากภาครัฐ

ผลจากการปรับระบบบริหารดังกล่าวเริ่มเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ประเทศไทยส่งออกทุเรียนสดไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนแล้ว 53,665 ตู้ ปริมาณ 872,237.24 ตัน คิดเป็นมูลค่า 100,079.92 ล้านบาท นับเป็นครั้งแรกที่มูลค่าการส่งออกทุเรียนในช่วงครึ่งปีแรกทะลุ 100,000 ล้านบาท

สะท้อนว่าการยกระดับคุณภาพมาตรฐาน การบริหารความเสี่ยง และการอำนวยความสะดวกทางการค้าของภาครัฐ สามารถฟื้นความเชื่อมั่นของตลาดจีนและรักษาความต่อเนื่องของการส่งออกทุเรียนไทย ทุเรียนคุณภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพและมุ่งเป้าทุเรียนไทย ปีนี้ ทะลุ 150,000 ล้านบาท

โดย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ปรับแนวทางการบริหารจากการแก้ไขปัญหาเป็นรายกรณี มาเป็นการสร้าง ระบบกำกับคุณภาพแลมาตรฐานการผลิตและการส่งออกทั้งระบบ และได้มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตรเป็นหน่วยงานหลักในการออกแบบและขับเคลื่อนมาตรการเชิงรุก บูรณาการทำงานร่วมกับสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) และ กรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมทั้งกรมศุลกากร จังหวัด ห้องปฏิบัติการ ผู้ประกอบการ เกษตรกร และหน่วยงานกำกับดูและของสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อยกระดับคุณภาพและมาตรฐานสินค้าเกษตรไทย ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นโดยลดขั้นตอนกระบวนการตรวจสอบของราชการ และเพิ่มระยะเวลาอำนวยความสะดวกทางการค้า

ภายใต้การดำเนินงานดังกล่าว ได้มีการยกระดับมาตรการสำคัญ ได้แก่ การกำหนดมาตรการ “4 ไม่” คือ ไม่อ่อน ไม่หนอน ไม่สวมสิทธิ์ และไม่มีสาร Basic Yellow 2 (BY2) การใช้ มาตรการกรอง 4 ชั้น PLUS เพื่อป้องกันศัตรูพืช การบริหารความเสี่ยงตามหลักวิทยาศาสตร์ การตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่อุปทาน และการเชื่อมโยงระบบใบรับรองสุขอนามัยพืชอิเล็กทรอนิกส์ (e-Phyto) ซึ่งช่วยให้การกำกับดูแลมีความแม่นยำ โปร่งใส และสามารถตอบสนองต่อข้อกำหนดของประเทศคู่ค้าได้อย่างรวดเร็ว

เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) ของประเทศคู่ค้า โดยเฉพาะประเด็นการตรวจพบสาร Basic Yellow 2 (BY2) การปนเปื้อนแคดเมียม ปัญหาทุเรียนอ่อน หนอนเจาะเมล็ด การสวมสิทธิ์แหล่งผลิต และข้อจำกัดด้านการตรวจปล่อยสินค้า ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาดจีนและความสามารถในการแข่งขันของไทย

นายสุริยะ กล่าวว่า “ความสำเร็จของการส่งออกทุเรียนในปีนี้ ไม่ได้วัดจากตัวเลขมูลค่าการส่งออกเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากการวางรากฐานระบบบริหารการส่งออกสินค้าเกษตรไทย ให้มีคุณภาพ มาตรฐาน โปร่งใส ตรวจสอบย้อนกลับได้ และได้รับการยอมรับในระดับสากล เมื่อระบบมีความเข้มแข็ง เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคง ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันได้ และประเทศไทยสามารถรักษาความเป็นผู้นำด้านการส่งออกผลไม้คุณภาพของโลกได้อย่างยั่งยืน ทั้งยังเป็นต้นแบบสำคัญในการยกระดับการบริหารจัดการสินค้าเกษตรส่งออกชนิดอื่นในอนาคต”



ด้านนายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า การยกระดับคุณภาพ มาตรฐานการส่งออกทุเรียนไทยในปีนี้ เป็นการปรับบทบาทของกรมวิชาการเกษตรสู่การเป็น Smart Regulator ที่ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการบริหารความเสี่ยง เป็นเครื่องมือกำกับมาตรฐานการส่งออกทั้งระบบ เชื่อมโยงข้อมูลตั้งแต่แหล่งผลิต โรงคัดบรรจุ ห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ การออกใบรับรองสุขอนามัยพืชอิเล็กทรอนิกส์ (e-Phyto) เพื่อให้การกำกับดูแลมีประสิทธิภาพ ลดภาระของผู้ประกอบการ เกษตรกร และสร้างความเชื่อมั่นให้ประเทศคู่ค้าอย่างยั่งยืนตามนโยบายของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์