โผล่อีกรายเหยื่อข้าวกล่อง ลูกสาวเตรียมแจ้งความดำเนินคดีกับ 2 ผู้ต้องหาคดีหลอกทำข้าวกล่อง หลังพ่อโดนหลอกให้ทำข้าวกล่องกว่า 2 หมื่นกล่อง จนพ่อเครียดเสียชีวิต ขณะที่เมื่อวาน ศาลอุทธรณ์ พิพากษาจำคุก1 ปี "อิ๋ว"หนึ่งในผู้ต้องหาคดีหลอกสั่งทำข้าวกล่อง ในคดียาเสพติด
ศาลอุทธรณ์ยืนจำคุก 1 ปี ปรับ 1 แสน "เจ๊อิ๋ว ข้าวกล่อง" คดียาเสพติด
หลังจากพนักงานสอบสวน สภ.พญาแมน อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ ได้ควบคุมตัว น.ส.ธนิตา หรืออิ๋ว จันทร์อิ่ม และ น.ส.กัญจ์หทัย สุขใจ 2 ผู้ต้องหาในความผิดฐานฉ้อโกงทรัพย์ไปฝากขังต่อศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ ในคดีหลอกสั่งทำข้าวกล่องและน้ำดื่ม 1 หมื่นชุดส่งโรงงานแห่งหนึ่งใน จ.พิษณุโลก เสียหายเกือบ 1 ล้านบาท ซึ่งศาลได้อนุญาตผัดฟ้องฝากขัง มีกำหนดครั้งละ 6 วันไปแล้วนั้น
เมื่อวานนี้ (9พ.ย.) ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ได้พิพากษา คดีที่นางธนิตา หรืออิ๋ว ต้องโทษในความผิด ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ เพิ่มอีกคดีด้วย
เนื่องจากที่ผ่านมาจำเลยได้ขอเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์มาหลายครั้งอ้างว่า มีอาการป่วย โดยศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นจำคุก น.ส.ธนิตา หรืออิ๋ว 1 ปี ปรับ 1 แสนบาท
สำหรับคดีฉ้อโกงทรัพย์นั้น เบื้องต้นมีญาติของ น.ส.ธนิตา ติดต่อเตรียมยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวไว้ แต่เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำคุก 1 ปี ปรับ 1 แสนบาท ญาติจึงแจ้งความประสงค์ไม่ยื่นขอปล่อยชั่วคราว น.ส.ธนิตา ทั้ง 2 คดี
ส่วน น.ส.กัญจ์หทัย ผู้ต้องหาที่ 2 นั้นไม่มีญาติยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงนำตัวทั้งสองไปควบคุมไว้ที่เรือนจำอุตรดิตถ์ต่อไป
ผู้เสียหายขนข้าวกล่องเน่าทิ้งบ่อขยะรวมของเทศบาล
ขณะที่นายวีระวัฒน์ กุยแก้ว สามีของนางธนิสร กุยแก้ว ผู้เสียหายที่ถูกหลอกทำข้าวกล่อง นำข้าวกล่อง 5,000 กล่อง ซึ่งเน่าเสียมาถึง 5 วันแล้ว และกองอยู่ภายในบ้านนำขึ้นรถยนต์กระบะ ทยอยขนไปทิ้งยังบ่อขยะรวมของเขตเทศบาลตำบลวังกะพี้ จ.อุตรดิตถ์ ถึง 3 เที่ยว
เพราะคนภายในบ้านทนกลิ่นเน่าเหม็นเน่าบูดของข้าวกล่องไม่ไหวแล้วและไม่จำเป็นต้องเก็บเอาไว้อีก เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบและถ่ายภาพนำไปเป็นหลักฐานในคดีนี้เรียร้อยแล้ว
พ่อสามีคนแรกแฉ "อิ๋ว" หลอกเอาที่ดิน 5 ไร่ พร้อมบ้านไปขายจนหมดตัว
ขณะเดียวกัน นายเลี้ยว อยู่สี อายุ 66 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้าน 2 สมัย หมู่ 8 ต.หาดกรวด อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ก่อนหน้านี้เมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมา นางธนิตา หรืออิ๋ว ได้มาอยู่กินฉันสามีภรรยากับบุตรชาย จนมีลูกด้วยกันเป็นชาย 1 คน ต่อมานางธนิตาอยากจะขายผลไม้จึงมาขอเอาโฉนดที่ดิน 5 ไร่กว่า พร้อมบ้านหลังใหญ่ที่ทุกคนอยู่รวมกัน ไปขายฝากกับคนในหมู่บ้าน 1 หมื่นบาท
แต่ต่อมาปี 2549 เจ้าของเงินได้มาทวงถามเงินกว่า 4 แสนบาท โดยระบุว่านางธนิตาได้ทยอยมาขอเพิ่มครั้งละ 1 หมื่น- 2 แสนบาทเรื่อยมา ซึ่งตนเองและลูกชายไม่เคยรู้เรื่องนี้เลย ทำให้ต้องสูญเสียที่ดินพร้อมบ้านไป ลูกชายโกรธจัดจึงได้เลิกรากับนางธนิตาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
โผล่อีกราย ลูกร้องพ่อโดนหลอกทำข้าวกล่องสูญกว่า 3 ล้าน เครียดจนตาย
ส่วนอีกด้านหนึ่ง น.ส.นภัสวรรณ ยิ้มเจริญ อายุ 26 ปี ซึ่งเป็นบุตรสาวของนายอัครเดช ยิ้มเจริญ อายุ 53 ปี เสียชีวิตไปแล้ว เมื่อวันที่ 20 กันยายนปีที่แล้ว ได้เดินทางมาสถานีตำรวจภูธรวังกะพี้ เมืองอุตรดิตถ์ เพื่อให้ปากคำกับคณะกรรมการสอบสวนระดับจังหวัดในฐานะพยาน หลังจากบิดาถูก น.ส.กัญจ์หทัย และ น.ส.ธนิตา หลอกทำข้าวกล่องอีกราย
เนื่องจากก่อนบิดาเสียชีวิต บิดาได้รับว่าจ้างให้ทำข้าวกล่อง 20,000 กล่อง หลังทำข้าวเสร็จ ผู้ว่าจ้างบอกว่าข้าวไม่ดี ข้าวไม่ได้มาตรฐาน จะทำการปรับเป็นเงิน 350,000 บาท เท่ากับจำนวนข้าวกล่องๆ ละ 35 บาท และถูกปรับไปเป็นเงิน 700,000 บาท
โดยมีการโอนเงินเข้าบัญชีให้ ในเวลาต่อมาพ่อคิดมากเรื่องหนี้สินที่ต้องไปกู้หยิบยืมเขามาลงทุน แต่ไม่ได้เงินคืน จนทำให้ขาดทุนกว่า 3 ล้านบาท ส่งผลทำให้พ่อเครียดจนเสียชีวิตจากเส้นเลือดอุดตันในสมอง
ทั้งนี้ ในวันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายนนี้ ช่วงเช้า น.ส.นภัสวรรณ บอกว่า จะเดินทางไปที่สถานีตำรวจภูธรเมืองอุตรดิตถ์ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดกับ น.ส.กัญจ์หทัย และ น.ส.ธนิตา ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงเอาทรัพย์สินจากคุณพ่อต่อไป

















