จากกรณีเหตุทะเลาะวิวาทบริเวณถนนทางเข้าวัดบ้านวังใหม่ หมู่ที่ 9 ต.หนองแสงใหญ่ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย โดยจากตรวจสอบที่เกิดเหตุพบร่างของผู้เสียชีวิต 2 ราย คือนายนพดล อายุ 47 ปี มือปืน นอนหงายศีรษะหันหัวเข้าไปบนผิวถนน ใกล้กันพบร่างนายประจักษ์ เจ้าหน้าที่ ชรบ. รักษาความปลอดภัย บนถนนภายในวัด พบร่างของนายพงศกร ถูกยิงเสียชีวิต และมีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกยิง 1 ราย คือนายทวี ไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดล้อมจุดเกิดเหตุพบ ปลอกกระสุน 13 ปลอก เสร็จเศษโลหะ 2 ชิ้น ปลอกกระสุนปืนลูกซอง 2 ปลอก อาวุธปืนพกกึ่งอัตโนมัติจำนวน 1 กระบอก จึงได้ทำการเก็บไว้เป็นหลักฐาน


ทั้งนี้ ชนวนเหตุเริ่มจาก นายนพดล แค้นใจหลังเข้าไประงับเหตุวัยรุ่นตีกันหน้าลานเวทีหมอลำ แต่กลับถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้าย จึงกลับไปเอาปืนที่บ้านแล้วกลับมาไล่ยิงจนเป็นเหตุให้มีชาวบ้านเสียชีวิต 3 ราย ก่อนที่นายนพดลจะถูกยิงเข้าที่ศีรษะจนเสียชีวิต ซึ่งทางตำรวจแถลงว่าเป็นเหตุยิงตัวตาย แต่ทางครอบครัวของนายนพดล ไม่เชื่อเนื่องจากมีคลิปจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นนาทีนายนพดลถูกกระสุนปริศนายิงเข้าที่หัว จึงคาดว่าอาจเป็นทางฝั่งเจ้าหน้าที่วิสามัญหรือไม่ทั้งที่ตอนนั้นนายนพดลยอมจำนนทิ้งปืนไปแล้ว นั้น

อ่านต่อ : หนุ่มยิงถล่มงานบุญตาย 3 ก่อนปลิดชีพตาม ญาติเจอความจริง ถูกมือมืดเป่ากบาลดับ




ขณะเดียวกัน วงจรปิดที่สงสัยกันว่า นายนพดล ทิ้งปืนก่อนถูกยิงตาย ตามที่ทางญาติ ๆ ติดใจ ล่าสุดวันนี้ (2 มี.ค. 2567) ทางผู้การฯ หลังเห็นข่าวทุกช่องนำเสนอข่าวไปในทิศทางเดียวกัน จึงมีการสั่งการให้ พ.ต.ท.พรชัย ชนะพจน์ สารวัตรป้องกันและปราบปราม สภ.โขงเจียม นำกำลังชุดสืบสวนเข้าไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุ ว่าสรุปแล้วสิ่งของที่นายนพดล ปาทิ้งตามภาพเป็นอะไรกันแน่ และทันทีที่ทางตำรวจไปเดินหา ปรากฏว่าไปเจอแมกกาซีน ซึ่งไม่มีลูกกระสุนตกอยู่ในกระถางต้นไม้


โดยทันทีที่พบทางตำรวจจึงให้นักข่าวที่อยู่ตรงนั้นเข้ามาเป็นพยานว่า ตำรวจไม่ได้มีการนำแมกกาซีนมาวาง ซึ่งจะมีคลิปที่ก่อนจะหยิบหลักฐานขึ้นมาทาง พ.ต.ท.พรชัย ได้มีการโทรศัพท์ไปแจ้งกับทางท่านผู้การฯ ทันที ว่าเจอแมกกาซีนแล้ว จากนั้นเมื่อวางสาย พ.ต.ท.พรชัย ก็บอกให้ลูกน้องถ่ายคลิปเอาไว้ด้วย เดี๋ยวตอนหยิบขึ้นมาจะให้นักข่าวเป็นพยานให้




กระทั่งตำรวจได้ไปหยิบแมกกาซีนขึ้นมา แล้วก็นำขึ้นมาโชว์ให้นักข่าวดูว่าในแมกกาซีนไม่มีกระสุนปืนอยู่แล้ว จากนั้นเมื่อเก็บหลักฐานเสร็จแล้ว ตำรวจยังมีการไปรื้อดูตามใต้กระถางต้นไม้ว่ามีปลอกกระสุนปืนตกอยู่อีกหรือไม่ ซึ่งเหตุการณ์ที่ไปเจอแมกกาซีน ทางตำรวจได้ขอชื่อนามสกุล และเบอร์โทร. ของนักข่าวที่อยู่ในเหตุการณ์เอาไว้ โดยแจ้งว่าหากทางญาติไม่เชื่อ จะเรียกนักข่าวไปสอบปากคำ เพราะนักข่าวอยู่ในที่เกิดเหตุก่อนที่ตำรวจจะมาถึง


ล่าสุดวันนี้ทีมข่าวได้พูดคุยกับ พันตำรวจโทศรายุทธ อรุณฉาย ตำแหน่งรองผู้กำกับการ ฝ่ายอำนวยการ 5 กองบังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ในประเด็นอาวุธปืนที่ใช้ในก่อเหตุสำหรับปืนรุ่น CZ75 เป็นปืนตลาดมีขายในประเทศไทยมาเป็น 10 ปี เพราะราคาไม่ได้แพงมาก เป็นปืนพกขนาด 9 มม. ความยาวของกระสุนก็คือ 9 x 19


หลักใหญ่ ๆ 9 มม. มี 2 รุ่น รุ่นที่ 1 จะบรรจุกระสุนได้ 15 + 1 กับอีกรุ่นที่ 2 จะบรรจุได้ 14 + 1 และรุ่นนี้จะมีชื่อเรียกว่าคอมแพค ระยะยิงอยู่ประมาณ 25 เมตร ก็ไกลพอสมควร ซึ่งปืนรุ่นนี้ไม่ต่างจากรุ่นทั่วไปจะต้องมีการขออนุญาต จะต้องมีเอกสารการให้ใช้ ถ้าไม่มีก็ถือว่าเป็นปืนเถื่อนและราคาในตลาดตอนนี้อยู่ประมาณ 6-8 หมื่นบาท




ส่วนผังรายชื่อผู้บาดเจ็บ ที่ยังไม่ได้มีการเปิดเผย วันนี้ทีมข่าวได้รับข้อมูลซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 5 คน ซึ่ง 4 คน เป็นคนในครอบครัวเดียวกัน และหนึ่งในรายชื่อ 4 คน มีหนึ่งคนที่เป็นต้นเรื่องโดยเป็นคนที่ขึ้นไปเต้นบนเวที โดยรายชื่อผู้บาดเจ็บทั้งหมดคือ


1.นายอนันตศักดิ์ หรือ โก้ อายุ 26 ปี ผู้บาดเจ็บ ถูกนายนพดล ใช้ขวดตีศรีษะ มีบาดแผล 3 แผลเย็บรวม 5 เข็ม (น้องคนเล็ก)


2. นายบัลลังก์ หรือ เขียว อายุ 32 ปี เพื่อนทวี (คนตาย) ซึ่งเป็นต้นเรื่องที่ขึ้นไปเต้นบนเวที ถูกนายนพดลแทงที่ไหล่ซ้าย เย็บ 9 เข็ม (พี่คนโต)


3. นายสุทธิพงศ์ หรือ ม็อบ อายุ 28 ปี โดนยิงที่ใต้ราวนมด้านซ้าย (พี่คนกลาง)


4. นางเพ็ญศรี อายุ 50 ปี ถูกกระสุนปืนเฉียดที่นิ้วชี้นิ้งกลางและนิ้วนาง ข้างซ้าย (แม่ของทั้ง 3 คน)


5. นายพรพจน์ หรือ คำปลิว อายุ 27 ปี เป็นเพื่อนของนายอนันตศักดิ์ (ถูกยิงที่ท้อง)



ด้าน นายบัลลังก์ หรือ เขียว อายุ 32 ปี ผู้บาดเจ็บ ซึ่งถูกระบุว่าเป็นต้นเรื่องเนื่องจากขึ้นไปเต้นบนเวที บอกว่า ก่อนจะเกิดเหตุตนเองเต้นอยู่กับเพื่อน ๆ ที่หน้าเวที กระทั่งประมาณ 4 ทุ่ม ส่วนตัวรู้สึกสนุกบวกกับเมา เพื่อนก็เลยยุให้ขึ้นไปเต้นบนเวที ซึ่งตอนนั้นยอมรับว่าเมามากก็เลยขึ้นไปเต้นบนเวที แต่ก็เต้นได้ไม่นาน ก็มีเพื่อน ๆ ดึงแขนให้ลงมาจากเวที


ยืนยันว่า ในขณะที่ลงมาจากเวที ไม่ได้มีเจ้าหน้าที่หรือมีนายนพดล เข้ามาเคลียร์ เรื่องของการขึ้นไปเต้นบนเวที โดยงานหมอลำก็ดำเนินไปตามปกติ กระทั่งผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า ๆ ในขณะที่ยืนเต้นอยู่หน้าเวที ตนเองรู้สึกว่าเต้นไปกระแทกใครสักคน ซึ่งจำไม่ได้ว่าเป็นใคร จากนั้นก็เห็นนายนพดลต่อยกับวัยรุ่นในหมู่บ้านที่หน้าเวที ซึ่งตนเองจำไม่ได้ว่าเป็นใคร แต่จำได้ว่าเดินไปกระแทกนายนพดลอีกรอบ จนทำให้นายนพดลไม่พอใจ ซึ่งตอนที่มีปากเสียงกัน ยอมรับว่ามีน้อง ๆกับเพื่อน ๆ เข้ามายืนล้อมนายนพดลเอาไว้ และก็มีการเข้าไปกระชากนายนพดลจนล้มไปนอนกับพื้น ซึ่งตอนที่นายนพดลวิ่งออกไป ตนเห็นนายนพดลถือขวดที่แตกเป็นปากฉลามวิ่งเข้ามาพยายามแทงที่ต้นคอของตนเอง แต่เมียของตนเองมาดึงเอาไว้ ขวดปากฉลามก็เลยแทงถูกที่บริเวณหัวไหล่ จากนั้นก็ชุลมุนกัน ซึ่งในขณะที่ชุลมุนกันนั้น ยืนยันว่าไม่มีใครเอาไม้ไปตีหัวนายนพดล แต่ยอมรับว่าเพื่อน ๆ อาจจะกระทืบนายนพดล




ซึ่งในขณะที่ชุลมุนกันอยู่ ตนเองและน้องก็ถูกชาวบ้านนำตัวไปส่งโรงพยาบาล และขอยืนยันว่า ตนเองไม่เห็นเหตุการณ์ที่มีการยิงกัน และมารู้ว่าแม่กับน้องอีกคนถูกยิงก็ตอนที่เจ้าหน้าที่พาน้องกับแม่มาส่งโรงพยาบาล ซึ่งยอมรับว่าตอนนั้นที่ยังไม่รู้ว่านายนพดลยิงตัวตายแล้ว แค้นนายนพดลมากที่ทำกับแม่และน้อง ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและที่ผ่านมา ยืนยันว่าทางครอบครัวไม่เคยมีปัญหากับนายนพดลมาก่อน และส่วนตัวก็ไม่เคยรู้จักกับนายนพดล


ส่วนประเด็นเรื่องของนายทวี และนายพงศกรถูกยิงตาย ยืนยันว่าทั้งสองคนเป็นเพื่อนกับตนเอง และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งสองศพก็ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ที่ตีกันหน้าเวที ยืนยันอีกว่าวัยรุ่นในหมู่บ้านไม่ได้ทะเลาะกันเองตามที่เป็นข่าว ส่วนประเด็นที่สังคมมองว่าตนเองเป็นต้นเรื่อง ขอชี้แจงว่า ตอนที่ตนขึ้นไปบนเวทียอมรับว่าผิด แต่พอลงมาแล้วก็ไม่ได้ขึ้นไปอีก ซึ่งถ้ามีปัญหาจากการที่ตนขึ้นไปเต้นจริง ๆ เหตุการณ์ตีกันต้องเกิดขึ้นในขณะที่ตนลงมาจากบนเวทีทันที แต่นี่ผ่านไปเป็นชั่วโมงถึงจะมีเรื่องกัน ซึ่งถ้าสังคมและชาวบ้านในพื้นที่เข้าใจว่าตนเองเป็นต้นเหตุ ก็ต้องขอโทษทุกคนด้วย ยืนยันไม่มีใครอยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น


ส่วนภาพวงจรปิดที่ทีมข่าวช่อง 8 ได้รับภาพกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม เป็นเหตุการณ์เดียวกันกับเมื่อวานแต่เป็นคนละมุม ซึ่งกล้องในจุดนี้จะอยู่ใกล้กับซุ้มประตูวัด (กล้องเร็วกว่าเวลาจริง 1 ชม.) โดยวงจรปิดคลิปที่ 1 ความยาวคลิป 1 นาที 16 วินาที เวลาจริงคือ 00.27 น. จะได้ยินเสียงปืนที่ทาง ชรบ. ไล่ยิงสู้กับนายนพดล 8 นัดติดต่อกัน จากนั้นเว้นไปไม่ถึงนาที ก็จะได้ยินเสียงปืนนัดที่ 9 ดังขึ้น ซึ่งในขณะที่ไล่ยิงกันอยู่ ก็จะได้ยินเสียงคนตะโกนดังเข้ามาในกล้อง แล้วก็จะได้ยินเสียงรถ จยย. เร่งเครื่องออกไปจากที่เกิดเหตุ ซึ่งพอสิ้นเสียงรถ จยย. ก็จะได้ยินเสียงผู้หญิงพูดว่าอย่ายิง กระทั่งเสียงปืนนัดที่ 10 ก็ดังขึ้น ซึ่งเมื่อสิ้นเสียงปืนนัดที่ 10 ก็จะได้ยินเสียงผู้หญิงกรีดร้องออกมา โดยบอกว่ามึงหนี หนีไป




ส่วนวงจรปิดคลิปที่ 2 ความยาวคลิป 2 นาที 12 วินาที ก็จะจับเสียงปืนระหว่างนายนพดล ปะทะ ทีม ชรบ. และ อส. อีกครั้งติดต่อกันอีก 8 นัด รวมเป็น 17 นัด ซึ่งระหว่างที่มีเสียงปืนดังจะเห็นว่ามีผู้หญิงพยายามวิ่งไปหลบตรงรถที่จอดไว้หน้ากล้อง จากนั้นเมื่อกล้องหันไปตามเสียงคนก็จะเห็นขาคนวิ่งไปวิ่งมาอยู่ตรงหน้ากล้องไกล ๆ และจะได้ยินเสียงนายนพดลพูดว่ายอมแล้ว วินาทีที่ 19 และวินาทีที่ 29 ก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นเป็นนัดที่ 18 ก่อนได้ยินเสียงลูกชายนพดล ร้องออกมาว่าพ่อพอแล้ว หยุดเดี๋ยวนี้พ่อ


ซึ่งเมื่อสิ้นเสียงลูกของนายนพดล ก็จะได้ยินเสียงผู้ชายพูดขึ้นมาว่ามันยิงตัวตาย ตายไปเลย เจ้าหน้าที่ถูกยิง เจ้าหน้าที่ถูกยิง ส่วนคลิปที่ 3 หลังเกิดเหตุความยาวคลิป 50 วินาที เป็นภาพเห็นรถเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้ามาเอาตัวนายประจักร ชรบ. ไป รพ. และก็จะเห็นชาวบ้านเข้ามายืนคุยกันในที่เกิดเหตุ


ล่าสุดวันนี้ทีมข่าวช่อง 8 ยังคงไปติดตามความคืบหน้าทางคดี ในพื้นที่ ต.หนองแสงใหญ่ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี โดยในช่วงเช้าของวันนี้ทาง นางสุนิตสา อายุ 44 ปี เป็นน้องสาวของผู้ก่อเหตุ ได้เดินทางมาที่งานศพของนายทวี ที่วัดบ้านวังใหม่ ซึ่งบรรยากาศในขณะที่ทางคุณสุนิตสา มาถึงเจ้าตัวได้มีการจุดธูปบอกกล่าวดวงวิญญาณของนายทวี โดยบอกว่าให้อโหสิกรรมต่อกัน


จากนั้นคุณสุนิตสา ก็ได้พูดคุยกับนางพรรณี ซึ่งเป็นแม่ของนายทวี โดยแม่ของนายทวีก็บอกกับคุณสุนิตสาต่อหน้าทีมข่าวว่า ทางครอบครัวไม่ได้โกรธแค้นอะไร เพราะเรื่องมันผ่านไปแล้ว ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองครอบครัวยังคงเหมือนเดิม


ขณะเดียวกันทีมข่าวได้ไปคุยกับ นางสาวธีราภรณ์ อายุ 31 ปี ภรรยาของนายทวี ผู้ตาย ซึ่งเห็นเหตุการณ์ในขณะที่นายทวีถูกนายนพดลจ่อยิง เปิดเผยว่า ก่อนที่จะมีการชุลมุนกันที่หน้าเวที ตนเองเดินเล่นอยู่ภายในวัด ส่วนนายทวี สามี ยืนเต้นอยู่ที่หน้าเวทีหมอลำ กระทั่งในขณะที่หมอลำหยุดทำการแสดงแล้ว นายทวี สามีก็เดินมากอดคอตนเอง โดยบอกว่าจะกลับบ้านแต่ปรากฏว่าจังหวะที่กำลังจะเดินไปถึงรถที่จอดอยู่ตรงซุ้มประตูวัด สามีดันหันไปเห็นเด็กยืนร้องไห้อยู่ตรงซุ้มประตูวัด สามีจึงเดินเข้าไปถามเด็กว่าเป็นอะไร พอคุยเสร็จสามีก็เดินกลับมาที่รถ


แต่ปรากฎว่าจังหวะที่จะถึงรถเห็นนายนพดล คนก่อเหตุวิ่งถือปืนออกมาจากป่ามะม่วงหิมพานต์ ซึ่งพอนายนพดล ออกมาถึงก็จ่อยิงใส่นายทวี 5 - 6 นัด กระทั่งในจังหวะที่สามีล้มลงไปกับพื้น ก็เห็นนายนพดลหันไปยิงพงศกร พอยิงเสร็จก็วิ่งไปยิงคนอื่นต่อ ซึ่งมีบางจังหวะเห็นนายนพดลพยายามจะวิ่งกลับมายิงนายทวีซ้ำ แต่ตนเองร้องออกไปว่าอย่า นายนพดลก็เลยไม่ยิงนายทวีซ้ำ


จากนั้นเมื่อทุกคนได้สติก็เลยนำร่างของนายทวีไปขึ้นรถเพื่อนำตังส่งโรงพยาบาล ซึ่งในระหว่างอยู่บนรถนายทวีไม่ได้ถามว่า นพดลยิงเขาทำไม แต่พูดออกมาว่า รักเมีย รักพ่อรักแม่ ฝากดูแลน้องกับลูกด้วย กระทั่งสามีไปสิ้นใจที่โรงพยาบาล




เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยอมรับว่าเสียใจมาก และเรื่องที่เกิดขึ้นที่มีสื่อบางช่องไปลงข่าวว่า นายทวีไปตีกับนายพงศกร จนทำให้เป็นเหตุบานปลาย เรื่องดังกล่าวขอแก้ข่าวเพื่อขอความเป็นธรรมให้กับสามีว่า จริง ๆ แล้วนายทวีกับนายพงศกรเป็นเพื่อนกัน และในเหตุการณ์ที่วัยรุ่นตีกัน นายทวีกับนายพงศกรก็ไม่ได้เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์ และที่ผ่านมานายทวีก็ไม่เคยมีปัญหาอะไรกับนายนพดล มาก่อน ถ้าครอบครัวนายนพดลเห็นใจ ก็ขอให้มารับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


ส่วนบรรยากาศในที่เกิดเหตุช่วงเย็นที่ผ่านมา ทางญาติญาติของนายนพดล นำโดยคุณยายอำนวย วัย 85 ปี ได้มีการนำอาหารไปวางตรงจุดเกิดเหตุที่นายนพดลถูกยิงเสียชีวิต จากนั้นทางคุณยายอำนวยได้มีการจุดธูปบอกดวงวิญญาณของนายนพดล ว่า อย่าไปกวนใครนะลูก เจ้าอยู่ตรงนี้แม่รู้และแม่ก็รู้ว่าลูกหิว เพราะเมื่อคืนนี้เจ้าของบ้านมาบอกว่าลูกไปแย่งอาหารเขากิน มากินข้าวที่แม่เอามาให้นะลูก


จากนั้นเมื่อทางคุณยายอำนวย บอกกล่าวกับดวงวิญญาณของนายนพดลแล้ว คุณยายอำนวยได้มีการกรวดน้ำลงตรงดิน ซึ่งเป็นจุดที่นายนพดลนอนเสียชีวิต โดยบอกกับพระแม่ธรณีว่า ลูกชายชื่อนพดล ยังไงก็ช่วยลูกช่ายหลานด้วย




จากนั้นเมื่อกรวดน้ำเสร็จแล้ว ทางคุณยายอำนวยและครอบครัวได้มีการสวดมนต์ และนั่งท่องศีลห้าอยู่ตรงที่เกิดเหตุ ซึ่งเมื่อสวดมนต์และท่องศีลห้าเสร็จเรียบร้อย ทางคุณยายและครอบครัวก็พูดขึ้นมาว่าขอให้ได้รับบุญนะลูกเด้อ มากินข้าวนะลูกเด้อ อย่าไปอาฆาตพยาบาทใคร ขอให้จบกันในภพชาตินี้ เรามันลูกชาวพุทธ นึกถึงคำสอนของพระพุทธเจ้าเอาไว้ ถ้าคนที่ตายโดยการถูกเจ้ายิง เดินมาหาตรงนี้ก็เรียกพวกมากินข้าวด้วย เวรต้องระงับด้วยการไม่จองเวร อย่าได้จองเวรซึ่งกันและกันเลย


นอกจากนี้ นางสุนิตสา น้องสาวของนายนพดล มือยิง บอกว่า เมื่อวานนี้ก่อนจะเกิดเหตุ ยอมรับว่าคนในครอบครัวไปร่วมงานกันที่วัดทุกคน จากนั้นเวลาประมาณ 21.00 น. ในขณะที่หมอลำเริ่มทำการแสดง ทางนายนพดล ซึ่งเป็นพี่ชายได้แชตมาหาบอกว่าปูเสื่อเอาไว้แล้ว ให้ไปรับแม่ออกมานั่งดูหมอลำ ซึ่งตนเองก็ไปรับแม่ออกมานั่งดูหมอลำตามที่พี่ชายบอก


จนกระทั่งประมาณ 5 ทุ่ม ตนเองเห็นว่าวัยรุ่นในหมู่บ้านเริ่มเมา โดยมีการเดินไปเต้นกันที่หน้าเวที ซึ่งกลัวเขาจะตีกันก็เลยชวนแม่กลับบ้าน แต่ในระหว่างที่กำลังจะพาแม่กลับบ้าน จู่ ๆ นายเขียวก็ขึ้นไปเต้นบนเวที จากนั้นก็เห็นพี่ชายเดินเข้าไปกวักมือเรียกให้นายเขียวลงจากเวที ซึ่งรอบแรกยังไม่เกิดเหตุกระทบกระทั่งอะไรกัน ตนเองก็เลยขี่รถไปส่งแม่ที่บ้าน




จากนั้นพอส่งแม่เสร็จ ตนก็ย้อนกลับมาหาอะไรกินที่วัด กระทั่งช่วงประมาณเที่ยงคืน ก็เห็นวัยรุ่นชุลมุนกันที่หน้าเวที ซึ่งจังหวะที่เดินเข้าไปได้ยินเสียงพี่ชายเตือนกลุ่มวัยรุ่นว่าอย่าขึ้นไปบนเวที แต่วัยรุ่นไม่ฟัง จากนั้นก็มีการยื้อยุดฉุดกระชากกันที่หน้าเวที ซึ่งจังหวะที่ชุลมุนกัน เห็นพี่ชายล้มลงไปกับพื้น ตนเองจึงวิ่งเข้าไปดึงพี่ชายออกมา แต่ปรากฏว่าระหว่างที่ไปดึงแขนพี่ชายออกมา กลุ่มวัยรุ่นได้วิ่งเข้ามารุมทำร้ายพี่ชายอีกรอบ กระทั่งพี่ชายก็ได้ตะโกนออกมาว่า "พวกมันรุมตีกู มันจะฆ่ากู เห็นไหมมันตีกูปากแตก" จากนั้นพี่ชายก็ตะโกนว่า "เดี๋ยวกูจะกลับไปเอาปืน" กระทั่งพี่ชายวิ่งลัดทุ่งนาไปเอาปืนที่เถียงนา


ซึ่งระหว่างที่พี่ชายวิ่งไปเอาปืน ตนเองก็วิ่งไปบอกกับผู้ใหญ่บ้านว่า ไปบอกให้กลุ่มวัยรุ่นออกไปจากวัดเดี๋ยวนี้ ไอ้นพ มันกลับไปเอาปืนที่บ้าน จากนั้นตนเองก็ขับรถไปที่เถียงนา ซึ่งเป็นจุดที่พี่ชายวิ่งไปเอาปืน แต่ปรากฎว่าพอไปถึงเห็นพี่สะใภ้ยืนร้องไห้อยู่แล้วก็เห็นพี่ชายกำลังวิ่งข้ามถนน ซึ่งด้วยความที่ใครก็ห้ามไม่ฟัง ตนเองจึงตัดสินใจขี่รถไปรับแม่เพื่อให้มากล่อมพี่ชายให้ใจเย็น เพราะพี่ชายเป็นคนรักแม่ แต่ปรากฏว่ายังไม่ทันถึงบ้านแม่ หลานก็โทรศัพท์มาบอกว่าพี่ชายถูกยิงตายแล้ว


โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยอมรับว่าเสียใจมาก จึงอยากจะขอความเป็นธรรมให้กับพี่ชาย เพราะภาพวงจรปิดที่เห็นพี่ชายบอกว่ายอมแล้ว และก็เห็นว่าพี่ชายโยนปืนทิ้งแล้ว ส่วนการสูญเสีย ส่วนตัวยืนยันว่าทางครอบครัวรู้สึกเสียใจที่พี่ชายไปยิงคนอื่นตาย ยอมรับพี่ชายผิดและอย่าได้จองเวรจองกรรมต่อกันเลย ยืนยันพี่ชายไม่เคยคิดจะทำร้ายใครก่อน เพราะถ้าเป็นคนเกเร พี่ชายต้องพกปืนออกมาจากบ้านตั้งแต่แรก

ช่อง 8 พาคลี่ปริศนา ใคร? ยิงหัวไอ้คลั่งตาย หลังสาดกระสุนกลางงานบุญดับ 3 ศพ