จ.บึงกาฬ ร่วมกับ อ.พรเจริญ จัดงานบุญผะเหวดเทศน์มหาชาติบึงกาฬสองฝั่งโขง เพื่อสืบสานวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของท้องถิ่น ดำรงไว้ซึ่งพระพุทธศาสนา โดยมีพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและชาว สปป.ลาว กว่า 3,000 คน นุ่งซิ่นห่มขาว ร่วมขบวนแห่ผ้าผะเหวดยาวถึง 1.5 กม.

ที่บริเวณวัดอรัญญานี บ.ดอนหญ้านาง ต.ดอนหญ้านาง อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ นายพิสุทธิ์ บุษยพรรณพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ และนายนิพนธ์ คนขยัน นายก อบจ.บึงกาฬ เป็นประธานเปิดงานบุญผะเหวดเทศน์มหาชาติบึงกาฬสองฝั่งโขง โดยงานในปีนี้มีไฮไลท์อยู่ที่ขบวนแห่ผะเหวด และการแห่หาบเงินหาบทอง มีการตั้งขบวนแห่ผะเหวด ที่บริเวณหนองเลิง ซึ่งสมมุติกันว่าเป็นป่า ตามเรื่องราวในพระเวสสันดรชาดก และเริ่มนำขบวนแห่ประกอบด้วยรถขบวนพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ขบวนธงชาติและธงตราสัญลักษณ์ ขบวนฟ้อนรำ ขบวนตง ที่นำช้างมาร่วมขบวนพระเวสสันดร 2 เชือก ขบวนพระสงฆ์และขบวนผ้าผะเหวดเป็นผ้าซึ่งเขียนภาพเป็นเรื่องราวพระเวสสันดรชาดกทั้ง 13 กัณฑ์ที่แฝงปริศนาธรรมไว้ในขบวนผ้าผะเหวดยาว ถึง 1.5 กม. รวมระยะทางทั้งขบวนกว่า 2.5 กม. ผ่านไปตามหมู่บ้านต่างๆ ใน ต.ดอนหญ้านาง ก่อนจะเข้ามาที่วัดอรัญญานี

โดยตลอดเส้นทางจะมีชาวบ้านทำน้ำหอมมาตั้งไว้ให้ผู้ที่แห่ผะเหวด เอาดอกไม้จุ่มเป็นการบูชาพระเวสสันดร เมื่อถึงบริเวณวัดแล้วนำผ้าผะเหวดไปขึงไว้บริเวณรอบศาลาการเปรียญ มูลเหตุที่มีการทำบุญผะเหวด มีเล่าไว้ในเรื่องพระมาลัยหมื่นมาลัยแสนว่า พระมาลัยได้ขึ้นไปไหว้พระธาตุเกศแก้วจุฬามณีในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์พบพระศรีอริยเทตไตรย พระศรีอริยเมตไตยได้ดำรัสสั่งกับพระมาลัยว่าถ้ามนุษย์อยากพบพระองค์ จงอย่าได้ทำบาปหนัก ได้แก่ ฆ่าหรือข่มเหงบิดามารดา สมณพราหมณาจารย์ทำร้ายร่างกายพระพุทธเจ้าและยุยงพระสงฆ์ให้แตกกัน ให้อุตสาห์ฟังเรื่องราวมหาเวสสันดรชาดกหรือผะเหวดให้จบในวันเดียวกันฟังแล้วให้นำไปประพฤติปฏิบัติจะได้พบพระศาสนาของพระองค์ เมื่อพระมาลัยกลับมาถึงโลกมนุษย์จึงได้บอกให้มนุษย์ทราบ โดยเหตุนี้ผู้ปรารถนาจะพบศาสนาพระศรีอริยเมตไตรย จึงพากันทำบุญผะเหวดสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

ภายในงานบุญผะเหวดเทศน์มหาชาติบึงกาฬ งานประเพณีสองฝั่งโขงมีกิจกรรมมากมาย เช่น การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน การรำวงย้อนยุค การแสดงจากวงดนตรีชื่อดัง และการจำหน่ายสินค้าธงฟ้าราคาถูก สินค้าโอท๊อป ที่สำคัญได้ร่วมทำบุญเพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาแสองออกถึงความสมัครสมานสามัคคีของคนในชุมชนโดยดึงเอาศาสนามาเป็นเครื่องยึดเนี่ยวจิตใจ

 

Cr.บุญถวิล/บึงกาฬ