"นายบอย" ใช้ปืนจี้ฉุดอดีตภรรยา นาน 5 วัน ยอมมอบตัว หลังตำรวจนำกำลังปิดล้อมนาน 10 ชั่วโมง บอกแค่จะพาตัวมาเคลียร์แล้วปล่อยไป แต่ฝ่ายหญิงไม่ยอมกลับ จึงต้องหนีเรื่อยมา

นายวรวิทย์ เตียวเจริญกิจ หรือ บอย ผู้ต้องหาใช้ปืนจี้ฉุดภรรยาไปทำร้ายร่างกาย นาน 5 วัน จนมุมตำรวจที่โรงแรมม่านรูด ริมถนนเลี่ยงเมืองขอนแก่น หลังเข้ากบดานตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา

เช้ามืดวันนี้ภายหลังจากตำรวจฝ่ายสืบสวน สืบทราบว่า นายบอย ได้พาอดีตภรรยาเข้ามาซ่อนตัวอยู่ในโรงแรมดังกล่าว ก็ได้วางแผนก่อนระดมกำลังตำรวจทั้งในและนอกพื้นที่ รวมทั้งชุดปฏิบัติการพิเศษกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4

และหน่วยอรินทราช จำนวนหลายสิบนาย เข้าปิดล้อมโรงแรมดังกล่าว ก่อนตั้งวอร์รูมอยู่ห่างจากจุดเป้าหมายประมาณ 200 เมตร เพื่อประเมินสถานการณ์ตลอดเวลา กระทั่งประมาณบ่ายโมงเศษ เมื่อมั่นใจว่า นายบอย ผู้ต้องหา ไม่ต่อสู้ขัดขืน จึงจัดชุดเข้าเจรจา ไม่นานนายบอย ก็ยอมจำนน จากนั้นตำรวจก็ได้พาแม่ และลูกชายคนโตวัย 12 ขวบ เข้าพูดคุย ก่อนคุมตัวมาสอบสวนเบื้องต้นที่สภ.เมืองเก่า จังหวัดขอนแก่น

นายบอย ยอมรับว่า ก่อเหตุใช้ปืนจี้ฉุดอดีตภรรยามาจริง สาเหตุจากถูกครอบครัวฝ่ายหญิงกีดกัน และยังถูกฝ่ายหญิงแจ้งความดำเนินคดีเกี่ยวกับทรัพย์ ด้วย จึงต้องการที่จะพาตัวมาพูดคุย(เคีลยร์ใจกัน) ส่วนก่อนหน้านี้ตั้งใจที่จะมอบตัวตั้งแต่จังหวัดอุทัยธานี แต่นางสาวปอ อดีตภรรยา ห้ามไว้ เพราะเห็นว่ามีปืน จึงเกรงว่าจะเกิดการปะทะและเป็นอันตราย จึงหลบหนีเรื่อยมา

หลังตำรวจสอบสวนเบื้องต้น พร้อมทำบันทึกจับกุม ได้ให้นายบอย กินข้าว จากนั้น เขาได้ร้องขอพบ “น้องไอโฟน” ลูกสาวคนเล็ก ทารกวัย 25 วัน

โดยทันทีที่นางสาวอร ภรรยาคนปัจจุบัน อุ้มลูกออกมาพบ นายบอย ได้เข้าไปอุ้มลูกทันที ก่อนพากันเข้าไปพูดคุยในห้องสอบสวนนานกว่าครึ่งชั่วโมง ทราบว่า เขาได้บอกกับลูกสาว ว่าขอให้เป็นเด็กดีอย่าดื้อ และก่อนที่ตำรวจจะคุมตัวนายบอย ออกจากห้องสอบสวนเพื่อส่งตัวไปที่สน.คลองตัน นายบอย ได้หอมแก้มภรรยา และลูกสาว พร้อมพูดกับลูกสาวอีกครั้ง ว่า เป็นเด็กดีนะ อย่าดื้อ แล้วเดี๋ยวจะกลับมาหา

ด้านแม่ของนายบอย บอกว่า ตำรวจได้ประสานให้มาเจรจากับลูกชาย ยอมรับว่า ตอนแรกรู้สึกกังวล กลัวจะมีการต่อสู้ขัดขืน และเป็นอันตราย เพราะลูกชายมีอาวุธปืนด้วย แต่ปรากฎว่า เมื่อไปพบกันโรงแรม ลูกชายก็ยอมมอบตัวกับตำรวจ และทันทีที่เห็นหน้าแม่ เขายังพูดด้วยว่า ไม่ต้องร้องไห้ พร้อมกับเล่าเรื่องราวต่างๆให้ฟัง ว่า ที่บุกไปชิงตัวนางสาวปอ อดีตภรรยา มา ก็เพื่อทำความเข้าใจเรื่องที่มีการแจ้งความดำเนินคดีกันเท่านั้น และเมื่อพูดคุยกันแล้ว ก็จะปล่อยตัวไป แต่ฝ่ายหญิงกลับไม่ไปเพราะเป็นห่วงกลัวนายบอย จะถูกจับ

ด้านครอบครัวของนางละมัย อู่อรุณ และนายวิม สุขสันติธรรม ตัวประกันที่นายบอยจี้ชิงรถไปปล่อยตัวที่ขอนแก่น ก็ได้เตรียมเสื้อผ้าและยาความดันไปที่จังหวัดขอนแก่นเพื่อรับตัวทั้งคู่กลับบ้าน ซึ่งนางละมัยได้โทรศัพท์กลับมาที่บ้านและเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่าระหว่างทาง นายบอยได้ใช้ปืนตีศีรษะนายวิมเพราะไม่พอใจ คิดว่านายวิมพยายามโทรศัพท์ติดต่อขอความช่วยเหลือ ตลอดทางก็พยายามพูดดีกับนายบอย

ส่วนทางที่นายบอยใช้จะใช้ถนนเส้นทางรองทำให้ตนเองไม่ค่อยทราบว่าไปในเส้นทางไหน จำได้แค่ว่านายบอยออกจากด่านช้าง เข้าจังหวัดอุทัยธานี และขับมาเส้นทางที่เปลี่ยว มีปั้มน้ำมัน ตนเองจำไม่ได้ว่าเส้นทางไหน ก่อนนายบอยจะเติมน้ำมันที่ปั้มน้ำมันแห่งหนึ่ง 500 บาท ก่อนที่ตนเองจะเห็นป้ายอีกทีที่อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์และเข้ามาที่จังหวัดขอนแก่น โดยตลอดทางก็พยายามบนบานสานกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตลอดทาง

สำหรับการจับกุมนายบอย ครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากได้ก่อเหตุใช้ปืนจี้ฉุดภรรยาไปทำร้ายร่างกาย และต่อมาได้ก่อเหตุจี้ 2 ตัวประกัน พร้อมชิงรถกระบะหลบหนี เมื่อวานนี้ หลังเกิดเหตุตำรวจได้สืบสวนติดตาม กระทั่งทราบว่า นายบอย ได้ขับรถพาอดีตภรรยา พร้อมกับตัวประกันอีก 2 คน หลบหนีไปบนถนนด่านช้าง - บ้านไร่ ตัดเข้าอำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี ก่อนลัดเลาะบนทางสายรอง เข้าสู่อำเภอแม่เปิน จังหวัดนครสวรรค์ เข้าสู่อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ เข้าจังหวัดชัยภูมิ และเข้าสู่จังหวัดขอนแก่น

โดยเมื่อเข้าสู่เขตจังหวัดขอนแก่น แล้ว ทราบว่า นายบอย ได้ขับรถกระบะ วนอยู่ในพื้นที่อำเภอบ้านไผ่ และอำเภอพล ก่อนจะรู้สึกอ่อนเพลีย และขับรถเข้าพักที่โรงแรมม่านรูด ริมถนนเลี่ยงเมืองขอนแก่น ก่อนจะปล่อยตัวประกันพร้อมคืนรถกระบะไป

ขณะที่หลังจับกุมตัวนายบอย แล้ว ทีมข่าวช่อง 8 ได้ขอเข้าไปสำรวจโรงแรมที่พักของนายบอย เมื่อคืนนี้ พบว่า ในห้องยังมีขนมและอาหารเล็กน้อย แต่ที่น่าตกใจ คือ เราพบยากินและยาทาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ที่ใช้แล้วตกอยู่ โดยพนักงานของทางโรงแรม ยืนยันว่า ภายหลังนายบอย ถูกตำรวจควบคุมตัวไป ก็ยังไม่มีการเข้ามาทำความสะอาดห้องนี้ โดยสภาพห้อง เป็นสภาพเดิมตั้งแต่ที่นายบอย เข้าพักเมื่อคืนนี้

 

"บอย" สิ้นลายยอมมอบตัวแล้ว สารภาพถูกกีดขวางทางรัก