ชาวบ้านดอนมะจ่าง จังหวัดนครพนม นำโฉนดที่ดินวางค้ำประกันกู้เงิน กลุ่มออมทรัพย์ของหมู่บ้าน แต่เมื่อส่งเงินต้นและดอกครบ ไปขอโฉนดคืน พบว่าโฉนดหายไปยกหมู่บ้านรวม 17 ฉบับ แถมโฉนดของชาวบ้านบางรายไปโผล่อยู่ในมือของนายทุน นอกพื้นที่อีกด้วย
ชาวบ้านดอนมะจ่าง หมู่ 2 ตำบลท่าบ่อสงคราม อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม รวม17 คน ร้องเรียนผ่านนักข่าวช่อง 8 ว่า โฉนดที่ดินที่พวกตนเองนำไปวางค้ำประกัน เพื่อกู้เงินจากกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนมะจ่าง โดยไม่มีการจดจำนอง ได้หายไปจากที่เก็บรักษา ภายในบ้านของเลขานุการกลุ่มออมทรัพย์ฯ
เมื่อสอบถามไปที่เลขาฯ ก็อ้างไม่ทราบว่าหายไปไหน และหายไปได้อย่างไร แต่จู่ๆก็มีโฉนดที่ดินอย่างน้อย 2 แปลง โผล่ไปอยู่ในมือของนายทุนต่างจังหวัด พร้อมอ้างว่ามีคนนำมาวางเพื่อกู้เงินไป 5 แสนบาท
นายนิกร เกษมสินธุ์ อายุ 69 ปี ข้าราชการครูบำนาญ เป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนมะจ่าง และยังเป็นหนึ่งในจำนวนผู้ร้องทุกข์ บอกว่า กลุ่มดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อปี 2528 โดยมีผู้ใหญ่บ้านดอนมะจ่างในขณะนั้น ร่วมกันก่อตั้งขึ้น เป็นการรวมกลุ่มเพื่อการออมทรัพย์ประจำเดือน เปิดให้ชาวบ้านซื้อหุ้นๆละ 10 บาท จนมีเงินพอกพูนเพิ่มขึ้น จึงมาปล่อยให้สมาชิกในหมู่บ้านกู้ยืม คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1 บาท มีกำหนดส่ง 1 ปี
ตลอดเวลากว่า 30 ปี ไม่เคยเจอปัญหาลักษณะนี้ จึงถือว่าเป็นเรื่องที่แปลกมาก
นายศรีศักดิ์ บัวสาย อายุ 42 ปี บ้านเลขที่ 23 หมู่ 2 บ้านดอนมะจ่าง บอกว่าปี 2556 ได้นำโฉนดที่ดิน จำนวน 19 ไร่ ขอกู้เงินจากกลุ่มออมทรัพย์ฯ เป็นเงิน 2 แสน 4 หมื่นบาท
แต่เมื่อปลายปี 2560 เลขาฯผู้ที่เก็บรักษาโฉนด ได้มาบอกว่า โฉนดได้หายไป โดยไม่ทราบสาเหตุ จากนั้นจึงพากันไปขอออกใบแทน ที่ดินอำเภอศรีสงคราม
แต่ปรากฏว่ามีผู้หญิงอ้างว่าชื่อ นางสาวปรียาภรณ์ (ขอสงวนนามสกุล) มีภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร ส่งหนังสือคัดค้านการออกใบแทน เนื่องจากมีบุคคล 2 คน นำมาวางค้ำประกันการกู้ยืมเงิน 5 แสนบาท พร้อมกับนำโฉนดฉบับจริงมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ด้วย ทำให้ตนเองไม่สามารถขอใบแทนได้ และตนเองสงสัยมาก ว่าโฉนดของตนเองไปโผล่อยู่ในมือของนายทุนได้อย่างไร
เช่นเดียวกับชาวบ้านอีกราย บอกว่า ได้นำโฉนดที่ดิน จำนวน 1 ไร่เศษ วางค้ำกู้เงินไป 5 หมื่นบาท และได้ชำระคืนหมดแล้ว ทั้งต้นและดอกเมื่อปี 2561 แต่เมื่อไปขอโฉนดที่ดินคืน ปรากฏ โฉนดที่ดินของชาวบ้าน 17 ฉบับ หายไปทั้งหมด ที่ผ่านมา ชาวบ้าน ได้ไปร้องทุกข์จากหลายหน่วยงาน แต่จนถึงขณะ ก็ยังไม่มีความคืบหน้า
ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าว ได้พยายามติดต่อสอบถามกับ เลขาฯกลุ่มออมทรัพย์ฯ เพื่อให้มาชี้แจงกรณีดังกล่าว แต่ได้รับคำตอบว่ากำนันไม่ให้รายละเอียด และไม่พร้อมที่จะให้ข่าวใดๆทั้งสิ้น

















