กองปราบฯ จับกุมตัวพี่ชายของ อดีตพระครูกิตติ รองเจ้าอาวาสวัดกุฏีทอง หลังร่วมกันนำพระพุทธรูปหน้าตัก 25 นิ้ว ไปขาย เบื้องต้น เจ้าตัวยังให้การปฏิเสธ
ตำรวจกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม ควบคุมตัว นายอนุรักษ์ ชูเนตร ผู้จัดการโรงไฟฟ้าไฟฟ้า ที่ จังหวัดอ่างทอง ผู้ต้องหาร่วมกันนำพระพุทธรูปหน้าตัก 25 นิ้ว ไปขาย และ ยังเป็นพี่ชาย อดีตพระครูกิตติ รองเจ้าอาวาสวัดกุฏีทอง อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ มาสอบปากคำที่กองปราบฯ โดยตำรวจสามารถควบคุมตัว ผู้ต้องหารายนี้ได้ ที่บ้านพักใกล้วัดท่าโขลง ตำบลวัดตูม อำเภอเมือง จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นการขยายผลจากการจับกุม อดีตพระครูกิตติ และ ยังมีผู้ร่วมขบวนการอีกหลายราย ในหลายคดีที่เกี่ยวข้อง
เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฎิเสธทุกข้อกล่าวหาและ อ้างว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว แต่แนวทางการสืบสวนทราบว่า นายอนุรักษ์ เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวหลังพระพุทธรูปเก่าแก่ 3 องค์ ของวัดตราชู หายไป ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถติดตามกลับคืนมาได้ 1 องค์ และ จากการสอบสวนพบว่า อดีตพระกิตติ ได้นำพระพุทธรูปองค์นี้ ไปฝากไว้ที่บ้านของ นายอนุรักษ์ ซึ่งเป็นพี่ชาย ส่วนพระพุทธรูปอีก 2 องค์ยังหายสาบสูญอยู่
หลังจากนี้ จะส่งตัวผู้ต้องหาไปฝากขัง ที่ศาลอาญาทุจริตและคดีประพฤติมิชอบกลาง จ.พระนครศรีอยุธยา ในข้อหาร่วมกันเป็นผู้สนับสนุนเป็นเจ้าพนักงานปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และ รับของโจร
ขณะเดียวกันเมื่อวานนี้ ตำรวจกองปราบปราม ได้เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายจำนวน 4 จุด พบของกลางเป็นพระโบราณกว่า 100 องค์ ซึ่งพระทั้งหมดยังไม่ทราบที่มาที่ไป หวั่นว่าเป็นพระที่ถูกโจรกรรมมาจากทั่วประเทศ ซึ่งขณะนี้ ตำรวจอายัดไว้ที่วัดกุฎีทอง แล้ว
ส่วนที่ จ.สิงห์บุรี ชาวบ้านวัดกุฎีทอง นับสิบคนเดินทางมารวมตัวที่กุฏิของ หลวงพ่อเมตตา เจ้าอาวาสวัดกุฎีทอง หลังมีข่าวว่า มีไวยาวัจกร ของวัดฯ ซึ่งเป็นคนสนิทของอดีตพระครูกิตติ โทรหาเจ้าหน้าที่สำนักพุทธศาสนา จังหวัดสิงห์บุรี ให้เข้ามาตรวจสอบที่วัดกุฎีทอง โดยแอบอ้างว่า หลวงพ่อเมตตา (เจ้าอาวาส) เป็นผู้สั่งการ เมื่อชาวบ้านทราบข่าว จึงได้เดินทางมาพบหลวงพ่อเมตตา และ สอบถามว่า ได้สั่งการหรือไม่ โดยหลวงพ่อเมตตา บอกว่า ไม่ได้มีการสั่งการใดๆ ชาวบ้านจึงเกิดความสงสัยในพฤติกรรม ของไวยาวัจกร รายนี้ เกรงว่า อาจจะแอบทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ ระหว่างชาวบ้านมารวมตัวกัน แต่ไม่พบไวยาวัจกรคนดังกล่าวแต่อย่างใด
ขณะเดียวกัน ชาวบ้านได้สอบถาม หลวงพ่อเมตตา กรณีพระสงฆ์ที่เข้ามาอยู่ในวัด อย่างไม่ถูกต้องจำนวนหลายรูป ว่าจะดำเนินการอย่างไร (ส่วนใหญ่ เข้ามาอยู่ในช่วงที่ อดีตพระครูกิตติ ยังอยู่ และ เป็นพระในสังกัดทั้งสิ้น) เบื้องต้น หลวงพ่อเมตตา มีคำสั่งให้พระสงฆ์ที่เข้ามาอยู่อย่างไม่ถูกต้อง ย้ายออกไปให้หมด
ส่วนพระสงฆ์ ที่ไม่ประกอบกิจของสงฆ์ อย่างเช่น ไม่บิณฑบาต ไม่สวดมนต์ทำวัดเช้าเย็น ไม่ขึ้นศาลาประกอบศาสนกิจ ไม่ประพฤตนอยู่ในศีลในธรรมตามข้อปฏิบัติของสงฆ์ ก็ให้ออกเช่นกัน
สำหรับการเลือกคณะกรรมการวัด ขึ้นมาใหม่นั้น หลวงพ่อเมตตา เจ้าอาวาสวัดกุฎีทอง และ ชาวบ้าน ได้ลงความเห็นว่า จะนัดชาวบ้านทั้งหมด ในแถบวัดกุฎีทอง ให้มาประชุมกันในวันที่ 4 มิถุนายนนี้ เพื่อคัดเลือกแต่งตั้งคณะกรรมการวัดชุดใหม่ เพื่อช่วยเหลือเจ้าอาวาสในการดูแลวัดและป้องกันไม่ให้ใครมามีอำนาจกดขี่ภายในวัดได้อีก

















