วันที่ 19 พ.ค. 59 ร้อยตำรวจเอกชูรถ บึงจันทร์ รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ ได้รับแจ้งว่ามีเหตุยิงกันตายที่ริมถนนราดยาง ทางเข้าบ้านปอหมัน ระหว่าง กม.ที่ 6 -7 ม.1 ตำบลทุ่งกุลา มีผู้เสียชีวิตอยู่ในที่เกิดเหตุ จึงพร้อมด้วย พันตำรวจเอกสุรัตน์ ส่งเสริม ผกก.สภ.ท่าตูม พันตำรวจโทประกิจ เหลืองวิไล รอง ผกก.สส. รุดไปยังที่เกิดเหตุ พบรถยนต์ปิคอัพยี่ห้อเชฟโรเล็ต สีบรอนด์เงิน ทะเบียน บย 5043 บุรีรัมย์ ตกอยู่อยู่ในคูน้ำริมถนนไฟหน้าเปิดค้างไว้ กระจกหลังติดสติกเกอร์สุรินทร์ดีเซลและมีรูกระสุนปืนทะลุ 1 รู กระจกประตูด้านซ้ายแตก มีรอยเลือดเป็นทางอยู่บนคอนโซลด้านหน้าฝั่งผู้โดยสาร นอกจากนั้นในกระบะหลังรถยังพบยาบ้าจำนวนหนึ่งห่อด้วยพลาสติกสีดำตกอยู่ นำมานับได้ 97 เม็ด
นอกนั้นยังพบผู้เสียชีวิตเป็นหญิงยังไม่ทราบชื่อนอนอยู่บนพื้นริมถนนห่างจากตัวรถยนต์ประมาณ 10 เมตร ลักษณะ รูปร่างอวบ ผิวขาว สูง อายุประมาณ 30 ปีเศษ สวมสร้อยคอทองคำมีแหวนทองร้อยอยู่กับสร้อย 1 วง สภาพศพสวมกางเกงขาสั้นสีดำเสื้อแขนสั้นสีขาว มีบาดแผลถูกยิงที่ศรีษะด้านหลัง 1 นัด กระสุนฝังใน ในกระเป๋ากางเกงพบเงินสด 16,000 บาท ไม่พบบัตรประจำตัวแต่อย่างใด ห่างออกไปอีกประมาณ 10 เมตร บนพื้นถนนลาดยางพบอาวุธปืนสั้นไทยประดิษฐ์ ขนาด .22 ตกอยู่ 1 กระบอก ซึ่งคาดว่าหญิงสาวคนดังกล่าวน่าจะถูกลวงมาฆ่าและไม่ได้มาคนเดียวคงมีคนขับรถมาด้วยกัน หลังเกิดเหตุหายตัวไป และคนร้ายโดยประสงค์ต่อทรัพย์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะตรวจสอบทะเบียนรถยนต์หาเจ้าของรถ จากนั้นก็จะสืบสวนหาที่ไปที่มาว่าหญิงคนดังกล่าวเป็นใครมาจากไหน
ต่อมามีพลเมืองดีไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าไปพบนายอภิวัฒน์ ใจมั่น อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22 หมู่ 3 ตำบลนาหนองไผ่ อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ มายืนรอรถโดยสารอยู่ริมถนนห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 3 กิโลเมตร สภาพสวมกางเกงยีนส์ขายาว เสื้อยึดแขนสั้นสีฟ้า ไม่สวมรองเท้า เปรอะเปื้อนไปด้วยโคลน จึงไปตรวจสอบพบยาบ้าห่อหุ้มด้วยพลาสติกอยู่ในกระเป๋ากางเกงข้างขวา 96 เม็ด จึงได้ทำการสอบสวนโดยนายอภิวัฒน์ บอกว่าผู้หญิงที่ถูกยิงเสียชีวิตชื่อนางยุพิน นามโคตร อายุ 27 ปี แฟนสาวของตนเองซึ่งอยู่บ้านเลขที่ 248 หมู่ที่ 5 ตำบลชุมเห็ด อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ก่อนเกิดเหตุตนและนางยุพินพร้อมกับเพื่อนทราบแต่ชื่อเล่นว่าเจ้ย ขับรถยนต์กลับจากธุระมาตามถนนสายท่าตูม-ชุมพลบุรี จู่ๆก็มีรถยนต์ 2 คันไม่ทราบสียี่ห้อขับตามหลังมาแล้วยิงปืนใส่ไล่หลัง นายเจ้ยซึ่งเป็นคนขับก็ได้เร่งเครื่องหลบหนี แต่คนร้ายก็ขับรถไล่ตามแล้วยิงปีนใส่อีก จนกระสุนปืนถูกนางยุพินซึ่งนั่งอยู่เบาะหน้าข้างคนขับฟุบลง นายเจ้ยตกใจทำให้รถเสียหลักตกลงข้างถนน ตนและนายเจ้ยจึงพากันวิ่งหนีฝ่าความมือไปคนละทิศละทางและซ่อนตัวอยู่ในความมืด ไม่กล้ากลับไปหารถเพราะกลัวโดนดักรอทำร้าย จนรุ่งเช้าจึงออกมาจากที่ซ่อนจนถูกควบคุมตัวไว้ อย่างไรก็ตามจากการให้การของนายอภิวัฒน์ ยังมีข้อพิรุธหลายอย่าง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1(แอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ควบคุมตัวไว้สอบสวนต่อไป และสำหรับนายอภิวัฒน์ ขณะนี้อยู่ระหว่างการประกันตัวในชั้นศาลของศาลจังหวัดนครราชสีมา ในคดีมียาเสพติดและอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย
ต่อมาเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.สุรินทร์ ได้ไปตรวจหาหลักฐานในรถยนต์อีกครั้ง พบว่านอกจากจะมีรอยกระสุนถูกยิงที่กระจกหลังแล้ว กระจกข้างผู้โดยสารที่แตกก็เพราะถูกยิง นอกจากนั้นที่ใต้กระจังหน้ารถยังมีรอยถูกยิงด้วยกระสุนปืนอีก 5 รู ตรวจภายในตัวรถพบปืนพกสั้นชนิดไทยประดิษฐ์ ขนาด .38 อีก 1 กระบอกมีกระสุนบรรจุอยู่ 1 นัด ซึ่งนายอภิวัฒน์รับว่าเป็นปืนของตนเอง และพบเงินสดในกระเป๋าถือของผู้ตายอีก 20,000 บาท รวมกับของเดิม เป็นเงิน 36,000 บาท สำหรับศพของนางยุพิน นามโคตร เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งไปผ่าพิสูจน์และเอาหัวกระสุนออกที่ โรงพยาบาลสุรินทร์ ต่อมาญาติๆก็ได้มาติดต่อขอรับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป
Cr.ธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว

















