ที่ จ.บึงกาฬ และ จ.ฉะเชิงเทรา ได้มีช้างป่าลงมาหากินในพื้นที่ของชาวบ้าน ทำข้าวและยางพาราที่ปลูกไว้เสียหาย เจ้าหน้าที่ต้องใช้สัญญาณไซเรน และเสียงบั้งแก๊สขับไล่ให้กลับที่อยู่เดิม

เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว ร่วมกับ ทหารรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดบึงกาฬ ฝ่ายปกครอง ผู้นำชุมชนและชาวบ้าน ในพื้นที่บ้านนาจาน ต.บุ่งคล้า อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ ใช้เสียงสัญญาณไซเรน แบบมือหมุน เสียงปืน และเสียงบั้งแก๊ส ที่ทำจากกระบอกไม้ไผ่ เสียงดังคล้ายเสียงปืนใหญ่ เพื่อขับไล่ช้างป่าให้กลับขึ้นไปบนภูวัว เนื่องจากก่อนหน้านี้มีช้างลงมากินข้าวนาปีที่ชาวบ้านปลูกไว้ และทำลายอุปกรณ์ของชาวสวนยางพารา ที่มีพื้นที่ติดกับภูวัวซึ่งเป็นที่อาศัยของช้างป่ากว่า 40 ตัว

ชาวบ้านเล่าว่า ในพื้นที่บ้านนาจาน ไม่เคยมีช้างลงมาในเขตหมู่บ้านเป็นเวลานานมากแล้วนับได้น่าจะกว่า 40 กว่าปี ซึ่งปีนี้ช้างได้ลงมาหาอาหารน่าจะเป็นสาเหตุมาจากจำนวนช้างเพิ่มขึ้นทุกปีและแหล่งอาหารบนภูวัวไม่เพียงพอต่อความต้องการของจำนวนช้างที่เพิ่มขึ้น

โดยชาวบ้านรู้สึกตกใจและหวาดกลัวกับสิ่งที่เกิดขึ้น จนไม่กล้ามากรีดยางในช่วงเวลากลางคืน ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ติดใจในความเสียหาย แต่อยากขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนมาร่วมบูรณาการเข้าเวรยามเพื่อผลักดันช้างขึ้นภูวัว โดยเฉพาะในเวลากลางคืน

ขณะที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้มีช้างป่าตัวใหญ่ 5 ตัว และตัวเล็ก 2 ตัว ลงไปกินน้ำในสระข้างแปลงนาข้าว ในอำเภอสนามชัยเขต แล้วไม่สามารถขึ้นมาได้ เนื่องจากสระน้ำมีความลึกและสระน้ำเป็นดินอ่อน เจ้าหน้าที่จึงต้องนำแบคโฮมาทำการปรับดินขอบสระให้มีความลาดชัน ก่อนจะส่งเสียงขับไล่ จนช้างยอมตะกายขึ้นขอบสระได้สำเร็จ ขณะที่ทางจังหวัดได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งแก้ปัญหาเรื่องช้างป่าลงมาหากินพื้นที่ของชาวบ้านแล้ว

เจ้าหน้าที่ใช้ไซเรนไล่ช้างป่าที่ลงมาหากินบนพื้นที่ของชาวบ้าน