ว่าที่เจ้าสาวร้องขอความเป็นธรรม หลังนำแหวนหมั้นเพชรส่งซ่อมร้านทองเพื่อปรับแก้ไซซ์ แต่เพชรกลับหาย โอดอุตส่าห์ไว้ใจร้าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาว สุพรรษา พัสสระ เดินทางเข้าพบ นายนิคม แก้วทอง ทนายความ เพื่อปรึกษาหารือข้อกฎหมาย เนื่องจากแหวนเพชรโดนร้านทองทำหายหลังจากนำไปให้ช่างปรับแต่ง
น.ส.สุพรรษา พัสสระ อายุ 36 ปี ชาวอำเภอมะนัง จ.สตูล กล่าวว่า แหวนเพชร วงนี้เป็นแหวนเพชรที่แฟนของตนเองซื้อให้เพื่อหมั้นตนเองเมื่อ ๒ ปีที่ผ่านมา โดยได้ซื้อที่ ประเทศออสเตรเลีย ในราคา 4200 ดอลาร์ออสเตรเลีย และมีน้ำหนัก 14k และมีใบรับรอง ใบสำคัญแสดงรายละเอียดของเพชร หรือที่เรียกอีกอย่างว่าใบเซอร์ โดยได้ออกจากร้านที่ แฟนตนเองซื้อมาให้ เมื่อ 2 ปี ที่ผ่านมา เพื่อมาหมั้นและเป็นแหวนแต่งงานให้ตนเอง แต่เนื่องจาก ช่วงนี้เป็นช่วงโควิดระบาด ไม่สามารถที่จะจัดงานแต่งงานได้ และแฟนก็อยู่ที่ประเทศออสเตรเลียก็ไม่สามารถที่จะเดินทางกลับมาได้ และตนเองก็อยู่ที่บ้านในพื้นที่ อ.มะนัง แต่เนื่องจากแหวนเพชร วงนั้นที่แฟนส่งมาได้มีขนาดหลวม
ในวันที่ 2เมษายน ที่ผ่านมา ตนเองจึงได้นำมาปรับแต่งแก้ขนาดที่ร้านทองชื่อดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ละงู จ.สตูล เพื่อแก้ไขลอบวงของแหวน เพื่อให้ได้ขนาดเท่ากับนิ้ว โดยร้านดังกล่าวเป็นร้านที่ตนมาใช้บริการเป็นประจำ จนสนิทและไว้ใจ และก่อนที่ตนเองจะนำแหวนให้ทางร้าน ดัดแปลงนั้น ก็ได้ถามทางร้านแล้วว่า ทำได้หรือไม่ เนื่องจากเป็นแหวนเพชร ทางร้านก็ตอบว่า ได้ ตนเองจึงได้ นำแหวน เพชรมอบให้ทางร้านพร้อมทั้งได้จ่ายค่า จ้าง ทำ ในราคา 650 บาท ซึ่งทางร้าน ก็ได้ออกใบเสร็จมาให้ เรียบร้อย และจะโทรให้มารับ แต่เนื่องจากระยะเวลาเลยไป 2เดือนแล้ว ยังไม่ได้รับแหวนเพชรคืน เมื่อติดต่อสอบถามไป ทางร้านก็อ้างว่า ติดช่วงโควิดบ้าง ยังไม่เสร็จบ้าง
และเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ตนเองได้ติดต่อสอบถามไปอีกครั้ง เนื่องจากเวลามันนานเกินไปจนน่าสงสัย สุดท้ายทางร้านก็ให้คำตอบกลับมาว่า แหวนเพชรได้สูญหายไปแล้ว และไม่แน่ใจว่าหายไปไหน ซึ่งทางร้านก็ได้แสดงความรับผิดชอบโดยการเสนอจะทำแหวนวงใหม่ให้ โดยให้มาวัดนิ้วใหม่ แต่เมื่อตนปรึกษากับแฟนที่อยู่ต่างประเทศ แฟนของตนเองไม่ยอม ขอให้ทางร้านชดใช้ให้ใหม่ โดยให้ ซื้อใหม่ที่ร้านเพชรโดยตรง เพื่อจะได้ยืนยันว่า ได้เพชรแท้ จากร้านโดยตรง หรือชดใช้เงินให้กลับครบตามจำนวนที่ตนได้ซื้อมา จำนวน 120,000 บาท โดยประมาณ
ซึ่งทางร้านก็บ่ายเบี่ยง เพราะถ้าหากว่า ทางร้านสั่งทำให้จากโรงงานนั้นตนเองไม่มั่นใจว่า จะได้เพชรแท้หรือไม่เพราะ เพชรของ ประเทศไทย กับเพชรของ ออสเตรเลียนั้น น้ำจะไม่เหมือนกัน และแหวนเพชรวงนี้ เป็นแหวนเพชรที่ใช้นั้นตนเองถือว่าเป็นแหวนที่มีคุณค่าทางจิตใจเป็นอย่างมาก เพราะเป็นแหวนที่ไว้ใช้ในวันที่แต่งงานหลังจากที่โควิด 19 หมดลง และแฟนของตนก็สามารถเดินทางมาได้
ดังนั้นตนเอง จึงอยากได้ แหวนเพชรคืน โดยจะต้องซื้อจากร้านขายเพชรโดยตรง และมีใบรับรองการผลิตเรียบร้อย ในเมื่อทางร้าน ไม่สามารถที่จะ รับข้อเสนอของตนเองได้ จึงได้ขอความเป็นธรรมไปยัง ทนายความ และพี่น้องสื่อ เพื่อขอให้ ทางร้านได้ นำกลับมาให้ตนเอง เพื่อจะได้ เก็บไว้สำหรับงานวันแต่งงาน ต่อไป
นางสาว สุพรรษา กล่าวต่อว่า "เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดจากความไว้ใจและ ไม่นึกเลยว่า จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น"
ด้านนายนิคม แก้วทอง ทนายความกล่าวว่า จากกรณีดังกล่าว บวกกับหลักฐานที่ผู้เสียหายนำมาแสดงให้ดูนั้น ชี้ให้เห็นว่า จะมีการกระทำความผิดอาญาเกิดขึ้นในเรื่องดังกล่าว และพร้อมที่จะนำผู้เสียหายไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อให้ดำเนินคดีความต่อผู้กระทำความผิดหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อไป
ล่าสุดทางร้านทำแหวนได้มีหนังสือถึงแสดงความเสียใจและจะรับผิดชอบ พร้อมยอมรับว่าได้ให้สูญหายระหว่างช่างดำเนินการ และเป็นเหตุสุดวิสัยอย่างยิ่ง โดยจะทำแหวนให้ขึ้นใหม่ มีลักษณะและน้ำหนักที่ถูกต้อง ตรงกันตามใบประกันที่ท่านได้ทำการซื้อแหวนทั้งสองวงนี้ให้แก่ลูกค้า เพื่อแสดงความรับผิดชอบ พร้อมกราบขออภัย และหวังว่าจะได้รับความเมตตาจากลูกค้าในครั้งนี้

















