คุณเคยสงสัยไหมว่า เพราะเหตุใดนักเขียนนวนิยายเลื่องชื่ออย่าง 'ทมยันตี' หรือคุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์ จึงไม่ใคร่จะส่งนวนิยายเข้าประกวดรับรางวัลประชันขันเเข่งเหมือนนักเขียนท่านอื่น ๆ ทั้งที่มีนวนิยายหลายเรื่องขึ้นหิ้งเเละถูกยกย่องให้เป็นวรรณกรรมของชาติ 

เเม้ทมยันตีจะไม่ใช่นักเขียนล่ารางวัล เเต่ก็มิใช่ว่า บรมครูเเห่งวงวรรณกรรมท่านนี้จะไม่เคยได้รับรางวัลเลย หากทว่า รางวัลชิ้นนั้นกลับกลายเป็นที่สุดในชีวิตของการเขียนหนังสือ จนไม่หวังที่จะต้องการรางวัลอื่นอีกเลย

ทมยันตีให้สัมภาษณ์ไว้ในนิตยสารขวัญเรือน ในห้วงเวลาที่ได้รับการเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินเเห่งชาติ ตอนหนึ่งว่า 

 

"ตลอดชีวิตการทำงานที่ผ่านมาหรือรางวัลเเห่งความภาคภูมิใจในชีวิต คือ รางวัลที่ได้จากพระหัตถ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพราะเป็นผู้หญิงเเละเป็นนักเขียนคนเดียวที่ได้รางวัลบทประพันธ์จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่อง คู่กรรม  รับรางวัลคนเดียวได้ตุ๊กตาทองคำมา ได้เข็มกลัดพระสุรัสวดีทองคำ พอได้มาก็เหน็บวันเดียวเเล้วจูบเก็บเข้าเเบงก์ เพราะกลัวหายเเละไม่เคยหยิบมาเลย นาน ๆ ไปเเบงก์ก็จะหยิบมาจูบ ตุ๊กตาทองตั้งเเต่ได้มาก็อยู่บนหิ้งพระเเล้วก็กราบ ไม่ได้กราบเพราะตัวเองเก่ง เเต่กราบว่าพระเจ้าอยู่หัวอุตส่าห์พระราชทานให้ เจ้าต้องเป็นนักเขียนที่ดี เขียนหนังสือดี ๆ ให้คนอ่าน ไม่อย่างนั้นเเล้ว พระเจ้าอยู่หัวจะเสียพระทัย เพราะฉะนั้นเวลาที่ตัวเองจะเขียนหนังสือ ก็จะวิ่งไปดูตุ๊กตาทองบนโต๊ะเพื่อเตือนใจ"

 

ขณะที่ในหนังสือ กว่าจะถึงวันนี้ของทมยันตี เขียนโดย วิศวนาถ ซึ่งเป็นศิษย์ก้นกุฏิ ความตอนหนึ่งว่า

 

"หลังจากเคยได้รับรางวัลตุ๊กตาทองจากพระหัตถ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานที่พระราชวังจิตรลดามาครั้งหนึ่งเเล้ว ในครั้งนั้นก็มีความรู้สึกว่า ชีวิตนี้ไม่ต้องการรางวัลใด ๆ อีกเเล้ว เพราะที่ได้รับคือรางวัลสูงสุดในชีวิตของตนเอง ทุกวันนี้รางวัลนั้นก็ตั้งไว้บนโต๊ะหมู่บูชา สวดมนต์เมื่อไหร่ก็กราบไหว้ตลอด เครื่องราชอิสริยาภรณ์ก็เหมือนกันที่เคยรับจากฝ่ายหน้ามาก่อน สมัยอยู่สภาฯ คือ ทุติยาภรณ์มงกุฎไทยเเละทุติยาภรณ์ช้างเผือก กับฝ่ายใน คือ จตุตตถจุลจอมเกล้าที่เพิ่งได้รับคราวนี้ก็อยู่บนโต๊ะหมู่บูชา ดิฉันก็กราบไหว้อยู่ทุกวัน เพราะบูชาในฐานะของสูง"

 

นี่กระมังที่อาจเป็นเหตุผลสำคัญทำให้ 'ทมยันตี' ไม่ส่งนวนิยายเล่มใดหลังจากนั้นเข้าชิงรางวัลอีกเลย เพราะการได้รับรางวัลจากพระเจ้าเเผ่นดินนับว่าถือเป็นที่สุดในชีวิตเเล้ว ดังหลากหลายชีวิตใน 'ร่มฉัตร' หนึ่งบทประพันธ์ชิ้นเอกของท่าน ที่มีชีวิตดีได้ด้วยร่มพระบารมีจักรีวงศ์นั่นเอง 

 

ขอบคุณที่มา : ม.เชียงใหม่

ขอบคุณภาพประกอบ : เเฟนเพจเฟซบุ๊ก Thai Movie Poters