ชาวบ้านน้ำพุ จ.สุโขทัย ร่วมกันอนุรักษ์ประเพณีทำขวัญควายที่กำลังจะหายไป เพื่อตอบแทนคุณควายที่มีต่อคนไทย โดยเฉพาะชาวไร่ชาวนามาตั้งแต่อดีต
ชาวนาบ้านกว้าว ตำบลบ้านน้ำพุ อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย จัดพิธีทำขวัญควาย เพื่อขอขมาต่อควาย ที่มีคุณในการใช้แรงงาน ซึ่งควายเป็นสัตว์เลี้ยงที่อยู่คู่ชาวไร่ ชาวนามานาน เป็นสัตว์ให้คุณ เป็นกำลังหลักของชาวนาในการปลูกข้าวเลี้ยงผู้คน มาโดยตลอด
ปัจจุบัน ควาย ถูกใช้งานน้อยลง เพราะวิถีชีวิตเกษตรกรเปลี่ยนไปจากการใช้แรงงานควายหันไปใช้แรงงานจากเครื่องจักรแทน
นายอุบล มะลิพรม อายุ 64 ปี เกษตรกร ผู้เลี้ยงควาย และเป็นหนึ่งในผู้ริเริ่มที่จะอนุรักษ์ประเพณีการทำขวัญควาย บอกว่า ในสมัยก่อนการทำนากว่าจะแล้วเสร็จต้องใช้เวลานานถึง 3 เดือน ไม่เร่งรีบเหมือนปัจจุบัน ในการใช้ควายไถนา ถ้าพื้นที่ประมาณ 1 งาน จะใช้เวลา 1 - 2 วัน ชาวนาจะใช้เวลาทำงานในตอนเช้าและเย็น เท่านั้น เพราะตอนกลางวันอากาศร้อน ทั้งคนและควายจะได้พักผ่อนเอาแรงก่อน ควายให้คุณแก่ผู้เป็นเจ้าของอย่างมากมาย นอกจากจะช่วยในการไถคราดแล้ว มูลควายยังนำมาใช้ประโยชน์ได้อีก ซึ่ง ควาย จึงเปรียบเสมือนสมาชิกในครอบครัว
สำหรับการสู่ขวัญควายนั้น เป็นการเตือนสติเตือนจิตเตือนใจ ให้คนมีความกตัญญูกตเวทีรำลึกถึงบุญคุณ ของควาย
ส่วนชาวผู้ไทบ้านนาโสก ตำบลนาโสก อำเภอเมืองมุกดาหาร จัดงานบุญ เดือนสาม ขึ้นสามค่ำ ประเพณีไขประตู เล้าภูไท เพื่ออนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมประเพณี ของชาวภูไท บ้านนาโสก พร้อม ทำบุญ ตักบาตร ทำบุญสะเดาะห์เคราะห์ สืบชะตา เพื่อความเป็นสิริมงคล อยู่ดีมีสุขซึ่งล้วนเป็นกิจกรรมที่ดี ควรค่าที่จะได้รับการอนุรักษ์สืบสาน ให้คงอยู่คู่กับชนเผาภูไทสืบไป ณ ศาลปูตากลางหมู่บ้านนายไพฑูรย์รักษ์ประเทศ
สำหรับ ประเพณีเปิดประตูเล้าสู่ขวัญข้าว ถือเป็นความเชื่อที่สืบทอดกันมานาน ภายในงานยังได้จัดขบวนแห่ ซึ่งได้เน้นให้เด็กหนักเรียนและเยาวชนเป็นส่วนใหญ่ ร่วมขบวนแห่ เพื่อเป็นการส่งแสริมสืบสานอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรม ในคงอยู่กับชนเผ่าภูไทตลอดไป

















