ชาวนาสมาชิกสหกรณ์ ผู้ใช้น้ำ 2 สหกรณ์ เร่งสูบน้ำจากแม่น้ำเพชรบุรี ที่ไหลมาจากเขื่อนแก่งกระจาน ให้เข้าสู่พื้นที่นากว่า 2,000 ไร่ เพื่อลดมวลน้ำจากเขื่อนแก่งกระจาน ที่จะไหลเข้าสู่ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี
เร่งสูบน้ำเหนือเขื่อนเพชร เข้าพื้นที่นากว่า 2 พันไร่
ที่โรงสูบน้ำกรมชลประทาน หมู่ 2 ตำบลท่าไม้รวก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี นายประกอบ เผ่าพงศ์ สหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี พร้อมด้วย ตัวแทนชาวนา ที่เป็นสมาชิกของสหกรณ์ผู้ใช้น้ำ หนองเตียน จำกัด และ สหกรณ์ผู้ใช้น้ำแม่ประจันต์ จำกัด เร่งลงมือสูบน้ำจากแม่น้ำเพชรบุรี ที่ไหลมาจากเขื่อนแก่งกระจาน เข้าสู่พื้นที่นาของสมาชิกฯ พื้นที่กว่า 2,000 ไร่ ในพื้นที่ตำบลท่าไม้รวก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี เพื่อลดมวลน้ำจากเขื่อนแก่งกระจานที่จะไหลเข้าสู่ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี
ด้าน นายประกอบ เผ่าพงศ์ สหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า สหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี ได้พลิกวิกฤตเป็นโอกาส โดยขอความร่วมมือจาก สหกรณ์ผู้ใช้น้ำหนองเตียนฯ และ สหกรณ์ ผู้ใช้น้ำแม่ประจันต์ฯ ซึ่งเป็นเครือข่ายที่ตั้งอยู่เหนือเขื่อนเพชร เร่งสูบน้ำลงคลองชลประทานสายย่อย ให้ไหลลงสู่ที่นาในพื้นที่ของสมาชิกสหกรณ์ผู้ใช้น้ำ พื้นที่กว่า 2,000 ไร่ นาน 15 วัน
เบื้องต้น คาดว่า จะสามารถระบายน้ำรวมทั้งหมดประมาณ 6 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่หากว่าสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ยังรุนแรงอยู่ ก็จะสูบน้ำเข้านาให้เพิ่มขึ้น ในลักษณะเป็นแก้มลิงกักเก็บน้ำไว้ให้มากที่สุด และ เมื่อสถานการณ์น้ำคลี่คลาย ก็จะผันน้ำลงแม่น้ำเพชรบุรี เพื่อช่วยเหลือแบ่งปริมาณน้ำไหลเข้าสู่ตัวเมืองเพชรบุรี ให้น้อยลง
รองผู้ว่าฯเพชรบุรี ลงพื้นที่น้ำท่วม ต.บางครก อ.บ้านแหลม
ขณะเดียวกัน เมื่อวานนี้ นายณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี พร้อมด้วย นายศรีธรรม ราชแก้ว นายอำเภอบ้านแหลม และ เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ บ้านบางลำพู หมู่ 3 ตำบลบางครก อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี หลังน้ำทะเลหนุนสูงดันน้ำในแม่น้ำเพชรบุรี ไหลเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ประมาณ 50 หลังคาเรือน ที่อยู่บริเวณริมแม่น้ำ ระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 50 เซนติเมตร
นายศรีธรรม ราชแก้ว นายอำเภอบ้านแหลมกล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ในช่วงฤดูฝน น้ำในแม่น้ำเพชรจะไหลเอ่อล้นเป็นปกติประจำทุกปี แต่เนื่องจากในปีนี้ น้ำในแม่น้ำเพชรบุรี มีมาก และ มาเร็ว ประกอบกับเป็นช่วงน้ำทะเลหนุน พื้นที่ดังกล่าวจึงได้รับผลกระทบเร็วขึ้น โดยในช่วงกลางคืนน้ำทะเลจะหนุนสูง ทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้น อยู่ที่ประมาณ 30-70 เซนติเมตร ชาวบ้านต้องขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง และนำรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ไปจอดไว้ในวัดบางลำภู ซึ่งตั้งอยู่ใกล้เคียง
ส่วนการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น ทางชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้นำเครื่องสูบน้ำ จำนวน 39 ตัว มาติดตั้งในพื้นที่ 10 จุด ที่สามารถสูบน้ำออกแล้ว

















