ทีมข่าวช่อง 8 ได้พูดคุยกับ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ หรือผู้การแต้ม อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เจ้าของฉายา “มือปราบหูดำ” ให้ความเห็นถึงกรณีที่ นายศิริชัย หรือทอย ฆ่าน้องนุ่น ก่อนนำศพไปเผาอำพรางว่า ส่วนตัวมองว่าพฤติการณ์ของนายทอย ตั้งแต่ก่อนที่จะขึ้นรถ ดูเริ่มมีปัญหา อาจจะไม่พอใจกันแล้ว เพราะลักษณะการเดินไม่ได้เดินใกล้กัน และหากสังเกตจะเห็นว่าตอนกำลังจะเข้ารถ นายทอยหยุดยืนมองน้องนุ่นอยู่ ซึ่งน้องนุ่นก็หยุดชะงัก เชื่อว่าตอนนั้นน้องนุ่นเริ่มกลัว และเริ่มรู้ชะตากรรมแล้วว่าถ้าเข้ารถไปจะมีชะตากรรมอะไร

 

บวกกับพยานหลักฐานจากคนที่เล่าให้ฟังว่า ถ้านายทอยกินเหล้าเมื่อไหร่ต้องมีเรื่องทุกที ถ้าไม่กินเหล้าจะดี แต่ถ้ากินเหล้าแล้วมักจะชอบหาเรื่อง แล้วมาทำร้ายน้องนุ่นทุกครั้ง ซึ่งตรงนี้เป็นพฤติกรรมของคนที่มีจิตใจโหดร้าย ชอบความรุนแรง หรือชอบกระทำบุคคลที่ด้อยกว่า ถือว่าเป็นโรคจิตชนิดหนึ่ง

“คดีนี้ผมบอกเลยว่าไอ้ทอยไม่รอดอยู่แล้ว เพราะมีทั้งพยานบุคคล ประจักษ์พยานเห็นเหตุการณ์ ไม่ว่าจะเป็นพยานกล้องวงจรปิดก็ชัดเจน พยานวัตถุ หรือพยานนิติวิทยาศาสตร์ครบถ้วน และที่สำคัญที่ไปเจอศพที่นำไปเผาทิ้ง มีภาพวงจรปิดว่าก่อนเผามีการซื้อน้ำมัน มีหลักฐานครบ และหลักฐานทั้งหมด มันตรงกับหลักฐานที่ก่อคดีทั้งหมด ดังนั้นคดีนี้ไม่มีทางหลุด ติดคุกแน่นอน แม้คุณจะปฏิเสธภายหลังก็ติดคุก แบบนี้เรียกว่าจนด้วยพยานหลักฐาน แต่ศาลอาจจะให้ความเมตตาในการพิจารณาคดี อาจจะลดโทษบ้าง ไม่ประหารชีวิตก็จำคุกตลอดชีวิต เพราะพฤติการณ์โหดร้าย เอาหินทุบข้างทาง แล้วยังนำร่างมาทุบต่อให้ตาย นี่เป็นพฤติกรรมที่โหดร้าย รอดยาก”

 

"ผู้การแต้ม" ยัน "ไอ้ทอย" โทษหนักแน่ไม่ถูกประหารก็ติดคุกตลอดชีวิต