DSI สรุปแล้ว "เมฆ รามา" ไม่ผิดฟอกเงิน ปมซื้อเพนท์เฮาส์หรูมูลค่า 245 ล้านจาก "อภิรักษ์" CEO Forex-3D เหตุหลักฐานไม่เพียงพอ แต่ป้องกันสองชั้น ส่งเรื่องต่อ ปปง. ตรวจสอบซ้ำ

วันที่ 30 มี.ค. 2566 จากกรณีที่ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. นำกำลังตำรวจ บก.สอท.1 บก.สอท.2 และชุดปฏิบัติการพิเศษคอมมานโด นำหมายค้นศาลอาญาเข้าปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อค้นหาหลักฐานดำเนินคดีกับเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการเข้าตรวจค้นบ้านหรูในซอยโยธินพัฒนา บ้านพักของนายเมฆ รามา รัศมีรามา สามีนักแสดงสาวชื่อดัง หยาดทิพย์ ราชปาล นอกจากนี้ นายรามา ยังเคยถูกดีเอสไอออกหมายเรียกในฐานะพยานให้เข้าชี้แจงปมรับซื้อห้องชุด (เพนท์เฮาส์) ราคากว่า 245 ล้านบาท ซึ่งเคยเป็นทรัพย์ของนายอภิรักษ์ โกฎธิ ผู้บริหาร Forex-3D ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ภายในกระทรวงยุติธรรมว่า ภายหลังจากเมื่อวันที่ 14 มี.ค. ที่ผ่านมา นายรามา ได้มอบหมายให้ทนายความส่วนตัวเดินทางเข้ายื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษร โดยเนื้อหาภายในหนังสือเกี่ยวกับคำชี้แจงและเอกสารในประเด็นที่ทนายความของนายรามา ได้มารับทราบไปจากทางพนักงานสอบสวน เมื่อวันที่ 9 มี.ค. อาทิ คำคัดค้านที่นายรามาได้ให้ไว้กับทางอัยการ ในประเด็นที่ ปปง. ยื่นให้อัยการสั่งฟ้องต่อศาลแพ่งเพื่อให้เพนท์เฮาส์ตกเป็นของแผ่นดิน ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โดยกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ ทำคดีเกี่ยวกับนายเมฆ รามา จากมูลฐานคดีแชร์ Forex-3D เพื่อติดตามดูในส่วนของการฟอกเงิน การรับซื้อเพนท์เฮาส์ดังกล่าวว่ามีการสมรู้ร่วมคิดกับนายอภิรักษ์ โกฎธิ หรือไม่ หรือการซื้อขายครั้งนั้นมีการอำพรางหรือไม่ ซึ่งจากการรวบรวมพยานปรากฏว่ามีการอำพรางจริง แต่หลักฐานในทางอาญานั้นไม่เพียงพอ เพราะถ้าหากจะมีการแจ้งข้อหาแก่บุคคลใด พยานหลักฐานต้องชี้ชัด อย่างไรก็ตาม แม้ว่าพนักงานสอบสวนได้มีการสรุปแล้วว่านายเมฆไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องฟอกเงิน แต่ก็ได้มีการป้องกันอีกชั้นโดยได้ส่งรายการทรัพย์สินและพฤติการณ์ต้องสงสัยให้ทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ไปพิจารณาในขั้นตอนถัดไปแทน

ส่วนข้อครหาที่มีการรายงานว่า มีคนใกล้ตัวนายเมฆได้ร่วมลงทุนใน Forex-3D และนายเมฆยังมีนอมินีเพื่อนำเงินจาก Forex-3D ไปซื้อเพนท์เฮ้าส์นั้น ในแนวทางการสืบสวนยังไม่พบเส้นทางการเงินของนายเมฆที่เข้าไปพัวพัน ส่วนญาติพี่น้องจะเข้าไปเกี่ยวข้องลงทุนด้วยหรือไม่ ต้องย้อนกลับไปที่สำนวนคดีหลักว่า ปรากฏชื่อพวกเขาในฐานะผู้เสียหายหรือไม่ แต่ในสำนวนคดีก็ไม่ปรากฏชื่อพวกเขาแต่อย่างใด อาจจะด้วยไม่ได้เข้าเเจ้งความประสงค์ในฐานะผู้เสียหายในช่วงเป็นคดีแรกๆ

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า คณะทำงานภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มีการติดตามกรณีของนายรามา มาตั้งแต่ช่วงกลางปี 2565 เนื่องจากพบว่า อาจมีความเกี่ยวข้องพัวพันกับเว็บพนันออนไลน์ โดยคณะทำงานตรวจสอบในมิติของเส้นทางการเงิน หากเส้นเงินเชื่อมโยงถึงจึงจะสามารถดำเนินคดีได้ ซึ่งตามหลักการทำงานของดีเอสไอ หากพบว่ามียอดเงินหมุนเวียนในธุรกิจที่มาจากการทำเว็บพนันในจำนวน 300 ล้านบาท ดีเอสไอก็จะดำเนินการดูในส่วนฟอกเงินว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง หรือมีทรัพย์สินอะไรบ้าง จากนั้นจึงไปติดตามดูในส่วนของเว็บไซต์ ซึ่งจะแตกต่างจากตำรวจไซเบอร์ อย่างไรก็ตาม ในเร็วๆ นี้ คณะทำงานจะมีการประสานเรื่องข้อมูลทั้งหมดที่รวบรวมไว้ นำส่งให้ทางตำรวจไซเบอร์ เพราะจากแนวทางสืบสวนที่ผ่านมา พบว่า นายรามาไม่ได้ดำเนินการด้วยชื่อตัวเองโดยตรง แต่ดำเนินการผ่านการใช้นอมินีแทน หรือผ่านพนักงานของตัวเอง ซึ่งพบว่ามีจำนวนมาก