ช้างป่าจากเขาอ่างฤาไน จำนวนกว่า 300 ตัว ยังวนเวียนออกหากินพืชไร่ของชาวบ้านในยามค่ำคืนอย่างต่อเนื่อง แม้จะถูกผลักดันด้วยวิธีการต่างๆ ก็ตาม โดยเฉพาะนาข้าวเสียหายไปแล้วจำนวนนับร้อยไร่ ชาวบ้านบางรายตัดสินใจเกี่ยวข้าวไปขาย ทั้งๆที่ยังไม่ถึงเวลา
นายวัลลภ โฉมสะอาด อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 127 ม.14 บ้านแสงทอง ต.ท่ากระดาน อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า ปลูกข้าวไว้ 30 ไร่เศษ และกำลังจะเก็บเกี่ยวได้ในอีก 2 สัปดาห์หน้า แต่คงรอไม่ได้ เพราะเมื่อคืนที่ผ่านมามีฝูงช้างมากกว่า 40 ตัว พากันออกมากินข้าวในนาไปแล้วบางส่วน จึงต้องรีบจ้างรถเกี่ยวมาเกี่ยวข้าวในนาก่อน เพราะหากปล่อยไว้ คงจะไม่เหลือ การเฝ้านาข้าว คงจะยากและเสี่ยงอันตราย เพราะช้างป่ามีจำนวนมากนับร้อย ๆ ตัว จึงต้องยอมเกี่ยวข้าว และนำไปตากแดด เพื่อไล่ความชื้น แม้จะไม่ค่อยได้ราคา แต่ก็ยังได้เก็บข้าวเอาไว้สีกินเองในครอบครัวบ้าง เพราะหากปล่อยไว้รอวันที่จะรวงข้าวเป็นสีเหลืองสุก คงไม่เหลืออะไรเลย
ขณะที่ความพยายามผลักดันช้างจำนวนมากกว่า 300 ตัว ให้กลับคืนเช้าสู่ผืนป่า ชาวบ้านยังคงช่วยกันอย่างต่อเนื่อง ในยามค่ำคืนท่ามกลางความเสี่ยงอันตรายสูง แต่เป็นหนทางเดียวที่ชาวบ้านคิดว่า จะสามารถป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรโดยเฉพาะข้าวในแปลงนาได้ไม่มากก็น้อย แม้จะเอาชีวิตเข้าเสี่ยงก็ตาม เพราะ 1 ปี มีเพียงครั้งเดียว เท่านั้น แต่วิธการใช้ระเบิดลูกบอลบ่อยครั้งนอกจากช้างจะเคยชินจนไม่กลัวแล้ว แต่ยังทำให้ช้างหงุดหงิด มีอารมณ์โกรธ และอาจจะตกมัน เข้าทำร้ายชาวบ้านก็เป็นได้ ชาวบ้านจึงคิดค้นวิธีขึ้นมาใหม่ โดยอาศัยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทั้งดาวโหลดเสียงไซเลนส์ เปิดพร้อมไฟ สีแดงวับๆๆๆ ในจุดที่พบช้างอย่างได้ผล ชาวบ้านยังมีแนวคิดที่จะดาวโหลดเสียอาวุธปืน โดยเฉพาะเสียงอาวุธปืน เอช.เค. ที่ช้างป่ารู้สึกกลัว มาเปิด และเชื่อว่าจะสามารถหยุดพฤติกรรมของช้างป่าและเป็นอุปกรณ์ส่วนหนึ่งที่ไล่ต้อนผลักดันช้างป่าได้
Cr.ธนพัฒน์/ฉะเชิงเทรา





















