สภาพเดือด "โรม" เปิดรูป "ชาดา" ถ่ายภาพคู่กลุ่มปกป้องสถาบัน


การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 เป็นประธานการประชุม เริ่มต้นด้วย นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้อภิปรายญัตติด่วน เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาทบทวนมาตรการอารักขาถวายความปลอดภัยขบวนเสด็จ


โดยนายรังสิมันต์ กล่าวถึงเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างตะวันทะลุวังกับกลุ่ม กลุ่ม ศปปส. ว่า กลุ่ม ศปปส. มีการโพสต์ข้อความปลุกปั่นในโซเชียลมีเดีย ว่าจะเชือดไก่ให้ลิงดูหรือกลุ่มอาชีวะราชภักดี ที่ขู่จะจัดการ "สายน้ำ" ตามวิถีอาชีวะปะทะก่อนค่อยคุย ซึ่งในช่วงนี้มีการใช้รูปของกลุ่ม ศปปส. ซึ่งถ่ายคู่กับ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยไม่มีการเบลอหน้า พร้อมกล่าวว่า มีการปลุกปั่นทางโซเชียลมีเดียทำร้ายนักเคลื่อนไหว รวมถึงมีบุคคลสำคัญอย่าง นายชาดาที่พูดถึงการเนรคุณแผ่นดินเป็นการปลุกปั่นให้สถานการณ์เลวร้ายเกินจริง ดังนั้น หากมีการใช้ความรุนแรงโดยไม่ต้องรับผิดชอบนั้น อาจมีการกล่าวหาได้ว่า รัฐบาลคือผู้ที่อยู่เบื้องหลัง





"แม้กระทั่งนายชาดา พูดถึงการเนรคุณแผ่นดิน มีการปลุกปั่นให้สถานการณ์ร้ายแรงเกินกว่าความเป็นจริงมาก และทำให้คนทั้งสังคมไม่รู้สึกปลอดภัย รัฐจะสร้างมาตรการรักษาความปลอดภัยได้อย่างไร ในเมื่อสุดท้ายผีที่สร้างขึ้นมามันมาจากพวกท่านเอง ถ้ายังปล่อยให้สถานการณ์บานไปเรื่อย ๆ หากไม่มีการดึงสติแล้วคำขู่เกิดขึ้นจริงใครจะรับผิดชอบ และสุดท้ายผู้ที่ใช้ความรุนแรง แล้วไม่ต้องรับผิดชอบอะไร ควรจะหาว่ารัฐบาลเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังคนเหล่านี้ ขออย่าให้ไปถึงจุดนั้นเลย" นายรังสิมันต์ กล่าว


ทำให้ นายชาดา ซึ่งมาร่วมฟังการอภิปรายด้วย ได้ลุกขึ้นประท้วงด้วยน้ำเสียงดุดัน ว่า การที่นายรังสิมันต์ นำภาพของตนเองขึ้นมาในการอภิปรายนั้น เป็นการส่อว่ามีเจตนารมย์ที่ไม่ดี และสร้างความแตกแยก โดยรูปนี่ถ่ายช่วงการโหวตนายกรัฐมนตรีในรอบที่ 1 มีคนเข้ามาขอถ่ายรูปตัวเองเป็นล้านคน แต่การนำภาพตนเองมาอภิปรายนั้น เป็นการสร้างความเข้าใจผิดให้กับประชาชน


"ตนเสียหาย เป็นการชี้จูงทางความคิดที่ท่านกำลังให้เด็กทำอยู่ ที่พวกท่านกำลังทำอยู่ มันคือความรู้สึกของตนอกตัญญู การกระทำอย่างนี้ มันคือการกระทำที่ไม่ถูกต้อง มันไม่ใช้ความรู้สึกของคนที่ดี มันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และไม่ใช่การอธิบายเชิงสร้างสรรค์ ปากบอกต้องการความสงบให้ตั้งอยู่ตรงกลาง แต่พฤติกรรมไม่ใช่ ซึ่งวันนี้ตนฟังการอภิปรายตลอดเวลา และการกระทำเช่นนี้เป็นการกระทำที่เสียหายมาก ซึ่งประธานในที่ประชุมอนุญาตได้อย่างไร ให้มีการเสนอแบบนี้ได้อย่างไร แล้วถ้าตนจะเสนอแบบนี้บ้างจะมีปัญหาหรือไม่ ตนไม่อยากพูดว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม และไม่อยากพูดซึ่งไม่เกี่ยวกับญัตติด้วย และประธานการอนุญาตได้อย่างไร ซึ่งประธานต้องมาขอโทษตนเอง ในฐานะที่ปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง ไม่ถูกต้องและไม่เป็นกลาง แต่ตนเองจะฟ้องนำรูปของตนเองมาอภิปราย เพราะสิ่งที่ท่านทำพยายามเรียกร้องให้ถูกกฎหมาย และให้ตั้งสติ ตัวฟังแล้วรู้สึกดี ซึ่งญัตตินี้เป็นเรื่องของการอารักษ์ขาขบวนเสด็จที่ทำร้ายจิตใจประชาชน





แต่กำลังเอาเรื่องนอกประเด็นผลของการกระทำเด็กหรือใครก็ตามกี่ครั้งแล้วที่ทำผิดกฎหมาย การแสดงออกด้วยหัวใจคนไทยไม่มีปัญหา แต่มันมีขบวนการในประเทศนี้พี่จะล้มล้างที่จะบั่นทอน อย่าพูดว่าไม่มี ถ้าทำกับผมแบบนี้ พูดกับตนแบบนี้ เดี๋ยวตนจะพูดให้หมด ยืนยันว่า วันนี้ไม่ได้อยากจะพูดแต่หัวใจความรักชาติมันเต็มเปี่ยม สิ่งที่ท่านทำไม่ใช่ความคิดสร้างสรรค์ ปากบอกว่าพัฒนา แต่สิ่งที่ทำเมื่อสักครู่นี้เลวทรามมากในความรู้สึกผม ซึ่งประธานปล่อยภาพนี้ออกมาได้อย่างไร ใครอนุญาต ตนไม่ว่าสมาชิกแต่ขอถามประธาน การอภิปรายอยู่ดี ๆ สร้างปัญหาเอง อย่าพูดว่าไม่มีขบวนการล้มเจ้า ตนยืนยันว่า มี ซึ่งตนพร้อมจะถ่ายรูปกับคนทุกคนที่ปกป้องสถาบัน แต่เขาจะเอาไปทำอะไรผมไม่รู้ผมไม่เกี่ยว มันคนละเรื่อง ต้องมีสามัญสำนึกในการกระทำ อย่ามาพูดดูดีแต่ปฏิบัติไม่ดี


เดี๋ยวผมจะลุกโต้ทุกคนที่พูด อย่ามาขัดแย้งกับผม อย่ามาทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องอย่ามาเล่นใต้ดินกับผม แล้วอย่ามาเรียกร้องไม่ให้คนอื่นเล่นใต้ดิน ประธานต้องบอกผมว่าใครเป็นคนอนุญาต ประธานสภาหรือเจ้าหน้าที่ มีวิจารณญาณไหม มีสมองไหม ตนคิดว่าเป็นกระบวนการที่ไม่สร้างสรรค์ ตนเข้าใจความคิดเห็นมีความแตกต่าง เข้าใจว่าความแค้นของท่านในวันที่ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ผมไม่เคยสร้างความขัดแย้งกับพรรคการเมือง นักการเมืองทุกคนความคิดเห็นต่างก็ไม่เป็นไรแต่อย่ามาทำมือถือสากปากถือศีล" นายชาดา กล่าว


สภาเดือดอีก "ชาดา" เดินเดี่ยวประชิด "โรม"


จากนั้นเหตุการณ์ในห้องประชุมเริ่มตึงเครียด นางสาวรักชนก ที่นั่งอยู่บริเวณโซนด้านหน้าของพรรคก้าวไกล ได้ลุกขึ้นเดินมาหา นายชาดา ที่อยู่บริเวณด้านหลัง โซนพรรคภูมิใจไทย พยายามบอกนายชาดาว่าไม่มีใครพาดพิง แต่นายชาดาไม่ฟัง และเดินตรงไปหานายรังสิมันต์ โรม ทันที โดยนายรังสิมันต์ได้ยกมือไหว้ จากนั้นนายชาดากวักมือเรียกมาคุยกัน ด้วยท่าทางอย่างมีอารมณ์ และใช้นิ้วชี้ไปที่นายรังสิมันต์ตลอด นานกว่า 3 นาที





ทั้งนี้ รายงานว่า ทั้ง 2 คน ได้พูดคุยเคลียร์ใจ หลังนายรังสิมันต์ ใช้ภาพนายชาดาถ่ายภาพคู่กับกลุ่ม ศปปส. อภิปราย ซึ่งนายชาดาได้มาตักเตือนว่า อย่าทำแบบนี้อีก มันไม่แฟร์กับตน ทางนายรังสิมันต์ จึงพยายามอธิบายว่า มีกลุ่มบุคคลพยายามแอบอ้าง ความเชื่อมโยงกับนายชาดา เพื่อก่อเหตุรุนแรง ไม่มีเจตนาร้ายต่อนายชาดา และช่วงเช้าก่อนที่จะมีการอภิปราย นายรังสิมันต์ได้บอกกับนายชาดาแล้วว่า จะมีเนื้อหาอภิปรายที่พาดพิงถึงนายชาดาด้วย


ทั้งนี้ การพูดคุยเป็นไปได้ด้วยดี มีทั้งสมาชิกพรรคก้าวไกล พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมอยู่ในวงพูดคุยด้วย ก่อนที่ในช่วงสุดท้ายนายชาดาเดินกลับ ได้จับมือกับนายชัยธวัชด้วย


อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมสภาฯ ได้มีมติส่งรายงานเรื่องญัตติด่วนนี้ให้คณะรัฐมนตรี เพื่อดำเนินการปรับปรุง มาตรฐานการถวายความปลอดภัย ให้มีความเข้มงวดมากขึ้นต่อไป ขณะเดียวกันยังส่งความเห็นไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม นำไปพิจารณาประกอบการตราพระราชบัญญัติด้วย





ทั้งนี้ ก่อนเสนอญัตติ สส. พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้พร้อมใจกันติดริบบิ้นโบสีม่วงที่หน้าอก ซึ่งเป็นสีประจำพระองค์ของกรมสมเด็จพระเทพฯ เข้าสภาในวันนี้ด้วย นอกจากนี้ทางเพจ พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้เปลี่ยนภาพฉากหลังเป็นสีม่วง และโพสต์ภาพรวบรวมบรรดา สส. ในพรรค ได้ทำการขึ้นฉากหลังเฟซบุ๊กเป็นสีม่วงด้วยเช่นกัน เพื่อสื่อถึงกรมสมเด็จพระเทพฯ


รวมถึงบรรดาดารา ศิลปิน ในวงการบันเทิง พร้อมใจโพสต์ภาพกรมสมเด็จพระเทพฯ และหัวใจสีม่วงและแคปชั่น ปกป้องสถาบัน พร้อมติดแฮชแท็ก #ทรงพระเจริญ อีกด้วย





เดือด! ชาดาชี้หน้าโรม ลั่น "ไม่ทนแล้ว" เหล่าดาราโพสต์ภาพ "กรมสมเด็จพระเทพฯ" ป้องสถาบัน