จากรณี นายเชาวลิต ทองด้วง อายุ 37 ปี หรือ “เสี่ยแป้ง นาโหนด” นักโทษในหลายคดีของนครศรีธรรมราชและพัทลุง แต่ฟอร์มป่วย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลมหาราช รักษาตัวบนชั้น 6 หอผู้ป่วยอายุรกรรม ต่อมาสบโอกาสหลังเที่ยงคืนผู้คุมเผลอไขกุญแจหลบหนี เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. ของวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยปรากฏภาพวงจรปิดขณะที่นายเชาวลิต หรือเสี่ยแป้ง หลบหนีออกจากโรงพยาบาลอย่างลอยนวล

ความคืบหน้าคดีวันนี้ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองนครศรีธรรมราช ตำรวจคุมตัวนางวิลาวัลย์ หรือไหม อายุ 32 ปี ชาวต.สามตำบลอ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช มาเค้นสอบในฐานะพยานคดี หลังจากที่สืบทราบว่านางวิลาวัลย์ ถูกว่าจ้างจากเสี่ยแป้งให้เฝ้าดูแลขณะรักษาตัวที่โรงพยาบาลมหาราช ตำรวจจึงคุมตัวมาเค้นสอบเพื่อขยายผลคดี โดยใช้เวลาสอบปากคำนานครึ่งวัน
จนสุดท้ายนางวิลาวัลย์ ยอมสารภาพว่า การเตรียมการหลบหนีออกจากโรงพยาบาล เสี่ยแป้งมีนางนกต่อสองคน คือตนคนเฝ้าไข้และซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ให้ ขณะที่มีหญิงอีกคนคือนางหมวย อายุ 29 ปี เป็นคนนำกรรไกรตัดเหล็กมาให้ตนที่โรงพยาบาลในวันที่ 20 ตุลาคม ซึ่งตนก็ทราบมาว่า คนที่หากรรไกรตัดเหล็กให้นางหมวยก็คือ ชื่อเล่นบิ๊ก คือนายจักรี และนายจีรวุฒิ โทรหากรรไกรตัดเหล็กได้ก็นำมาให้นางหมวย แล้วสั่งให้นางหมวยขี่รถจักรยานยนต์เอามาให้ตนที่โรงพยาบาล ซึ่งตนก็นำกรรไกรตัดเหล็กนั้นไปให้เสี่ยแป้ง

ในส่วนขบวนรถที่ใช้หลบหนีเบื้องต้นมีทั้งหมดสามคัน โดยเสี่ยแป้งอยู่ในขบวนรถคันที่สอง ในรถคันที่สองมีลูกน้องของเสี่ยแป้งขับ และมีภรรยาของเสี่ยแป้งนั่งอยู่ด้วย พร้อมกับผู้หญิงอีก 2 คน
ข้อสังเกตคือผู้รับหน้าที่ดูแลนายเชาวลิต มีอยู่ด้วยกัน 3 คน 1 คน ได้แจ้งให้อีก 2 คนไม่ต้องมาเข้าเวรในช่วงกลางวัน แต่ให้มารับเวรช่วงหลังเที่ยงคืน และในช่วงกลางวันนางสาววิลาวัลย์ หรือไหม ผู้รับจ้างเฝ้าไข้นายเชาวลิต ยืนยันว่ามีการเปลี่ยนโซ่ข้อเท้าให้นายเชาวลิต หลังจากคืนก่อนหน้านายเชาวลิตได้พยายามตัดโซ่แล้วแต่ไม่สำเร็จจึงมีการเรียกร้องให้เปลี่ยน
เจ้าหน้าที่ได้มาเปลี่ยนโซ่ให้ในตอนกลางวัน จนกระทั่งตกดึกมีการเปลี่ยนเวรใหม่เพียงไม่ถึง 1 ชม.เหตุการณ์จึงเกิดขึ้น

วันนี้ (23 ตุลาคม 2566) เวลา 16.00 น. กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง นำโดย พ.ต.อ.ยศวรรธน์ กระจ่างวงศ์ ผกก.สืบสวน ภ.จว.พัทลุง ,พ.ต.ท.ยุทธศักดิ์ เอี่ยมสุนทร รอง ผกก.สส.ภ.จว.พัทลุง ,พ.ต.ท.วิรัตน์ จีนเมือง รอง ผกก.สส.สภ.นาขยาด, พ.ต.ท.โชติพัฒน์ รักสกุล สว.กก.สส.ภ.จว.พัทลุง, พ.ต.ต.ณัฐสิทธิ์ มากหนู สว.กก.สส.ภ.จว.พัทลุง, พ.ต.ต.พงศ์ศิริ นาครอด สว.กก.สส.ภ.จว.พัทลุง
ได้นำหมายเข้าตรวจค้นบ้าน ต.ท่าแค อ.เมืองพัทลุง จ.พัทลุง ซึ่งเป็นบ้านของนายเชาวลิต ทองด้วง อายุ 37 ปี หรือ ‘เสี่ยแป้ง นาโหนด’ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจแสดงหมายค้นมีคนงานบ้านเสี่ยแป้งออกมาเปิดประตูให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ

จากนั้นได้มีนายวัชรินทร์ คำแก้ว ซึ่งเป็นพี่เขยของเสี่ยแป้ง นำตำรวจเข้าตรวจค้นภายในบ้านและรอบบ้าน โดยทางตำรวจได้ให้แม่บ้านของเสี่ยแป้ง และลูกๆ รออยู่ทางด้านนอก
ผลการตรวจค้นเจ้าหน้าที่แจ้งว่าไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย และบุคคลตามหมายจับแต่อย่างใด
สอบถามทางนายวัชรินทร์ พี่เขยของเสี่ยแป้ง เผยว่า ทางเสี่ยแป้งไม่ได้ติดต่อตนและญาติๆมา ส่วนนางแอน ภรรยาของเสี่ยแป้ง ก็ไปบวชชีตั้งแต่เมื่อวาน โดยนางแอนน่าจะยังไม่ทราบเรื่องที่สามีหลบหนีออกมา เพราะไปปฏิบัติธรรม และตนยังไม่ได้คุยกับนางแอน ไม่รู้ว่าเสี่ยแป้งติดต่อนางแอนมาหรือไม่ แต่คนที่บ้านทั้งหมด ตนยืนยันว่าเสี่ยแป้งไม่ได้ติดต่อมาแต่อย่างใด

โดยตนก็ไม่ทราบมาก่อนว่าเสี่ยแป้งจะทำแบบนี้ ก็รู้สึกตกใจ ตอนนี้ลูกของเสี่ยแป้งก็ยังไม่รู้เรื่องของพ่อตัวเอง เพราะยังเด็กอยู่ คนนึง 5 ขวบ อีกคนแค่ 1 ขวบ
ขณะที่พ.ต.อ.ยศวรรธน์ กระจ่างวงศ์ ผกก.สืบสวน ภ.จว.พัทลุง ก็ได้บอกนายวัชรินทร์ ให้พยายามติดต่อให้เสี่ยแป้งมามอบตัวแต่โดยดี
ขณะที่น้าของเสี่ยแป้ง ก็เผยกับทีมข่าวช่อง 8 ว่า ตนเองไม่ได้อยู่บ้านนี้ประจำ แต่พอนางแอนไปบวชชี ตนก็เลยมาอยู่ดูแลลูกให้ โดยนางแอนก็ไม่ได้บอกว่าจะไปที่ไหน ตนก็ไม่ทราบรายละเอียดมาก และตนก็ไม่ได้ติดต่อกับนางแอนเลยตั้งแต่ไปบวชชี ทางด้านเสี่ยแป้งก็ไม่ได้ติดต่อครอบครัวมาเช่นกัน
ต่อมาหน่วยคอมมานโดก็ได้กระจายกำลังรอบบ้าน พบร่องรอยคล้ายกระสุนปืนที่กำแพงบ้านซึ่งไม่ทราบเดจากสาเหตุอะไร

ทีมข่าวช่อง 8 ตรวจสอบกล้องวงจรปิดริมถนนราชดำเนิน หน้าโรงพยาบาลมหาราช วันที่ 21 ต.ค.66 เวลา 22.34น. บันทึกนาทีที่รถกระบะอีซูซุสีขาว ที่นายจิรวุฒิ หรือ บอย เป็นคนขับ ขับผ่านเส้นทางดังกล่าวเพื่อมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลมหาราช

ต่อมากล้องวงจรปิดตัวที่สองจะเห็นหน้าทีที่รถกระบะอีซูซุสีขาวซึ่งนายจิรวุฒิเป็นคนขับได้ขับเข้าโรงพยาบาลเพื่อรอรับเสี่ยแป้งในการหลบหนี

ซึ่งจากภาพนิ่งวงจรปิดภายในโรงพยาบาลที่เห็นรถกระบะอีซูซุของนายจิรวุฒิจอดอยู่บริเวณด้านหน้าอาคารในโรงพยาบาล คาดว่ารอรับเสี่ยแป้งลงมาจากตึกแล้วพาหลบหนี
จากนั้นในเวลา 00:05 น. ของวันที่ 22 ต.ค.66 จะเห็นรถกระบะสองคันออกมาจากประตูห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลมหาราช โดยกล้องวงจรปิดจากร้านค้าบริเวณหน้าโรงพยาบาลจับภาพรถคันแรกเป็นรถกระบะมิตซูบิชิสีขาวซึ่งมี นายจักรี หรือ บิ๊ก เป็นคนขับ นำขบวน แล้วตามมาด้วยรถกระบะอีซูซุสีขาว ที่นายจิรวุฒิ หรือ บอย เป็นคนขับ แต่จากข้อมูลของตำรวจยังไม่ทราบว่าเสี่ยแป้งนั่งอยู่รถคันใด
ซึ่งขบวนรถที่พาเสี่ย แป้งหลบหนีก็มุ่งหน้าไปยังสี่แยกหัวถนน เพื่อเดินทางไปยังอำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช และมุ่งหน้าสู่จังหวัดพัทลุงในการหลบหนี


















