ทีมข่าวยังได้มีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่เห็นบริเวณหน้าบ้านของนายศิริชัย หรือทอย กับนางสาวนุ่น คนตาย ซึ่งจะเห็นพฤติกรรมคนในบ้าน โดยส่วนใหญ่จะมีลักษณะเก็บตัวเงียบ เข้าออกบ้านเฉพาะออกไปทานข้าวหรือออกไปทำธุระ แต่เวลาสั่งข้าวมาทานที่บ้านจะมีการเรียกไรเดอร์ ส่วนกิจวัตรประจำวันของคนในบ้านโดยเฉพาะนางสาวนุ่นและฝ่ายชาย บางครั้งจะมีการสั่งของออนไลน์ โดยจะมีขนส่งซึ่งมีทั้งรถมอเตอร์ไซค์และรถกระบะ หมุนเวียนกันมาส่งทุกวันในช่วงเย็น, โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดในวันที่ 14 และ 15 ก.พ. พบว่ามีขนส่งซึ่งใส่เสื้อสีแดง เอาพัสดุจากสินค้าออนไลน์มาส่งที่บ้านหลังดังกล่าว

 

จากนั้นทีมข่าวตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม  ตามข้อมูลที่เพื่อนบ้านบอกกับทีมข่าว เกี่ยวกับเบาะแสลักษณะกล่องต้องสงสัย มีความใกล้เคียงและคล้ายกับกระเป๋าเดินทาง แต่มีการบรรจุใส่กล่องสีน้ำตาล โดยมีรถส่งของเป็นกระบะตู้ทึบขับมาส่งที่หน้าบ้าน อาจมีความเชื่อมโยงเกี่ยวกับกระเป๋าใบที่มีการบรรจุร่างของนางสาวนุ่นหรือไม่

 

ปรากฏว่าจากกล้องวงจรปิด ก่อนวันเกิดเหตุ 1 วัน คือวันที่ 16 ก.พ. เวลาประมาณ 17.58 น. มีรถกระบะตู้ทึบของบริษัทเอกชนขนส่ง นำสิ่งของตามที่ชาวบ้านเห็น และให้เบาะแสกับทีมข่าวไว้ โดยพบว่ามีการนำมาส่งที่หน้าบ้านจริง แต่ในภาพกล้องวงจรปิดเห็นเฉพาะพนักงานส่งของยกกล่องเข้าไปในบ้าน แต่ไม่เห็นผู้รับว่าเป็นใคร ก่อนที่รถส่งของจะขับออกไปจากบ้าน ซึ่งมีภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพเอาไว้ชัดเจน

 

ทีมข่าวพูดคุยกับ นายแกร็บ (นามสมมติ) เพื่อนบ้าน เผยว่า บ้านของนายศิริชัย เป็นคนที่ชอบสั่งสินค้าออนไลน์ และมักจะมีขนส่งมาส่งเป็นประจำทุกวันตอนเย็น แต่โดยส่วนใหญ่จะเห็นว่าฝ่ายหญิงเป็นคนออกมารับ เข้าใจว่าอาจจะเป็นคนซื้อของออนไลน์เก่ง จึงมีการสั่งทุกวัน แต่วันก่อนเกิดเหตุ 16 ก.พ. ก่อนที่ตัวของนายศิริชัยและนางสาวนุ่นจะออกไปทานข้าวฉลองวันเกิดแล้วเกิดเหตุระหว่างทาง ซึ่งเป็นรอยต่อวันที่ 17-18 ก.พ. พบว่ามีการสั่งซื้อพัสดุชิ้นใหญ่ แต่มีน้ำหนักเบา โดยมีขนส่งใช้กระบะตู้ทึบเอามาส่งที่หน้าบ้าน เข้าใจว่าฝ่ายชายเป็นคนสั่ง จึงไม่มั่นใจว่าของภายในนั้นบรรจุอะไร แต่มีขนาดใกล้เคียงกับกระเป๋าเดินทางแบบลาก จึงไม่แน่ใจว่าเป็นการเตรียมการหรือซื้อมาเพื่อเดินทางอะไรหรือไม่ ก่อนวันเกิดเหตุ

ขณะที่ในคืนวันเกิดเหตุ 18 ก.พ. เวลาประมาณตี 2-4 นั้น ตนเองยอมรับว่าทุกคนในบ้านพักผ่อนอยู่ในห้อง และไม่มีใครได้ยินเสียงผิดปกติ ประกอบกับคืนดังกล่าวมีการเปิดทีวีเสียงดังเพื่อเชียร์ฟุตบอล แต่ช่วงที่รถบีเอ็มของนายศิริชัยขับเข้ามาจอดในโรงรถ ก่อนดับเครื่อง ได้ยินเฉพาะเสียงเครื่องยนต์ แต่ไม่ได้ยินเสียงผิดปกติหรือเสียงทุบอะไร จนกระทั่ง ตัวของนายศิริชัยให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุภายในบ้านดังกล่าว และมีการทุบศีรษะของภรรยา 2 จุด โดยเฉพาะโรงจอดรถและห้องครัว จึงได้มาย้อนฟังเสียงจากกล้องวงจรปิด ก็พบว่าในคืนเกิดเหตุนั้น ได้ยินเสียง คล้ายมีการทุบสิ่งของหรือทุบกันเกิดขึ้นจริง และในสิ่งดังกล่าวก็จะได้ยินเสียงของลูกสาวร้องไห้แทรกเป็นระยะ ส่วนตัวจึงเข้าใจว่าการก่อเหตุของนายศิริชัยกระทำรุนแรงต่อหน้าลูกสาว ซึ่งตนเองฟังแล้วก็รับรับไม่ได้เหมือนกัน

 

อย่างไรก็ตาม ตนเองในฐานะเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกัน แม้ว่าจะเกิดเกิดเหตุขึ้นข้างบ้าน แต่ก็เข้าใจว่าเป็นบ้านเช่าของนายศิริชัย ซึ่งก็มีเจ้าของตัวจริงเป็นอีกคน ส่วนตัวก็อยากจะให้เจ้าของอาจเรื่องของพิธีทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับคนตาย แต่การจะตัดสินใจย้ายหรือขายบ้านทิ้งเพราะบ้านติดกันนั้น คงจะถึงขั้นจะหนีไปไหน เพราะไม่ได้รู้จักกับคนตาย

ช่อง 8 เปิดหลักฐานเด็ด! ส่อพลิกเกม "ไอ้ทอย" วางแผนฆ่ายัดกระเป๋า "นุ่น"