"โทน บางแค" ร้อง ผบ.ตร. ขอความเป็นธรรม อ้างถูก "บิ๊กเต่า" เรียกพบไร้หมายกองปราบ พร้อมตั้งคำถามใช้อำนาจรัฐกดดันเปลี่ยนสัญญาหนี้ได้หรือไม่
วันที่ 1 พ.ค. 2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายโทนทอง สุขแก่น หรือ “โทน บางแค” อายุ 43 ปี ผู้เชี่ยวชาญพระเครื่อง เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อร้องขอความเป็นธรรม และขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
นายโทนทอง ระบุว่า ก่อนหน้านี้มีบุคคลที่สาม ติดต่อให้เข้าพบ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยไม่มีหมายเรียก แต่ตนตัดสินใจไปพบเนื่องจากความเชื่อใจ

เหตุเกิดเมื่อวันที่ 17 เม.ย. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 14.00 น. ที่ชั้น 27 อาคารกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งเป็นห้องทำงานของผู้บังคับบัญชา ภายในห้องมีคู่กรณีซึ่งเป็นเจ้าหนี้ ทนายความ เลขานุการ และบุคคลที่อ้างว่าเป็นพนักงานอัยการ ร่วมพูดคุยเกี่ยวกับหนี้สินของตน
เจ้าตัวอ้างว่า ระหว่างการเจรจา ถูกกดดันให้ยกเลิกสัญญารับสภาพหนี้เดิม และให้ทำสัญญาฉบับใหม่ที่มีเงื่อนไขเสียเปรียบ พร้อมมีการนำเอกสารและภาพทรัพย์สินส่วนตัว เช่น รถยนต์ นาฬิกา รวมถึงภาพภรรยา มาแสดงประกอบการพูดคุย
ต่อมา มีการนัดหมายให้เข้าพบอีกครั้งในวันที่ 24 เม.ย. แต่ตนมอบหมายให้ทนายความไปแทน โดยยังคงเป็นการหารือเรื่องเดิม คือการเร่งรัดให้ชำระหนี้ทันที และให้ยกเลิกสัญญาเดิม
นายโทนทอง ยืนยันว่า สัญญารับสภาพหนี้เดิมกำหนดระยะเวลาชำระ 5 ปี ถึงปี 2573 และมีการนำอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักประกัน ซึ่งจัดทำโดยบริษัทกฎหมายของคู่กรณี แต่กลับถูกระบุภายหลังว่า ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ทั้งนี้ ได้ตั้งข้อสังเกตว่า การกระทำดังกล่าว เจ้าหน้าที่รัฐสามารถใช้อำนาจหน้าที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการทวงหนี้ทางแพ่งได้หรือไม่ รวมถึงตั้งข้อสงสัยถึงบุคคลที่อ้างตัวเป็นพนักงานอัยการ ว่าเป็นตัวจริงหรือไม่ พร้อมเรียกร้องให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง
นายโทนทอง กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนในฐานะประชาชนควรได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายอย่างเท่าเทียม และยอมรับว่าขณะนี้รู้สึกไม่ปลอดภัย มีทั้งความกังวลและหวาดระแวง จนกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน














