นักวิจัยด้านสาหร่าย เผยว่า เคยทำการศึกษา พบสาหร่ายที่ถ้ำหลวง ผลิตออกซิเจนได้ อาจเป็นปัจจัยส่วนหนึ่ง ที่ช่วยให้ทีมหมูป่า 13 ชีวิตยังมีอากาศหายใจในถ้ำ
รองศาสตราจารย์ ด็อกเตอร์ ยุวดี พีรพรพิศาล อดีตอาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็นนักวิจัยด้านสาหร่ายและเคยทำการค้นคว้าวิจัยเรื่องราวเกี่ยวกับสาหร่าย ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เมื่อหลายสิบปีก่อน บอกว่า จากการที่ ทีมนักวิจัย ศึกษาสาหร่ายที่มีชีวิตในถ้ำ ซึ่งมีสภาพที่มืดสนิท ไม่มีแสงสว่าง แต่ยังสามารถมีชีวิตและเจริญเติบโตได้ในสภาพดังกล่าว พบว่า มี 2 ชนิด คือ สาหร่ายในตระกูล โครโอคอกคัส อยู่ในน้ำที่มีลักษณะน้ำนิ่ง น้ำไหลเอื่อย และ ดินที่ชื้น เป็นสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน
ลักษณะพิเศษ คือ สามารถมีชีวิตอยู่ในที่มืด ไม่มีแสงสว่างและเจริญเติบโต มีการสังเคราะห์แสง โดยใช้คาร์บอนไดออกไซน์ และสามารถผลิตออกซิเจน ออกมาในถ้ำได้ จึงอาจเป็นส่วนประกอบเล็กๆ ที่มีส่วนช่วยให้ 13 ชีวิต มีอากาศรอดอยู่ในถ้ำ ได้นานเกือบ 10 วัน
รองศาสตราจารย์ ด็อกเตอร์ ยุวดี ย้ำว่า สาหร่ายที่ค้นพบเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ที่สร้างออกซิเจนในถ้ำหลวงเท่านั้น แต่ปัจจัยหลักขึ้นอยู่กับเรื่องของสภาพภูมิประเทศ การไหลเวียนของอากาศ ไหลเวียนของลม มากกว่าปัจจัยจากสิ่งมีชีวิตเล็กๆ อย่างสาหร่าย แต่การค้นพบนี้ถือเป็นงานวิจัยสำคัญในการต่อยอดวิจัยอื่นๆได้

















