แม่พาลูกสาวร้องสายไหมต้องรอด หลังมีเพื่อนเก่าของลูกสาวพยายามแชตหาลูกสาวขอชัก...โชว์ แฟนหนุ่มของลูกสาวจึงต่อว่า แต่กลับถูกคู่กรณีพา "แม่-ผัวแม่" มารุมทำร้าย ชักปืนขู่ยิง!

วันที่ 3 มิ.ย. 2569 นางยุพิน อายุ 37 ปี ได้เข้าร้องเรียนต่อนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ พร้อมกับนางสาวสุพิชญา อายุ 20 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวของนางยุพิน โดยเล่าว่า ลูกสาวของตนถูกเพื่อนชายรายหนึ่งมีพฤติกรรมคุกคามทางออนไลน์ ผ่านการส่งข้อความที่ไม่เหมาะสม รวมถึงการขอให้มีการกระทำอนาจารผ่านวิดีโอคอล เมื่อแฟนหนุ่มของลูกสาวทราบเรื่องและเข้าไปตักเตือน กลับทำให้ชายคู่กรณีเกิดความไม่พอใจ

ต่อมา ชายคู่กรณีได้รวมกลุ่มกับเพื่อนและเดินทางไปหาผู้เสียหาย จนเกิดเหตุทะเลาะวิวาทและรุมทำร้ายร่างกาย อีกทั้งยังมีการนำอาวุธปืนออกมาข่มขู่ ส่งผลให้ผู้เสียหายและครอบครัวเกิดความหวาดกลัวต่อความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน จึงตัดสินใจเข้าร้องขอความช่วยเหลือจากนายเอกภพ เพื่อให้ติดตามความคืบหน้าของเรื่องดังกล่าว พร้อมเรียกร้องความเป็นธรรมและขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตามกฎหมาย

น.ส.สุพิชญา ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนรู้จักกับนายโต้ อายุ 20 ปี คู่กรณี ตั้งแต่สมัยเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ก่อนจะแยกย้ายโรงเรียนกันไป ในอดีตไม่เคยมีพฤติกรรมเช่นนี้กับตน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 01.00 น. นายโต้ได้ส่งข้อความมาพูดคุยในลักษณะที่ไม่เหมาะสม มีพฤติกรรมคุกคาม และขอวิดีโอคอลเพื่อช่วยตัวเอง ซึ่งตนพยายามปฏิเสธอย่างต่อเนื่อง ขณะที่แฟนหนุ่มของตนทราบเรื่องจึงได้วิดีโอคอลไปตักเตือนนายโต้ แต่กลับทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ ก่อนที่จะมีการท้าทายกันและนัดเคลียร์ปัญหาบริเวณปากซอยโชคชัย 4 ซอย 22 ในเวลาประมาณ 04.00 น. โดยในตอนนั้นตนและแฟนหนุ่มไม่ได้รู้สึกกังวล คิดว่าเป็นเพียงการพูดคุยเคลียร์ปัญหาแบบตัวต่อตัว

เมื่อเดินทางไปถึงจุดนัดหมาย กลับพบว่า นายโต้เดินทางมาพร้อมกับแม่ของเขาและแฟนแม่ จากนั้นเกิดการปากเสียง และแม่ของนายโต้ได้ถืออาวุธมีดเดินเข้ามาหาแฟนหนุ่มของผู้เสียหาย พร้อมพูดในลักษณะที่ท้าทาย ก่อนที่แฟนของแม่นายโต้จะใช้อาวุธปืนจ่อบริเวณศีรษะของแฟนหนุ่มของตน

ต่อมา นายโต้ได้ชกเข้าที่ใบหน้าแฟนหนุ่มของตน จากนั้น นายโต้และแฟนของแม่ได้ร่วมกันรุมทำร้ายร่างกาย ขณะที่ตนพยายามวิ่งเข้าไปห้ามแต่ไม่เป็นผล กลับถูกคู่กรณีหันมาทำร้ายร่างกายเช่นกัน โดยมีการนำอาวุธปืนมาจ่อบริเวณใบหน้า พร้อมพูดว่า “มึงออกไปก่อน มึงไม่เกี่ยว”

ผู้เสียหายกล่าวว่า ด้วยความเป็นห่วงแฟนหนุ่ม ตนจึงไม่ยอมถอยออกมา ทำให้ถูกเตะและทำร้ายร่างกาย กระทั่งมีพลเมืองดีและชาวบ้านเข้ามาช่วยเหลือ ฝ่ายผู้ก่อเหตุจึงขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป

นอกจากนี้ ก่อนหลบหนี นายโต้ยังได้หันมาพูดกับตนในลักษณะข่มขู่ว่า “เจอครั้งหน้ากูยิงแน่” พร้อมกำชับว่า “อย่าบอกตำรวจ” ก่อนขี่รถออกไป

หลังเกิดเหตุ ตนได้เดินทางเข้าแจ้งความที่ สน.โชคชัย 4 ทันที จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการเรียกสอบปากคำเพิ่มเติมจากฝ่ายคู่กรณีแต่อย่างใด

สำหรับพฤติกรรมของครอบครัวนายโต้นั้น เท่าที่ตนทราบเป็นครอบครัวที่ค่อนข้างใช้ความรุนแรง แต่จะเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือไม่ ตนไม่ทราบข้อเท็จจริง และหลังเกิดเหตุตนก็ทราบว่านายโต้มีพฤติกรรมเช่นนี้กับเพื่อนผู้หญิงคนอื่นด้วย

ขณะที่นางยุพิน มารดาของผู้เสียหาย ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ที่ผ่านมา เวลาโดยประมาณ 16.00 น. ตนได้เดินทางไปติดตามความก้าวหน้าของคดีที่สถานีตำรวจนครบาลโชคชัย 4 และพบชายซึ่งอ้างว่าเป็นตาของนายโต้กำลังสนทนากับพนักงานสอบสวน โดยมีการกล่าวอ้างว่า อาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุเป็นเพียงปืนปลอม พร้อมทั้งอ้างว่า ตนรู้จักบุคคลสำคัญหลายราย รวมถึงนักการเมืองในพื้นที่ และนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ

นางยุพิน ยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ในขณะนั้นตนสังเกตเห็นว่ามีความพยายามในการไกล่เกลี่ยคดี และมีการพูดคุยกับตนในลักษณะที่มีความหมายว่า “จบ ๆ ไปเถอะ” เนื่องจากฝ่ายผู้ก่อเหตุมีความสัมพันธ์กับบุคคลสำคัญหลายคน ทำให้ตนรู้สึกกังวลเกี่ยวกับความเป็นธรรมในกระบวนการดำเนินคดีเป็นอย่างมาก

ทางครอบครัวยืนยันว่าจะไม่มีการเจรจาไกล่เกลี่ยหรือยอมความ และจะดำเนินการฟ้องร้องผู้ที่เกี่ยวข้องให้ถึงที่สุดตามกฎหมาย

ด้านนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ได้เปิดเผยว่า ตนยืนยันว่าไม่เคยรู้จักหรือมีความเกี่ยวข้องกับคู่กรณีมาก่อน พร้อมเชื่อมั่นว่าพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจนครบาลโชคชัย 4 จะดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมาและไม่เข้าข้างฝ่ายใด เนื่องจากคดีนี้ไม่มีความซับซ้อน และมีทั้งคลิปวิดีโอและข้อความแชตที่สามารถใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีได้

นายเอกภพ ยังได้ระบุเพิ่มเติมว่า ผู้ถูกกล่าวหามีอายุเกินเกณฑ์เยาวชนแล้ว จึงสามารถดำเนินคดีตามกฎหมายได้ตามปกติ พร้อมยืนยันว่าจะประสานงานกับผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลโชคชัย 4 เพื่อติดตามความก้าวหน้าของคดีให้เป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม โดยขอให้ครอบครัวผู้เสียหายไม่ต้องกังวล เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย

จากภาพที่บันทึกโดยกล้องวงจรปิดในขณะเกิดเหตุ จะเห็นได้ว่า เมื่อผู้เสียหาย (สวมชุดนอนสีส้ม) และแฟนหนุ่ม (สวมเสื้อสีดำ) ได้มาถึงที่เกิดเหตุ แม่ของนายโต้ (สวมชุดนอนสีชมพู) ได้เดินถืออาวุธมีดเข้ามาหาแฟนหนุ่มของผู้เสียหาย ขณะเดียวกัน แฟนใหม่ของแม่นายโต้ซึ่งสวมหมวกกันน็อกได้เดินเข้ามาหาผู้เสียหายพร้อมอาวุธปืน ก่อนที่จะมีการใช้อาวุธปืนจี้ไปยังศีรษะของแฟนหนุ่มของผู้เสียหาย

หลังจากนั้น นายโต้ ซึ่งเป็นคู่กรณี (สวมเสื้อสีดำแขนยาว) ได้เดินเข้ามาทำร้ายแฟนหนุ่มของผู้เสียหายด้วย